โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

น่านน้ำสีเลือด สมรภูมิดุเดือด ของตลาด 'ซีรีส์ Y ไทย'/เปลี่ยนผ่าน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ก.ย 2565 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2565 เวลา 02.15 น.

เปลี่ยนผ่าน

feedforfuture.co

น่านน้ำสีเลือด

สมรภูมิดุเดือด

ของตลาด ‘ซีรีส์ Y ไทย’

“คิดว่าตอนนี้การแข่งขันเข้มข้นมากๆ อยู่แล้ว ต้องใช้คำว่าจาก ‘บลูโอเชียน’ ตอนนี้ซีรีส์ Y การตลาดซีรีส์ Y กลายเป็น ‘เรดโอเชียน’ ไปอย่างเรียบร้อยแล้ว เป็นแบบน่านน้ำสีแดงเดือดเลย…

“ตอนนี้ซีรีส์ Y ของจีเอ็มเอ็มทีวีขายไปแล้วกว่า 20 เรื่อง ส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก โดยคู่ค้าหลักคือประเทศญี่ปุ่น ซื้อซีรีส์ Y ของเราเกือบทั้งหมดเลย”

“สถาพร พานิชรักษาพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “จีเอ็มเอ็มทีวี” หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ “คู่จิ้นฟีเวอร์” ในวงการบันเทิงไทย ฉายภาพการแข่งขันที่ดุเดือดสำหรับ “อุตสาหกรรมการผลิตซีรีส์ Y” ทั้งในบริบทของประเทศไทยและตลาดโลก ให้เว็บไซต์ FEED ได้รับฟัง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 จีเอ็มเอ็มทีวีส่งซีรีส์ Y เรื่องแรกของบริษัทออกสู่ตลาด นั่นคือ “SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง” ซึ่งสร้างจากนวนิยายชื่อดังของนักเขียนผู้ใช้นามปากกาว่า “BitterSweet” โดยนำเสนอเรื่องราวความรักและมิตรภาพของรุ่นพี่รุ่นน้อง

เวลานั้น จีเอ็มเอ็มทีวีกำลังมุ่งผลิตซีรีส์วัยรุ่นที่มีเนื้อหาแปลกใหม่ แตกต่าง และหลากหลาย หนึ่งในผลลัพธ์ของแนวคิดดังกล่าว ก็คือ “SOTUS The Series”

อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ Y เรื่องนี้กลับประสบความสำเร็จเกินคาดและสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ มากมาย นำมาสู่การต่อยอดความสำเร็จในการผลิตคอนเทนต์ Y แบบครบวงจรของจีเอ็มเอ็มทีวีจนถึงปัจจุบัน

“SOTUS The Series ประสบความสำเร็จมากๆ จากนั้นก็เกิดความต้องการของตลาด เช่น มีแฟนคลับจากจีน หรือประเทศต่างๆ ในเอเชีย เรียกร้องให้ไปจัดแฟนมีตติ้งที่นั่น จึงเป็นที่มาของการเดินสายไปทั่วเอเชีย” สถาพรให้ข้อมูล

นับจากนั้น จีเอ็มเอ็มทีวีจึงได้ปรับพอร์ตการผลิตซีรีส์ โดยค่อยๆ เพิ่มซีรีส์ Y เข้าไปปีละ 1-2 เรื่อง จนตอนนี้ผลิตเกิน 20 กว่าเรื่องแล้ว เผยแพร่ทั้งช่องทางออนแอร์ผ่านสถานีโทรทัศน์ และแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น เน็ตฟลิกซ์ ที่นำซีรีส์ไปออกอากาศทั้งหมด 190 ประเทศทั่วโลก

คู่ค้าหลักของจีเอ็มเอ็มทีวีคือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งติดต่อซื้อซีรีส์ Y ของบริษัทไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผลิตทั้งหมด

มิหนำซ้ำ “ซีรีส์ Y สัญชาติไทย” ยังเดินทางไปไกลเกินความนึกคิดของหลายคน ดังที่สถาพรเล่าว่า

“ซีรีส์ Y สามารถสร้างไอดอลได้ และยังสร้างปรากฏการณ์อีกมากมาย เช่น แฟนคลับจากประเทศที่เราไม่คาดคิด เช่น บราซิล เม็กซิโก ถึงขนาดสถานทูตไทย ณ กรุงเม็กซิโก ได้ติดต่อเรามาเพื่อนำ ‘ไบร์ท วชิรวิชญ์’ และ ‘วิน เมธวิน’ ไปไลฟ์พบปะผู้ชมชาวเม็กซิโก”

สถาพรมองว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ “ซีรีส์ Y ไทย” กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนนานาชาติ ก็คงมาจากเนื้อเรื่องที่ผู้ชมดูแล้วมีความสุข เกิดความสบายใจ ประกอบกับเคมีของนักแสดงที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกคล้อยตามไปได้ ส่วนแฟนๆ แถบเอเชียน่าจะชอบซีรีส์ Y บ้านเรา เพราะมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ จีเอ็มเอ็มทีวีต้องผ่านการลงทุนลงแรงอย่างหนักหน่วง เนื่องจากช่วงแรกตลาดยังไม่เปิดกว้างมากเท่าปัจจุบัน ส่วนสปอนเซอร์-เจ้าของสินค้าหลายๆ รายก็ยังไม่เปิดใจ

เช่น ขณะที่ผลิต “SOTUS The Series” นั้นแทบไม่มีสปอนเซอร์ที่เข้ามาซื้อโฆษณาด้วยความต้องการอย่างแท้จริง ผิดกับยุคนี้ ที่ซีรีส์ Y หลายเรื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำความสำเร็จของคอนเทนต์บันเทิงกลุ่มดังกล่าว จนแทบไม่ต้องอธิบายอะไรให้ผู้สนับสนุนฟังอีกแล้ว

ไม่ใช่แค่ความโด่งดังข้ามชาติ แต่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของซีรีส์ Y ยังขยายฐานกว้างมากขึ้น จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงานตอนต้น มาสู่การได้เห็นภาพคนอายุเกิน 60 ปี เข้ามาเป็นแฟนคลับของนักแสดง Y บางคู่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ฮิตข้ามวัย

เมื่อความต้องการบริโภคซีรีส์ Y มีมากขึ้น บรรดาผู้ผลิตหลากหลายรายจึงลงมาเล่น-แข่งขันในสนามนี้อย่างทวีจำนวนขึ้นเช่นกัน จนเกิดการแย่งชิงบทประพันธ์อย่างดุเดือด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจีเอ็มเอ็มทีวีบรรยายว่า ขณะนี้คาดว่ามีผู้ผลิตซีรีส์ Y ออกมาจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 เรื่องต่อปี ถ้านับเม็ดเงินในประเทศในแง่ของสปอนเซอร์ ก็ยังไม่ได้มากไปกว่าเม็ดเงินสนับสนุนซีรีส์หรือละครทั่วไป

ทว่า มูลค่าที่ประเมินไม่ได้จริงๆ ของ “อุตสาหกรรม Y” นั้นมาจากช่องทางอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น กลุ่มแฟนคลับต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อมาเจอนักแสดงที่พวกเขาชื่นชอบตามงานอีเวนต์ หรือมาท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่องต่างๆ

แม้แต่ออฟฟิศจีเอ็มเอ็มทีวีบนชั้น 30 ของตึกแกรมมี่ ก็กลายเป็นแลนด์มาร์กหรือสถานที่เช็กอินของบรรดาแฟนคลับซีรีส์ Y ชาวต่างชาติไปแล้ว

“คิดว่าตอนนี้การแข่งขันเข้มข้นมากๆ อยู่แล้ว ต้องใช้คำว่าจาก ‘บลูโอเชียน’ (พื้นที่ทางธุรกิจที่มีคู่แข่งขันไม่มาก) ตอนนี้ซีรีส์ Y การตลาดซีรีส์ Y กลายเป็น ‘เรดโอเชียน’ (พื้นที่ทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงสุด) ไปอย่างเรียบร้อยแล้ว

“เป็นแบบน่านน้ำสีแดงเดือดเลย คือตอนนี้มันกลายเป็นว่าทุกบริษัท ทุกผู้ผลิต ทุกสถานี คิดว่าต้องมีซีรีส์ Y ปริมาณมันก็เลยมหาศาลมาก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ ขณะนี้”

ในปี 2566 จีเอ็มเอ็มทีวีมีแผนการผลิตซีรีส์ Y จำนวน 7-8 เรื่อง ด้วยความเชื่อว่าตลาดของสื่อบันเทิงประเภทนี้จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพราะตราบใดที่ยังมีคนดู การผลิตก็ยังคงดำเนินต่อไป

แม้จะมีคอนเทนต์ที่ถูกผลิตออกมามากมายมหาศาล แต่สถาพรเชื่อว่า ไม่ใช่ซีรีส์ Y ทุกเรื่องที่จะโด่งดัง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อหาเป็นตัวนำ เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมีทิศทาง เช่น การต่อยอดของจีเอ็มเอ็มทีวีผ่านการจัดอีเวนต์และแฟนมีตติ้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ยกตัวอย่างกิจกรรมล่าสุด กับการนำทัพนักแสดงซีรีส์ของบริษัทบินลัดฟ้าไปเสิร์ฟความสนุกให้แก่แฟนๆ ชาวญี่ปุ่น ภายในงาน “GMMTV FAN FEST 2022 LIVE IN JAPAN” ซึ่งเป็นการจัดร่วมกันกับสื่อและบริษัทออร์แกไนซ์ของญี่ปุ่น

“บรรยากาศการยอมรับและการเปิดกว้างของสังคมตอนนี้ เชื่อว่าจะส่งผลให้ซีรีส์ Y เติบโตได้อย่างลื่นไหล” ผู้ผลิตซีรีส์ Y เจ้าใหญ่ สรุปความเห็นด้วยการมองโลกในแง่ดี ก่อนจะย้อนกลับสู่โลกความเป็นจริง เมื่อ FEED ตั้งคำถามว่าเอกชนในอุตสาหกรรมบันเทิงกลุ่มนี้ ต้องการการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างไรบ้าง?

“ก็คงเป็นเรื่องความช่วยเหลือ-อำนวยความสะดวกในการส่งออกผลงานไปต่างประเทศ แต่ขณะนี้ เราก็ได้ลงมือทำเองไปทั้งหมดอยู่แล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...