โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลักฐาน'ผ้าขาว'แตงโม ส่งถึงมือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รอตรวจดีเอ็นเอ

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 17.00 น.

ผอ.สถาบันนิติฯ ยธ. รับมอบผ้าผูกเอวสีขาวจาก"สมชาย-หมอพรทิพย์" ด้านเลขานุการ รมว.ยุติธรรม ชี้การตรวจสอบครั้งนี้ตั้งบนสมมติฐานว่าเป็นคดีฆาตกรรมจึงต้องหาพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงในประเด็นที่ว่าใครฆ่า หรือฆ่าที่ไหน เผยหากคราบเลือดตรงกับดีเอ็นเอน้องแตงโมก็ไปต่อ แต่ถ้าไม่ตรงกันก็จบทันที

14 มิ.ย.ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ชั้น 8 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการฯ และแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้นำพยานหลักฐานไปส่งยังสถาบันนิติวิทยา
ศาสตร์ เพื่อทำการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมี ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (คดีการเสียชีวิตของ"แตงโม"นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ) พ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมด้วย ทั้งนี้ ได้มีการพูดหารือกับพันตำรวจเอกทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นเวลาเกือบ1ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว

ต่อมานายสมชาย กล่าวว่า หลักฐานชิ้นนี้ถูกส่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเคยส่งมอบให้กับตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน แต่ตำรวจบอกว่าปิดสำนวนไปแล้วจึงไม่รับเอกสารนี้ นอกจากนี้ ยังส่งหลักฐานชิ้นนี้ให้กับอัยการนนทบุรี แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับกลับมา ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ จึงอาศัยช่องทางนี้ส่งผ่านให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รับดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายสามารถทำได้ เพราะจากการตรวจสอบหลักฐานชิ้นนี้แล้ว พบมีการส่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาจริง รวมทั้งเมื่อตรวจสอบแล้วยืนยันว่าผ้าสีขาวมีคราบเลือดของมนุษย์ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นคราบเลือดของแตงโม หรือไม่

ส่วนแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เปิดเผยว่า คดีนี้เคยให้คำแนะนำกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปแล้วว่า หากรอยแผลที่พบบนขาขวาของแตงโม ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ คราบเลือด ย่อมติดอยู่บนเสื้อผ้าของแตงโม เสื้อคนที่อยู่บนเรือ ติดที่เรือ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ถ้าหากผลการตรวจเลือดบนผ้ายืนยันว่าเป็นดีเอ็นเอของแตงโมจริง ก็จะเป็นประเด็นเกิดขึ้น

ด้านพันตำรวจเอกทรงศักดิ์ กล่าวว่า สถาบันฯได้รับพยานวัตถุเป็นเสื้อเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ ซึ่งกระบวนการตรวจเบื้องต้นจะได้แยกสารจากเลือดบนเสื้อเพื่อตรวจตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งมาทุกข้อ โดยเบื้องต้นจะเป็นการตรวจดีเอ็นเอและวัตถุแปลกปลอมอื่นอื่นๆ เช่น เส้นผม ใบไม้ หรือคราบดินต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบกับสถานที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามการตรวจพิสูจน์หาหลายอย่างจากพยานวัตถุเพียงชิ้นเดียวอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมีการนำตัวอย่างคราบเลือด คราบดินมาเปรียบเทียบกับสารที่สกัดได้จากเสื้อ แต่สถาบันฯจะพยายามเร่งให้เสร็จภายใน 20 -30 วัน

ขณะที่รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการที่มีผู้มาร้องขอดีเอสไอให้สอบสวนตามที่มีตั้งประเด็นว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ ทั้งนี้ วัตถุพยานที่คณะกรรมาธิการฯ ส่งมอบให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเสาะแสวงหาพยานหลักฐานในคดี ซึ่งเมื่อตรวจแล้วไม่ใช่ผ้าของแตงโม ก็ไม่ถือว่าเสียหาย แต่หากพบว่าพยานหลักฐานที่พบเป็นผ้าผืนเดียวกับที่แตงโมใส่วันเกิดเหตุ รวมทั้งหากคราบเลือดที่พบเป็นคราบเลือดของแตงโมจริง คดีนี้ย่อมสามารถสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมได้เป็นเลือดที่เกิดจากบนบกหรือไม่อย่างไรต่อไป

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีการตั้งต้นว่า บนสมมติฐานว่า เป็นคดีฆาตกรรมจึงต้องหาพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงในประเด็นที่ว่าใครฆ่า หรือฆ่าที่ไหน ดังนั้น วัตถุพยานที่รับมอบมา จึงต้องเอามาพิสูจน์ข้อเท็จจริงสมมติฐานนั้นให้ได้

"หากตรวจออกมาว่าคราบเลือดบนผ้าดังกล่าวเป็นเลือดมนุษย์จริง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะทราบว่าสถาบันมี DNA ของน้องแตงโม ซึ่งหากคราบเลือดตรงกับดีเอ็นเอน้องแตงโมก็ไปต่อ แต่ถ้าไม่ตรงกันก็จบไปทันที "

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนเมื่อสถาบันนิติฯ จะส่งผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานนี้ รายงานให้กับประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯทราบ โดยจะเป็นคนละส่วนกับหลักฐานที่นำเข้าสู่สำนวนการสอบสวน ไม่ได้ใช้เป็นพยานหลักฐานอื่นๆในคดีแต่อย่างใด

-001

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...