โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

งามอย่างไทยนำเทรนด์ T-Beauty โตแรงในเอเชีย ‘ศรีจันทร์’ บุกตลาดต่างประเทศ

TODAY Bizview

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.33 น. • workpointTODAY

เทรนด์ T-Beauty หรือสินค้าผลิตภัณฑ์ด้านความงาม Made in Thailand กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคหลายประเทศในอาเซียนและเอเชีย วัดได้จากการเติบโตของตลาดที่ต่อเนื่องขึ้นทุกปี

จากมุมมองของตลาดในอาเซียน และเอเชีย กลุ่มลูกค้ามองว่าสินค้าด้านความงามที่เป็นแบรนด์ไทยมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และราคาเข้าถึงได้

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน คือการเติบโตของ T-Beauty ไทยในประเทศญี่ปุ่น เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “สุวาอิ เมคุ” หมายถึง ‘การแต่งหน้าแบบไทย’ ผิวใช้รองพื้นแบบเนื้อกึ่งแมตต์ ปัดขนคิ้วให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย โชว์ขนคิ้วที่เรียงตัวเป็นธรรมชาติ ตาใช้อายแชโดว์โทนธรรมชาติ กรีดอายไลน์เนอร์ และปัดขนตาล่างให้ยาว ปากใช้ลิปสติกเนื้อเซมิแมตต์ และปัดแก้มเป็นวงรี โดยใช้สีที่ดูสุขภาพดี

จากโทนแต่งหน้าแบบไทยแล้ว มาสู่อีกเทรนด์สำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของ T-Beauty คือ ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับส่วนผสมมากขึ้น การตัดสินใจซื้อไม่ขึ้นกับโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงผลการทดสอบและเนื้อหาบนฉลากสินค้า

ขณะที่ผู้บริโภคต่างชาติ โดยเฉพาะในลาวและญี่ปุ่น ก็เริ่มเปิดรับสินค้าที่ผลิตในไทย ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ “ต้องมีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์สากล”

[ ศรีจันทร์ แบรนด์ไทยในกระแส T-Beauty ]

แบรนด์ไทยในตำนานอย่าง “ศรีจันทร์” ที่ถ้าให้นึกถึงเลกาซี่สมัยก่อนคือ โด่งดังในเรื่องแป้ง แต่ตอนนี้แบรนด์ได้ขยายพอร์ต แตกแบรนด์ลูกออกมาตอบรับตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ

‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาที่ทำให้ศรีจันทร์ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่ตอ้งปรับพอร์ตธุรกิจ คือ ช่วงโควิด-19 เราเดินไปบอกผู้ถือหุ้นว่าจะใช้เงินพัฒนาสินค้า โดยที่บริษัทเลือกลงทุนแตกไลน์สินค้าไปยังสกินแคร์ ด้วยสูตรใหม่ๆ และจริงจังเรื่อง R&D ก่อนจะขายผลิตภัณฑ์ออกตลาด

ทำให้แบรนด์เริ่มเข้าสู่ตลาดสกินแคร์ตั้งแต่ปี 2021 และในปี 2024 บริษัทเติบโตถึง 117% ในหมวดสกินแคร์เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยตอนนี้สามารถแบ่งสินค้าออกเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ เมคอัพ สกินแคร์ และครีมกันแดด

‘รวิศ’ บอกว่า หลังจากแตกไลน์สินค้าก็เปลี่ยนภาพจำใหม่ให้กับแบรนด์ เพราะถ้าพูดกับคนรุ่นเก่าเขาก็จำศรีจันทร์ได้จากแป้ง แต่พอถามคนรุ่นใหม่ก็จำได้จากสกินแคร์ ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของแบรนด์เปลี่ยนจากเมคอัพเป็น “สกินแคร์” ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในพอร์ต โดยเฉพาะในปี 2567 กลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์เติบโต 79% เทียบกับค่าเฉลี่ยตลาดที่โตเพียง 3.4% (ข้อมูลจาก NielsenIQ)

นอกจากนี้ ศรีจันทร์ยังแตกไลน์แบรนด์ลูกอย่าง “sasi” ออกมาอีกด้วย เพื่อจับกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ และแบรนด์ก็เติบโตเฉลี่ยกว่า 50% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับแบรนด์ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่

[ แนวโน้มปี 2568 ตลาดสกินแคร์ในประเทศชะลอตัว ต่างประเทศคือโอกาส ]

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดในประเทศจะยังเติบโตได้ แต่การแข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้นจากทั้งแบรนด์เกาหลี จีน และ Local Brand รายใหม่ ศรีจันทร์จึงวางกลยุทธ์เชิงรุกกับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียนที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมคล้ายคนไทย และตลาดญี่ปุ่นซึ่งให้ความสำคัญกับดีไซน์และคุณภาพแบบ craft-oriented

ศรีจันทร์จึงเริ่มขยายสู่ตลาดประเทศลาวด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 112.5% ระหว่างปี 2564–2567 ผ่านการสนับสนุนเวที Miss Universe Laos และ Laos Fashion Week พร้อมใช้พรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง “Nethdao” ช่วยสร้างแบรนด์

ขณะที่ในญี่ปุ่น แบรนด์ศรีจันทร์มีวางจำหน่ายแล้วกว่า 2,000 ร้าน พร้อมร่วมมือกับ BANDAI ผลิต “กาชาปองแป้งศรีจันทร์” ตอกย้ำเอกลักษณ์แบรนด์ไทยที่เข้าถึงใจคนญี่ปุ่น

[ 4 กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ศรีจันทร์ ]

‘รวิศ’ ยังเล่าให้ฟังถึงกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ศรีจันทร์ให้ฟังอีกว่ามีหลักๆ อยู่ 4 กลยุทธ์ นั่นก็คือ

  • Modern Classic Thainess รักษาอัตลักษณ์แบบไทยร่วมสมัยไว้ในชื่อและดีไซน์สินค้า เช่น “SRICHAND BANGKOK 1948”
    [    * เลือกพรีเซ็นเตอร์ไทยร่วมสมัย เช่น ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, แบมแบม กันต์พิมุกต์ และศิลปินวง PROXIE \(ปีนี้ใช้งบการตลาดมากกว่า 100 ล้านบาท\) ,     * พัฒนาสูตรเทียบเคียงแบรนด์ระดับโลก ใช้สาร Active ใหม่ๆ เช่น Glyceryl Glucoside และเทคโนโลยี Hybrid Foundation ,     * สร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อคนรุ่นใหม่ ส่งเสริม Resilience, การลางานอย่างเท่าเทียม, และความรับผิดชอบร่วมกัน ]

สำหรับยอดขายรวมของบริษัท ศรีจันทร์ สหโอสถ จำกัด หลังจากขยายพอร์ตสู่สกินแคร์ และแตกแบรนด์ใหม่มีการเติบโตมากกว่า 10% ทุกปี

  • ยอดขายปี 2021 คือ 520 ล้านบาท
    [    * ยอดขายปี 2022 คือ 717 ล้านบาท \(\+42.02%\) ,     * ยอดขายปี 2023 คือ 1,019 ล้านบาท \(\+41.92%\) ,     * ยอดขายปี 2024 คือ 1,600 ล้านบาท \(\+58.98%\) ]

รายได้รวมมาจากช่องทางการจำหน่ายแบบออฟไลน์ 90% และออนไลน์ 10% เป้าการเติบโตในปีนี้ “ศรีจันทร์” ตั้งเป้ายอดขายมากกว่า 30% – 40% ส่วนเรื่องของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังอยู่ในช่วงเตรียมพร้อมอยู่ แต่ ‘รวิศ’ บอกว่า ด้วยสถานการณ์ตลาดหุ้นตอนนี้ อาจจะมองๆ เรื่องนี้ไปก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...