โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

นักฆ่าเกิดใหม่หงซูซาน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 ธ.ค. 2566 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2566 เวลา 15.04 น. • WOOYU
ชีวิตก่อนเคยเป็นมนุษย์ทดลองที่เป็นเครื่องมือไว้ใช้ฆ่าคนให้กับองค์กรสวะ ได้รับงานสุดท้ายและนั่นคือความหวังเดียวที่โชคชะตาได้หยิบยื่นให้ คือ “ความตาย” แต่เมื่อได้เกิดใหม่…

ข้อมูลเบื้องต้น

ระดับพลังอาณาจักนนอก (มนุษย์)
-ปรานขั้นต่ำ / อาวุธขั้นต่ำ (พลังสีขาว)
-ปรานขั้นกลาง / อาวุธขั้นกลาง (พลังสีเหลือง)
-ปรานขั้นสูง / อาวุธขั้นสูง (พลังสีส้ม)
-ปรานขั้นปราชญ์ / อาวุธขั้นปราชญ์ (พลังสีแดง)
-ปรานขั้นราชา / อาวุธขั้นราชา (พลังสีน้ำเงิน)
-ปรานขั้นจักรพรรดิ / อาวุธขั้นจักรพรรดิ (พลังสีม่วง)
-ปรานขั้นเซียน / อาวุธขั้นเซียน (พลังสีเขียว)
-ปรานขั้นเทพ / อาวุธขั้นเทพ (พลังสีคราม)
-ปรานขั้นมหาเทพ / อาวุธขั้นมหาเทพ (พลังสีทอง)
-ปรานขั้นไร้ลักษณ์/ อาวุธขั้นไร้ลักษณ์ (พลังสีดำ)

ระดับพลังอาณาจักรกลาง (อสูร/ปีศาจ)
-พลังระดับเทพสงคราม
-พลังระดับแม่ทัพสงคราม
-พลังระดับจอมทัพ
-พลังระดับอมตะ
-พลังระดับบรรพบุรุษ
-พลังระดับตำนาน
-พลังระดับบรรกาล (จะมีเฉพาะผู้ที่มีเชื้อสายของราชวงศ์)

ระดับพลังอาณาจักรใน (เทพสวรรค์)
-พลังระดับเทพสวรรค์
-พลังระดับแม่ทัพสวรรค์
-พลังระดับจอมเทพ
-พลังระดับราชันย์
-พลังระดับสรรพสิ่ง
-พลังระดับเทวะเทพ
-พลังนะดับเทพเจ้า (จะมีเฉพาะผู้ที่มีเชื้อสายของราชวงศ์)

ระดับสมุนไพร
-ขั้นต่ำ
-ขั้นกลาง
-ขั้นสูง
-ขั้นปราชญ์
-ขั้นราชา
-ขั้นจักรพรรดิ
-ขั้นเซียน
-ขั้นเทพ
-ขั้นมหาเทพ

ค่าเงิน
1000 อีแปะ เท่ากับ 1 เหรียญทองแดง
100 เหรียญทองแดง เท่ากับ 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน เท่ากับ 1 เหรียญทอง

ชีวิตเก่าในโลกอันโสมม

“ซีโร่ นี้คืองานสุดท้ายของเธอ”

เสียงทุ้มของชายชราที่นั่งบนรถเข็นเอ่ยดังขึ้น ก่อนที่ชายชราจะวางเอกสารไว้บนโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า ชายชรามองไปด้านหน้าที่ว่างเปล่า ก่อนที่จะหลับตาและลืมตาขึ้นเมื่อมีคนปรากฏกายเบื้องหน้าราวกับเป็นภูตผี นั่นคือหญิงวัยทำงานที่อายุไม่น่าเกินสี่สิบปีรูปร่างสูงเพรียวแต่ความเป็นจริงอายุของหญิงสาวที่มีชื่อว่า ‘ซีโร่’ นั้นมีอายุราวหกสิบห้าปีแล้ว

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเธอเป็นมนุษย์ทดลอง ทั้งยาปฏิชีวนะต่าง ๆ ที่องค์กรแห่งนี้คิดค้นขึ้นมา ทั้งสารเคมีที่ไว้ใช้ในสงคราม ยาพิษที่เอาไว้ใช้กับศัตรู และอีกหลายๆ อย่างที่องค์กรนี้จะสามารถคิดค้นขึ้นมาได้มันก็มีอยู่ในตัวเธอเช่นเดียวกัน เธอเคยทรมานจนเจียนตายแต่ตอนนี้ยาพวกนั้นมันทำอะไรกับเธอไม่ได้แล้ว

เธอไม่มีความรู้สึกกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ แต่เธอมีความหวังเดียว นั้นคือ ‘ความตาย’ และเวลานั้นมันก็มาถึงสักที เมื่อได้ยินคำว่างานสุดท้ายที่เธอจะได้ทำ

“กวาดล้างตระกูลนี้แล้วเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”

“……….”

เธอหยิบเอกสารขึ้นมาและหายไปจากที่ตรงนั้นทันที สายตาเย็นชากวาดข้อมูลในเอกสารรวดเดียว และสะดุดกับคำว่า ‘ยาสลายกระดูก’ นั่นคือยาที่ตระกูลแพทย์ที่เก่าแก่คิดค้นมาเนิ่นนาน มันสามารถสลายกระดูกหรือหมายความว่ายาที่สามารถทำให้อวัยวะภายในสลายหายไปและกัดกร่อนเนื้อหนังภายนอกจนหมด ซึ่งคนที่ใช้ยานี้จะหายไปในอากาศราวกับเวทมนตร์ ในที่สุดก็หาจนเจอวิธีที่ฉันจะได้ตายสักที

บนยอดตึกที่เป็นที่ตั้งของตระกูลแพทย์ ‘ซีโร่’ ที่ใส่ชุดดำทั้งร่างเหลือเพียงดวงตาสีดำสนิทที่สะท้อนกับแสงจันทร์เกิดประกายสีม่วงอันน่าหลงใหล เพียงสายลมพัดผ่านร่างนั้นก็หายวับไปกับสายลม และเข้าไปโผล่ด้านหลังของหัวหน้าตระกูลแพทย์

“มาแล้วหรือ เธอต้องการยานั่นสินะ”

“…….”

“ฉันสามารถให้กับสิ่งที่เธอต้องการได้ และจะกวาดล้างองค์กรโสมมนั้นให้หายจากโลกใบนี้เอง”

หลังที่ได้ยินข้อเสนอนั้น ในหัวก็คิดว่าเธอได้ตายสมใจและให้ตระกูลนี้กวาดล้างองค์กรแทนเธอ เธออยากให้มันหายไปจากโลกนี้สักที

พอไตร่ตรองได้เธอก็โยนเอกสารขององค์กรไปให้ทันที ตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าเธออยากหายไปจากโลกนี้เร็วๆ เมื่อโอกาสอยู่ข้างหน้าเธอก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น ใครที่สามารถทำให้เธอตายได้ เธอก็พร้อมที่จะเปลี่ยนฝั่งทันที

เธอก็ฉีดยาทันทีที่ได้มา เมื่อร่างกายมีปฏิกิริยา มีความเจ็บปวด เธอยิ้มดีใจและเอ่ยขอบคุณสำหรับความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเธอ และร่างกายก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีเธออยู่ ณ โลกใบนี้

หลังจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น องค์กรจะล่มสลายหรือไม่ หรือตระกูลแพทย์จะกวาดล้างไม่สำเร็จ เธอก็ไม่สนใจเพราะเธอได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว มันคงไม่มีวิธีที่จะเรียกให้เธอกลับมามีชีวิตอีกครั้งบนโลกใบนี้อีกแล้ว

แต่ไม่ใช่กับโลกใบใหม่ ที่เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาจากสวรรค์

“ลืมตาเถิด”

เสียงของชายชราเอ่ยกับดวงวิญญาณของหญิงสาว เธอขมวดคิ้วทันที ในใจได้แต่คิดว่าหรือยาผิดพลาด เธอยังไม่ตายอีกหรือ แต่ร่างเธอสลายไปแล้วนี่ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ

“เจ้าตายแล้ว ลืมตาแล้วลุกขึ้นมาเถิด”

ทันทีที่ได้ยินเธอก็ลืมตาทันที ภาพที่เห็นเป็นท้องฟ้าสีขาว มองไปรอบๆ ก็เจอกับต้นไม้นานาพันธุ์ และแปลงผักที่น่าจะเป็นสมุนไพร ถูกวางไว้เป็นส่วนๆ และวางไว้เป็นระเบียบ

มีละอองหลายสีที่อยู่รอบๆ ต้นไม้และสมุนไพร แต่ที่เห็นเยอะที่สุดจะเป็นละอองสีรุ้ง ภาพตรงหน้าเหมือนดั่งสวรรค์ ที่คนชอบเปรียบเทียบกับอะไรที่สวยงาม มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

พอดึงสายตากลับมาที่ตัวเองนั่งอยู่เป็นศาลากลางน้ำ ยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามขึ้นไปอีก และมีชายชราใส่ชุดสีขาวสไตล์แบบจีนโบราณกำลังนั่งจิบชาอยู่ใกล้ๆเธอ

“ไม่ผิดจากที่เจ้าคิดหรอก เจ้าตายไปแล้ว ตายจากโลกนี้ไปแล้ว”

“ที่นี่คือที่ไหน” เธอเอ่ยถามเพราะยังสงสัย งุนงง ระแวง ความรู้สึกมันตีกันไปหมด

“ที่นี่คือมิติจิต ไม่ใช่สวรรค์อย่างที่เจ้าคิดหรอก”

“แล้วทำไมฉันถึงอยู่ที่นี้ ตายไปแล้วต้องตกนรกไม่ใช่หรือ”

“หึหึ ดวงชะตาอันอาภัพของเจ้าได้จบลงแล้ว หลังจากนี้เจ้าจะต้องไปเกิดใหม่ที่อีกโลกหนึ่ง”

“ฉันไม่อยากเกิดใหม่อีกแล้ว และช่วยลบความทรงจำฉันที คุณทำได้หรือไม่”

“ฟังสิ่งที่ข้าจะพูดก่อนเถิด แล้วเจ้าค่อยตัดสินใจอีกทีก็ยังไม่สาย”

“…ค่ะ” เธอเอ่ยตอบเพราะยังไงก็คงจะไม่เปลี่ยนความคิดอยู่ดี

“ชื่อของเจ้าคือ หงซูซาน เวลาของเจ้าบนโลกใบนี้หมดลงแล้ว ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่ดวงวิญญาณ สถานที่แห่งนี้คือ มิติจิต และเจ้าจะได้ไปเกิดในโลกใบใหม่ โลกที่มีครอบครัวของเจ้ารอเจ้าอยู่”

“ครอบครัวหรือ”

เธอถามย้ำเพราะไม่มั่นใจกับสิ่งที่ได้ยิน เธอกำลังจะมีครอบครัวแล้วใช่หรือไม่ แต่เธอไม่อยากเกิดใหม่อีกแล้ว เธอควรพอแล้ว

“ใช่เจ้ามีครอบครัว แล้วพวกเขากำลังรอเจ้าอยู่พวกเขารักเจ้า เจ้ามีพ่อ แม่ และน้องอีกสองคน”

ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น และรู้สึกสงสารกับเด็กคนหนึ่งที่ต้องเผชิญชีวิตอันทรหดกว่ากงล้อชีวิตของเด็กสาวจะจบลง

'ข้าแค่อยากให้เจ้ามีความสุขเสียที หลังจากที่ข้าเฝ้าดูเจ้ามาเนิ่นนาน ซานเอ๋อร์'

หงซูซาน ชื่อที่ชายชราบอกเธอ กำลังนั่งคิดอย่างหนัก ชายชราเพียงนั่งจิบชารอระหว่างที่นางคิด เขาไม่ได้กดดันเธอ เธอใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสรุปได้ว่า เธออยากเกิดใหม่ที่ที่มีครอบครัวของเธออยู่

“ได้ ฉันจะไปเกิดใหม่” เธอบอกหลังจากคิดได้แล้ว

“ดีแล้ว แต่ก่อนที่ข้าจะส่งเจ้าไป ต้องบอกบางสิ่งกับเจ้าก่อน บนโลกใบใหม่นั้นพวกเขาใช้ภาษาจีนโบราณอย่างที่ข้าใช้พูดกับเจ้าตอนนี้ และบนโลกใบนั้นผู้คนมีล้วนมีพลังวิญญาณ สมุนไพรต่างก็มีพลังวิญญาณดั่งเช่นที่เจ้าเห็นที่นี่ เจ้าจะได้ไปเกิดใหม่ในร่างของเจ้าที่มีดวงจิตอีกครึ่งของเจ้า

ข้าจะไม่ลบความทรงจำของเจ้าหรอกนะ บางที่มันอาจจะช่วยเหลือเจ้าได้ในภายภาคหน้า และมิติจิตแห่งนี้ข้ามอบให้เจ้า เพียงแค่นึกถึงมันเจ้าก็สามารถเข้ามาที่นี่ได้ และไม่มีผู้ใดเข้ามาได้นอกจากเจ้าจะอนุญาตเจ้ามีสิ่งใดอยากขอหรือไม่”

เธอคิดก่อนว่าที่ที่เธอจะได้เป็นที่ที่ผู้คนมีพลังเหมือนในหนัง เหมือนในนิยาย เธอจะขออะไรดีเพราะชีวิตก่อนเธอมีความปรารถนาเดียวคือความตาย พอมีคนให้โอกาสที่เธอไม่เคยได้ มันทำให้เธอคิดหนักมากกว่าเดิมอีก

“คุณบอกว่าจะไม่ลบความทรงจำเดิมของฉันทิ้งใช่หรือไม่ แล้วร่างกายของฉันล่ะ”

“เรียกข้าว่าท่านผู้เฒ่าเถิด เจ้าควรเปลี่ยนวิธีการพูดให้ชินซะนะ และใช่และข้าจะไม่ลบความทรงจำของเจ้า รวมถึงร่างกายที่ต้านพิษของเจ้าด้วย อยู่ที่นั่นการที่มีร่างกายต้านพิษมันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เจ้าไม่ต้องกังวลไป”

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะไม่ขออะไร ข้าขอแค่อย่างเดียวและมันเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะกลับโลกนี้หรือโลกไหน ข้าขอเงินทอง มันคงช่วยครอบครัวข้าได้เพราะข้าไม่รู้ว่าครอบครัวข้าพร้อมมากน้อยแค่ไหน”

“เจ้าจะขอเพียงเท่านี้หรือ”

“ถ้าอย่างนั้นข้าขอหนังสือหรือตำราที่จำเป็นกับต่อการใช้ชีวิตบนโลกใบใหม่ด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้ ข้าจะให้ตำรากับเจ้าและจะให้สิ่งที่วิเศษกับเจ้าอีกหนึ่งอย่าง”

สิ้นเสียงชายชราก็มีลำแสงจากปลายนิ้วที่ชายชราชี้มาที่หน้าผากของเธอ แล้วหน้าหนังสือตำราวิชาต่าง ๆ นับหมื่นนับแสนเล่มแล่นเข้าสู่สมองของเธอ เพียงไม่กี่นาทีตำรามากมายก็ถ่ายทอดเข้าสู่สมองของเธอจนหมด แต่น่าแปลกที่เธอสามารถจดจำมันได้ทุกเล่ม ทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร

ชายชราหันไปชี้นิ้วสร้างหอตำราเพื่อเอาไว้ใส่ตำราที่อยู่ในหัวของนางทุกเล่ม และสร้างหอสมบัติที่ข้างในมีเหรียญต่าง ๆ มากมายตามที่นางขอ แค่เพิ่มให้นางไปอีกนิดหน่อย นิดหน่อยในที่นี้คือเหรียญที่มีจะไม่มีวันหมดจากหอสมบัติแห่งนี้เท่านั้นเอง

“เอาล่ะ ถึงเวลาที่เจ้าจะไปเกิดเสียที จงใช้ชีวิตแบบที่เจ้าต้องการเถิด หลังจากนี้เราคงไม่ได้พบกันอีก ข้าขอให้เจ้ามีความสุขซานเอ๋อร์”

สิ้นเสียงชายชราก็เกิดแสงสีขาว ทำให้เธอต้องหลับตาลง ได้แต่เอ่ยขอบคุณในใจแก่ท่านผู้เฒ่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณจริงๆ น้ำตาของเธอก็ไหลลงมาพอดีกับที่ร่างของเธอหายไปจากที่แห่งนี้

‘พ่อขอโทษที่สร้างเจ้ามาให้เจอกับสิ่งที่โหดร้ายเช่นนี้ หลังจากนี้จงใช้ชีวิตให้มีความสุขเถิด พ่อขอชดเชยให้เจ้าลูกสาวของข้า’

ชายชราเอ่ยกับสายลมที่พัดผ่านไป พอเอ่ยจบร่างก็หายวับไปในดินแดนอันไกลโพ้น เพื่อสร้างมนุษย์อีกหลายล้านคน และใช่ชายชราที่ว่าคือ ‘เทพผู้สร้าง’

# หลังจากนี้จะใช้ภาษาโบราณแล้วนะคะ เช่นการแทนตัวของนางเอกจะเปลี่ยนเป็นนางแล้วนะคะ

# ฝากนิยายด้วยนะคะ เป็นเรื่องแรกที่แต่งเลย ^^

ชีวิตใหม่ กับครอบครัวใหม่

พอปรับสายตาจากแสงสว่างได้แล้วดวงวิญญาณของนางก็ปรากฏอยู่ในห้องห้องหนึ่ง สภาพบ้านที่ทำจากไม้ ของใช้ภายในห้องไม่ได้ดูมีราคาแต่จัดสัดส่วนที่เป็นระเบียบ

โดยรวมแล้วบ้านหลังนี้ก็พออยู่ได้ ไม่ได้ดูอนาถาเหมือนกับในนิยายที่เคยอ่านมา น่าจะเป็นครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ พอมีพอกินตามสภาพ

ทันใดนั้นสายตาก็พบกับร่างของเด็กคนหนึ่งที่นอนอยู่ อายุน่าจะประมาณแปดหนาว เป็นการนอนเหมือนการจำศีล ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและแผ่วเบา พอนางได้เห็นแบบนั้นเลยเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้น กำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสร่าง จู่ๆ ความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างก็หลอมรวมกันกับนาง

ตัวของนางมีนามว่า ‘หงซูซาน’ ปัจจุบันอายุแปดหนาว มีพ่อชื่อ ‘หงฉีหมิง’ แม่ชื่อ ‘หงหลันฮวา’ และมีน้องฝาแฝดชายหญิง แฝดชายชื่อ ‘หงซูเทียน’ แฝดหญิงชื่อ ‘หงซูจิน’ ครอบครัวของนางมีด้วยกันห้าคน พ่อของนางทำอาชีพรับจ้างทั่วไปส่วนใหญ่จะล่าสัตว์ แม่ของนางทำอาชีพเย็บปักผ้าในหมู่บ้าน ส่วนนางมีอาชีพเลี้ยงน้องที่ทั้งคู่พึ่งจะอายุใกล้จะห้าหนาว เวลาว่างก็จะปลูกผักบริเวณหลังบ้าน

ครอบครัวของนางก็เรียบง่ายใช้แรงงานประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถวชานเมืองใกล้ภูเขาที่เป็นป่า พอลำดับเหตุการณ์ได้แล้ววิญญาณของนางก็ได้เข้ามาอยู่ร่างของหงซานเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้นางต้องทำให้ครอบครัวนางมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ต้องมีอำนาจมาเกื้อหนุนเผื่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องกลัวผู้ใดจะมารังแก โดยเฉพาะโลกที่ผู้แข็งแกร่งและอำนาจเป็นใหญ่แบบนี้

‘ข้าต้องวางแผนอนาคตครอบครัวตั้งแต่ตอนนี้ เพราะข้ารู้ว่าการมีอำนาจมันน่ากลัวแค่ไหน’ และนางก็ผล็อยหลับไป

ยามเช้าหลังจากฟื้นขึ้นมาหงซูซานก็สำรวจร่างกายตัวเองทันที ร่างกายตอนนี้เป็นร่างของเด็กสาวอายุประมาณแปดหนาว หงซูซานลุกขึ้นและเดินออกไปเพื่อพบกับครอบครัวใหม่ของนาง เดินออกมาจากห้องไม่ทันไรก็มีร่างเล็กๆสองร่างวิ่งเข้ามากอดที่เอวของนาง

“พี่ใหญ่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เด็กสาวตรงหน้าที่คาดว่าเป็นน้องสาว 'หงซูจิน' เอ่ยขึ้น

“น้องเล็กให้พี่ใหญ่ไปล้างหน้าก่อนเถิด เราจะได้ไปกินข้าวกัน” เด็กชายตรงหน้าที่สูงกว่าเด็กสาวเอ่ยบอกทันทีคาดว่าน่าจะเป็น 'หงซูเทียน'

“เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ท่านรีบไปล้างหน้าเถอะ ท่านแม่เตรียมกับข้าวไว้ ใกล้จะเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

“อืม พวกเจ้าไปก่อนเถอะเดี๋ยวพี่ตามไป”

พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จหงซานก็ออกไปที่ห้องครัวที่ใช้นั่งรวมตอนกินข้าวกัน บนโต๊ะไม้เล็กๆที่มีอาหารสองถึงสามอย่างวางเรียงเอาไว้เป็นอาหารธรรมดาแต่บรรยากาศนั่งกินด้วยกันมันอบอุ่นสำหรับนางมาก ตั้งแต่มีชีวิตอยู่ในโลกใบเก่า

“มานั่งเถอะ ซานเอ๋อร์” หญิงสาวที่น่าจะเป็นมารดาของตนเอ่ยบอก

“กินกันเถอะ” ชายที่ดูหนุ่มน่าจะบิดาของนางในตอนนี้เอ่ยบอกทุกคน

นางนั่งลงและกินอาหารพร้อมครอบครัวอาหารเพียงไม่กี่อย่างตรงหน้า กับบทสนทนาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ มันทำให้ในใจของนางอบอุ่นขึ้นมา

พอทานอาหารเสร็จนางและน้องๆก็ออกมายืนส่งท่านพ่อท่านแม่ออกไปทำงาน พอส่งจนลับสายตาไปนางก็มาดูแลน้องๆและทำกิจวัตรที่เคยทำเพื่อไม่ให้น้องๆเกิดสงสัย

ความคิดของหงซูซานตอนนี้อยากเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ นางจะรักษาครอบครัวให้ดีจะไม่ให้ใครทำทำอันใดได้หลังจากนี้

พอตกกลางคืนนางลองเข้าไปในมิติจิต พอเข้าไปก็เจอกับผู้ที่มาดูแลมิติจิตนี้ที่ท่านผู้เฒ่าส่งมาให้นางนั่นคือ ‘เว่ยเว่ย’

เว่ยเว่ยเป็นจิ้งจอกที่มีขนสีขาวแซมสีทองตรงแผงอกกับช่วงหาง ที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดหิมะในโลกใบเก่าของนางอยู่กลางหน้าผากมีสีอำพันและเป็นสัตว์ในตำนานที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาคอยช่วยนาง

.

.

.

ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาจะครบอาทิตย์ที่นางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางก็ยังทำตัวเป็นปกติ แต่แค่จะดูสุขุมและนิ่งขึ้นจากความทรงจำของโลกเก่า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดคิดว่าผิดปกติอะไร พวกเขาแค่คิดว่านางโตขึ้นแค่นั้นเอง และตลอดเวลาที่นางมาอยู่ในร่างนี้ นางก็วางแผนการในอนาคตอยู่ตลอด

ทุกคืนนางไม่อยากเสียเวลานางก็จะเข้าไปวางแผนอนาคต ฝึกวรยุทธ์ ฝึกพลังธาตุ เรียนรู้สมุนไพรต่าง ๆ อยู่ตลอดไม่ให้เวลาสูญเปล่า ตอนนี้นางนั่งอยู่กลางศาลาในมิติจิตกับเว่ยเว่ย เพราะนางจะลงมือหลังจากวางแผนเสร็จสิ้นแล้ว

“เว่ยเว่ย สิ่งแรกที่ข้าต้องการคือคนที่จะมาเป็นกองกำลังของข้า และค่อยๆ ปรับรากฐานให้ครอบครัวของข้า”

ไม่ว่าจะชาติไหนนางแค่ต้องการความสบาย ไม่มีใครอยากเกิดมาลำบากหรอก ในเมื่อมีโอกาสนางก็จะสร้างมันให้กับครอบครัวนาง นางเห็นแก่ตัวเองและครอบครัวนางเท่านั้น

“นายหญิง เรื่องหาคนให้เป็นหน้าที่ข้าเองเจ้าค่ะ ท่านจะได้ไม่ลำบากมากนัก”

“ไม่เป็นไร ข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นดูบ้าง อยากรู้ผังเมืองและดูทำเลสร้างจวนในเมืองด้วย”

“นายหญิงท่านอย่าลืมว่าตอนนี้ท่านอายุแค่แปดหนาว ท่านพ่อท่านแม่ท่านน่าจะห่วงหากท่านหายไปนะเจ้าคะ”

“ไม่ต้องห่วงเราแค่ไปช่วงกลางคืน พวกเขาไม่มีทางรู้" นางเอ่ยพลางยิ้มมุมปากเมื่อนึกว่าคืนนี้จะได้ออกไปเที่ยว

“เจ้าค่ะ” นายหญิงท่านก็ซุกซนเหมือนกันนะเจ้าคะ เว่ยเว่ยได้แต่ส่ายหน้าในใจพอออกมาจากมิติจิตก็เป็นเวลาที่ท่านพ่อท่านแม่เลิกงานพอดี

“ซานเอ๋อร์พ่อกับแม่กลับมาแล้ว” หงฉีหมิงเอ่ยบอกบุตรสาวคนโตที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ท่านพ่อท่านแม่ข้าทำอาหารไว้รอแล้วเจ้าค่ะ”

หงฉีหมิงตกใจกับอาหารในวันนี้มันมีเยอะขึ้นแต่ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักในป่า แต่ทำไมวันนี้กับรู้สึกสดชื่นเพียงแค่สูดดม มันดูเหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปแต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

หงซูซานคิดเอาไว้แล้วว่าทุกคนต้องแปลกใจแต่นางไม่คิดจะบอกตอนนี้ คิดเพียงแต่ต้องบำรุงร่างกายและกำลังเสีย ก่อนที่จะเปลี่ยนสมุนไพรไปใช้สมุนไพรที่ช่วยเสริมพลังปราณได้

นางจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพลังปราณให้คนในครอบครัวช้าๆ จนครบหนึ่งอาทิตย์เหมือนครอบครัวของนางจะแข็งแรงดีแล้ว เพราะนางใช้สมุนไพรในมิติจิตมาทำอาหาร เปลี่ยนน้ำธรรมดาเป็นน้ำวารีบริสุทธิ์ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นพร้อมปรับพลังปราณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตอนนี้ท่านพ่อของนางมีพลังปราณขั้นสูงพลังสีส้ม ท่านแม่มีพลังปราณขั้นกลางพลังสีเหลือง ส่วนน้องทั้งสองแค่ปรับร่างกายให้แข็งแรงรอวันทดสอบพลังปราณตอนอายุครบห้าหนาวเท่านั้น

“อาหารที่เจ้าทำมันทำให้พ่อหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ ซานเอ๋อร์” เอ่ยและยิ้มให้กับบุตรสาวคนโตที่ดูจะรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่าง เขากลัวว่าจะเหนื่อยเกินไป

“เหนื่อยไหมลูก ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวแม่กลับมาทำเอง เจ้าแค่เลี้ยงน้องก็พอ” นางเอ่ยพลางลูบหัวบุตรสาว และมองลูกอีกสองคนที่นั่งกินข้าวฟังท่านพ่อท่านแม่พูดกับพี่ใหญ่

“ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ แค่นี้ท่านพ่อกับท่านแม่ก็เหนื่อยมากพอแล้ว”

“อดทนรอลูกอีกนิดนะเจ้าคะ ข้าจะเป็นคนดูแลครอบครัวของเราเอง ข้าจะทำให้ครอบครัวของเราดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เจ้าค่ะ”

หงซานเอ่ยคำมั่นสัญญาซึ่งทำให้ท่านพ่อและท่านแม่รู้สึกมีความสุขในใจที่ลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่าคำมั่นสัญญาที่ว่ากำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เร็วจนตั้งตัวแทบจะไม่ทัน

จะให้ทำไงได้ล่ะชาติก่อนเป็นนักฆ่าทำเงินได้มหาศาลติดใช้ชีวิตสุขสบายแต่ก็ดันอยากตาย พอเกิดใหม่ถึงครอบครัวจะพอมีกินแต่นางกับติดหรูมาจากโลกเก่า มีเงินเต็มมิติจิตก็ใช้ไม่ได้

เฮ้อออ นางต้องสร้างฐานครอบครัวใหม่เสียก่อน ครอบครัวนางต้องดีขึ้นมีเงินใช้โดยไม่ต้องกลัวว่าเงินจะหมด นางอยากเอาเงินในคลังมาผลาญเล่นซะจริงๆ

#ฝากติดตามและให้กำลังใจด้วยนะคะ เป็นนิยายจีนโบราณที่แต่งเรื่องแรกเลย ^^

#หากพบคำผิดขอโทษด้วยนะคะ เปลี่ยนชื่อตัวละครกับสถานที่บ่อยมากเลยยังสบสนอยู่ เม้นท์บอกกันได้เลยนะคะ

ซื้อคนที่ตลาดมืด

กลางดึกที่เงียบสงบหงซานนางเปลี่ยนชุดเป็นสีดำและสวมหน้ากากสีดำทั้งหน้าที่มีลวดลายสีขาวเสมือนฟ้าผ่าลงมาตรงกึ่งกลางหน้าพอดี ดูน่าหวาดกลัวแต่ก็งดงามอย่างน่าประหลาด

วันนี้คือวันที่นางจะออกดูลาดราวว่าเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเช่นไร และจะออกไปซื้อคนมาไว้ฝึกฝนเพื่อเป็นกองกำลังให้กับตระกูลหงในอนาคต

หงซูซานใช้วิชาตัวเบาพุ่งตัวออกไปจากหน้าต่างในห้องนอน ใช้เวลาเพียงไม่นานนางก็เข้ามาอยู่บนหลังคาของเหลาอาหารแห้งหนึ่งที่สามารถมองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน

ใจกลางเมืองที่ยังมีผู้คนพลุกพล่านแม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืนในย่านการค้าที่มีแสงสีต่าง ๆ จัดเรียงรายสวยงาม เสียงพูดเรียกลูกค้าเข้าสถานเริงรมย์ และร้านอื่น ๆที่พยายามเรียกลูกค้า

เพราะเป็นตลาดทั่วไปหงซูซานหาได้สนใจแต่ที่นางสนใจคืออีกฝั่งของตลาดมีเพียงแสงไฟสีขาวสลัวๆที่ที่สงบเงียบ นั่นคือตลาดค้ามนุษย์หรือตลาดมืด ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ได้ต้องมีป้ายผ่านทาง

ป้ายผ่านทางจะแบ่งออกเป็นสี่สี สีที่ซื้อขาดแบบถาวรจะมีสามสีคือ สีแดงคือป้ายผ่านทางผู้ที่มีพลังปราณขั้นปราชญ์และราชา สีทองคือป้ายผ่านทางผู้ที่มีพลังปราณขั้นจักรพรรดิและเซียน สีดำคือผู้ที่มีพลังปราณขั้นเทพและมหาเทพ

ส่วนสีขาวคือป้ายผ่านทางชั่วคราวบุคคลทั่วไปก็เข้าได้แต่ก็ต้องมีเงินมากพอที่จะจับจ่ายใช้สอยในสถานที่แห่งนี้ หากมีเงินไม่พอเกรงว่าจะเป็นการเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ

ซึ่งป้ายสีขาวจะอยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นมันจะสลายหายไปทันทีที่ออกจากตลาดมืด หรือเรียกว่าเหมาะกับผู้ที่เดินทางผ่านระหว่างเมืองและผู้ที่ไม่อยากระบุตัวตน

เว่ยเว่ยนางได้ซื้อป้ายผ่านทางสีขาวมาตามความต้องการของหงซูซานที่ไม่ต้องการระบุตัวตน 'มันจะได้ทำอะไรสะดวก'

พอได้ป้ายผ่านทางมาแล้วนางก็เดินตรงไปที่โรงค้าทาส ซึ่งที่ตลาดมืดแห่งนี้ทาสทุกคนมีพลังปรานมีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงสูงเพียงเท่านั้น

พ่อค้าทาสเห็นการแต่งตัวของหงซูซานและเว่ยเว่ย ก็คิดได้ทันทีเลยว่าทั้งสองตนจะต้องเป็นผู้มีเงินเป็นแน่ แม้ว่าจะมองไม่เห็นระดับพลังเลยก็เถอะ

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะทั้งสองคนปกปิดพลังเอาไว้ ต่อให้ไม่ปิดพ่อค้าทาสก็ไม่สามารถรู้ระดับพลังทั้งสองได้ เพราะทั้งสองคนมีระดับพลังปราณที่สูงกว่านั่นเอง

.

.

“คุณหนูคุณชายพวกท่านต้องการทาสแบบใดขอรับ” พ่อค้าทาสเดินเข้ามาถามด้วยความนอบน้อมและถามความต้องการของพวกหงซูซานทันที

“ข้าต้องการทาสที่พลังปราณของที่นี่”

“พวกท่านต้องการระดับใดขอรับ”

“ร้านเจ้ามีสูงถึงระดับไหน”

“มีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงขอรับ”

“ไม่มีสูงกว่านี้แล้วหรือ” เว่ยเว่ยเอ่ยถามพลางหรี่ตามองที่พ่อค้าทาส

“เอ่อ ขออภัยคุณหนู ร้านข้ามีถึงระดับสูงขอรับ” พ่อค้าทาสอึกอักก่อนตอบ

“อืม เช่นนั้นพาคนมาเถอะพวกข้าจะเลือกเอง” หงซูซานเอ่ยตัดบทเพราะไม่อยากเสียเวลาที่นี่ นางรีบไปสำรวจที่อื่น ๆต่อ

“เช่นนั้นข้าจะให้คนนำให้พวกท่านเลือกขอรับ” เอ่ยจบพ่อค้าทาสก็ให้คนนำทาสเข้ามา

“เว่ยเว่ยข้าให้เจ้าเลือก” ที่นางให้เว่ยเว่ยเลือกเป็นเพราะเว่ยเว่ยนางสามารถรับรู้จิตใจด้านมืดของผู้คนได้

แล้วนางก็ได้ทาสมาทีเดียวแปดสิบคน ทาสที่มีพลังปราณขั้นสูงสี่สิบคน ขั้นกลางสิบห้าคน และขั้นต่ำยี่สิบห้าคน นางหมดเงินไปทั้งหมดสามหมื่นเหรียญทองเพียงแค่ซื้อทาสเท่านั้นเอง

“เอ่อ เดี๋ยวก่อนขอรับ” พวกหงซูซานกำลังจะเดินออกไปจากที่นี้ แต่ก็ได้ยินเสียงเอ่ยเรียกเอาไว้ก่อน

“มีอะไรหรือ” เว่ยเว่ยหันกลับไปและเอ่ยตอบ

“หากพวกท่านต้องการทาสที่มีพลังสูงกว่านี้ร้านของข้าพึ่งจะมีเข้า แต่ร่างกายพิการ พวกท่านยังต้องการหรือไม่ขอรับ” พ่อค้าทาสเอ่ยถามเพราะต้องการขายคนพิการที่ไม่มีประโยชน์ให้พ้นๆไป

“ไม่ล่ะ” หงซูซานเอ่ยจบและเดินออกไปทันที

ในเมื่อไม่ขายตั้งแต่ทีแรกแล้วจะให้นางอยากได้ทำไม อีกอย่างทาสระดับพลังต่ำก็ใช่ว่านางจะทำให้พวกเขามีระดับพลังที่สูงขึ้นไม่ได้เสียหน่อย

พอได้ทาสนางก็ให้ทาสทั้งหมดเข้าไปในมิติจิตที่เป็นภาพลวงที่เว่ยเว่ยสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับคนจำนวนเยอะ พอย้ายคนเสร็จพวกนางก็เดินดูร้านรวงต่าง ๆ

นางเดินมาหยุดที่โรงประมูลแห่งหนึ่ง ด้านหน้าเขียนป้ายว่า 'โรงประมูลฟ้าเมฆา' ทั้งสองเดินเข้าไปด้านในและก็ตกเป็นจุดสนใจทันที สตรีด้านในก็มองเว่ยเว่ยด้วยสายตาอิจฉา

ซึ่งเว่ยเว่ยตอนนี้นางอยู่ในชุดสตรีสีแดงที่ดูเย้ายวนเสมือนจิ้งจอกจำแลงกาย (ก็เป็นจิ้งจอกจริงๆหนิ) และหงซูซานอยู่ในชุดสีดำเงาที่ดูไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรี

พอเดินด้วยกันเหมือนคุณหนูคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ออกมาเดินเล่น พวกนางเดินเข้าไปที่โรงประมูลเพื่อต้องการนั่งดูการประมูลเผื่อมีสิ่งที่พวกนางสนใจ

แต่จะมีเพียงบางกลุ่มบางคนหาได้สนใจหน้าตาของเว่ยเว่ยไม่ พวกนั้นกับจับจ้องไปที่ทั้งสองด้วยสายตาที่อยากรู้ว่าเป็นตระกูลใด

และเด็กที่ยืนด้านข้างสตรีชุดแดงที่ไม่แน่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงที่สวมหน้ากากยืนอยู่ด้านหลังด้วยความสนใจ กับพลังความกดดันการฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กนั้น

มันทำให้ผู้ที่มีพลังปราณเกิดความสนใจและอยากจะประลองฝีมือดูสักครั้ง อายุไม่เกินสิบหนาวแต่มีไอแห่งการฆ่ารุนแรงเช่นนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้ว

.

.

เสี่ยวเอ้อร์ที่สัมผัสได้ว่าทั้งสองต้องเป็นผู้สูงส่งก็รีบเดินออกมาต้อนรับ

“ยินดีต้องรับคุณหนูคุณชายขอรับ พวกท่านตรงการโต๊ะแบบใดขอรับ”

“อืม พวกข้าต้องการห้องส่วนตัว”

“เชิญด้านนี้ขอรับ”

เสี่ยวเอ้อเดินนำพวกไป๋ซานไปชั้นสองที่เป็นห้องส่วนตัว ใช่ว่านางจะไม่รู้ว่ามีสายตาจับจ้อง นางแค่ดูสถานการณ์และคอยสังเกตเพียงเท่านั้น นางไม่มีปัญหาหากมีผู้ใดอยากลองดีกับนาง นางก็ไม่ขัดหรอก

ห้องที่ได้เป็นห้องบนชั้นสอง โรงประมูลแห่งนี้แบ่งออกเป็นสี่ชั้น ชั้นแรกเป็นระดับบุคคลทั่วไป ชั้นสองเป็นผู้ที่มีเงินทองและอำนาจ ชั้นสามเป็นของเชื้อพระวงศ์ และชั้นสี่ชั้นสุดท้ายเป็นที่สำหรับเจ้าของโรงประมูลและผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไป ด้านในห้องตกแต่งด้วยของหรูหราแม้ว่านี้จะเป็นเพียงชั้นสองก็ตาม

'อืม ฟุ่มเฟือยไม่น้อย เมื่อไหร่ข้าจะได้ใช้เงินเสียที' หงซูซานคิดในใจ

"พวกท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มหรือไม่ขอรับ"

"เอาอาหารขึ้นชื่อมาสักสองสามอย่าง กับน้ำชามาสักกาพอ" เสี่ยวเอ้อร์รับคำแล้วค่อยถอยตัวเดินออกจากห้องไป มาดูกันสิว่าสถานที่แห่งนี้จะทำให้นางสนใจได้มากน้อยเพียงใด หวังว่าจะไม่ทำให้นางต้องผิดหวังนะ

# การลงตอนนิยายของไรต์ไม่แน่นอนเลย ทุกคนไรต์จะพยายามมาลงทุกวันนะคะ ^^

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...