Evergreen vs Topical Content ต่างกันยังไง ? พื้นฐานคอนเทนต์ที่นักธุรกิจยุคนี้ห้ามไม่รู้ !
ในการวางแผนกลยุทธ์คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นสายการตลาด สื่อ หรือบล็อกเกอร์ การเข้าใจประเภทของเนื้อหาที่คุณจะผลิตถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงสองคำที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ อย่าง Evergreen Content และ Topical Content ที่แม้จะมีเป้าหมายเดียวกันคือดึงดูดผู้อ่าน แต่กลับมีธรรมชาติและบทบาทที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
Topical Content: เนื้อหาที่สดใหม่ ทันกระแส
คือ เป็นคอนเทนต์ที่เป็น Breaking News หรือ Talk of the Town ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ หรือเป็นเหตุการณ์ที่กำลังฮิตเป็นกระแสไวรัล
ข้อดี
- ผลิตง่าย ผลิตได้เร็ว ผลิตได้เป็นจำนวนมาก เพราะในหลายๆ ครั้ง มันอาจจะไม่ต้องใช้การวิเคราะห์ หรือการค้นคว้าอะไรมาก
- ถ้าคอนเทนต์ที่คุณทำนั้นเป็นกระแสอยู่ คอนเทนต์นั้นจะมีคุณค่ามากๆ
ข้อด้อย
- เมื่อคอนเทนต์นั้นๆ ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ที่คนจะสนใจในระยะยาว คนก็จะไม่ค้นหาผ่าน Google หรือ Search Engine อื่นๆ
- มาไว ไปไว คอนเทนต์แบบ Topical นั้นจะมีช่วงพีคอยู่แค่ไม่กี่วัน หรืออย่างมากก็ไม่กี่สัปดาห์
- ต้องเร็ว ต้องไว ต้องอยู่ในกระแส การทำ Topical Content นั้นคุณจะต้องติดตามข่าวสารอยู่แทบจะตลอดเวลา ถ้าคุณปล่อยคอนเทนต์ช้ากว่าคนอื่น คอนเทนต์นั้นๆ ก็จะเสื่อมค่าลง
ตัวอย่าง
- ผลรางวัล Cannes Lions ประจำปี
- รีวิว iPhone รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
Evergreen Content: เนื้อหาที่ไม่มีวันตาย
คือ คอนเทนต์ที่ยังคงจะมีคุณค่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คอนเทนต์นั้นๆ ก็ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่ดูเหมือนสดใหม่ และน่าสนใจอยู่ตลอดเวลา
ข้อดี
- ไม่ต้องตามกระแส ไม่ต้องทำตามกระแสไวรัล หรือเทรนด์สั้นๆ ที่ต้องใช้ความเร็วสูง
- คุณค่าที่สร้างต่อคอนเทนต์นั้นมีมาก
- คุณเลือกคีย์เวิร์ด และทำคอนเทนต์ดีๆ โอกาสที่คอนเทนต์ของคุณจะติดหน้าแรกบน Search Engine นั้นก็จะมีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้คนเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นตามไปด้วย
ข้อด้อย
- ใช้เวลานาน
- ทำยาก การค้นคว้า ค่อนข้างเยอะ
- ไม่ได้พลังหนุนของมวลชน คอนเทนต์แบบ Evergreen นั้นอยู่เหนือกาลเวลา เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่ได้เป็นกระแส หรือเรื่องราวที่คนจำนวนมากกำลังสนใจอยู่
ตัวอย่าง
- คู่มือการเขียนเรซูเม่
- เทคนิคเพิ่มยอดขายออนไลน์
แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
คำตอบคือ “ควรมีทั้งสองแบบผสมกัน” เพื่อให้เว็บไซต์หรือเพจของคุณมีทั้งเนื้อหาที่สร้างทราฟฟิกระยะยาว และเนื้อหาที่ตอบโจทย์ช่วงเวลาสำคัญ ช่วยให้กลยุทธ์คอนเทนต์ของคุณมีทั้ง “รากฐาน” และ “แรงส่ง” อย่างสมดุล