โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เจ้าสัวธนินท์’ เสนอแนวทางเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ยันซีพีรับมือความผันผวนสงครามการค้าได้ ด้วยกลยุทธ์ผลิตและจำหน่ายภายในประเทศ

TODAY Bizview

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • workpointTODAY

อิทธิฤทธิ์หลัง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ชนะเลือกตั้ง และเปิดสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และอีกหลายประเทศทั่วโลกที่ส่งผลสะเทือนต่อซัพพลายเชนทั้งโลกในหลายภูมิภาคจนประเมินกันว่า จากนี้ระบบเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนไป วิธีค้าขายแบบเดิมๆ กำลังจบสิ้นลง?

คำถามที่หลายคงสงสัยคือ แล้ว ‘ธุรกิจใหญ่ของไทย’ ที่มีการกระจายการลงทุนไปในหลายประเทศ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ที่ค้าขายและลงทุนทั้งใน จีน สหรัฐ ยุโรป อินเดีย และหลายประเทศในเอเชีย จะปรับตัวยังไงในช่วงที่การค้าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

แน่นอนว่า ‘สินค้าปศุสัตว์และเนื้อแปรรูป’ อย่างเนื้อวัว เนื้อไก่ ก็อยู่ในข่ายที่สหรัฐอเมริกามองว่าไทยเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐสูง ขณะที่สินค้าไทยก็เผชิญกับการถูกเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐฯ สูงถึง 36% จากนโยบาย “Reciprocal Trade”

‘ซีพี’ ยักษ์ใหญ่สะเทือนกับเรื่องนี้แค่ไหน ล่าสุด ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ Nikkei Asia ในช่วงเดินทางไปญี่ปุ่นไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงผลกระทบที่ซีพีต้องเผชิญ

[ สหรัฐฯ ชนะสงครามการค้าในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะเสียเปรียบ ]

‘เจ้าสัวธนินท์’ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาอาจสูญเสียบทบาทความเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก หากยังคงใช้นโยบายการค้าที่เป็นปฏิปักษ์กับพันธมิตร โดยเฉพาะมาตรการขึ้นภาษีภายใต้นโยบาย “America First” ของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ สร้างความสั่นคลอนต่อระบบการค้าเสรีระหว่างประเทศ เพราะนโยบายถูกนำมาใช้แบบไร้แบบแผน และเป็นการกระทำที่ละเลยพันธมิตรของสหรัฐฯ

และแม้ว่าสหรัฐฯ จะยังเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและมีพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดในโลก แต่หากยังเดินหน้าทำลายความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า การลงทุนในสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ก็อาจถดถอยในระยะยาว

‘เจ้าสัวธนินท์’ ยังเตือนว่า หากประเทศต่างๆ รวมตัวกันสร้างกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของตัวเอง สหรัฐฯ อาจกลายเป็นผู้ที่ต้องแบกรับความเสียหาย

“เขาชนะในระยะสั้น แต่ในระยะยาว สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ จะมีหนี้สาธารณะสูงทะลุ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว แต่ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ยังคงมองว่าสหรัฐฯ ควรทำหน้าที่เป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลกต่อไป เพราะพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ยังถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก

“ถ้าเขาทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน แล้วสหรัฐฯ จะไปต่อยังไง? ใครจะยังกล้าลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ อยู่?”

‘เจ้าสัวธนินท์’ ตั้งคำถาม พร้อมเตือนว่า ถ้ายังเดินหน้าแบบนี้ประเทศอื่นๆ อาจหันไปจับมือกันสร้างกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองแทนการพึ่งพาสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี บทสัมภาษณ์‘เจ้าสัวธนินท์’ เกิดขึ้นในในช่วงที่หลายประเทศ เช่น จีนและญี่ปุ่น กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดจากสงครามการค้า โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากที่สุดในโลก ทำให้ ‘เจ้าสัวธนินท์’ มองว่า ญี่ปุ่นสามารถใช้สถานะผู้ถือพันธบัตรรายใหญ่เป็น “ไพ่ใบสุดท้าย” ในการต่อรองกับสหรัฐฯ หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าด้วย

[ เครือซีพีกระทบเล็กน้อยจากสงครามการค้า เพราะผลิตที่ไหนขายที่นั่นเลย ]

ส่วนผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเครือซีพี ‘เจ้าสัวธนินท์’ อธิบายว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจเกษตร-อาหารของซีพี “เพียงเล็กน้อย” เนื่องจากกลุ่มบริษัทเน้นกลยุทธ์ผลิตและขายในประเทศที่ตั้งโรงงาน และใช้เครื่องจักรในการผลิตที่นำเข้าจากญี่ปุ่นถึงประมาณ 80%

โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ซึ่งเป็นบริษัทหลักในกลุ่มซีพี ก็สร้างรายได้จากต่างประเทศถึง 63% โดยมีเวียดนามและจีนเป็นตลาดหลัก สะท้อนให้เห็นว่าการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าได้

“เราขายอาหารในประเทศที่เราผลิตสินค้า นโยบายนี้ช่วยให้เรารอดพ้นจากผลกระทบสงครามการค้า” เจ้าสัวธนินท์กล่าว

สรุปมุมมอง ‘เจ้าสัวธนินท์’ ได้ว่าในเรื่องสงครามการค้า นโยบายที่สุดโต่งอาจทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบได้ในระยะยาวเพราะอาจมีกลุ่มประเทศรวมตัวกันสร้างกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อปกป้องประเทศของตัวเองกัน ส่วนด้านธุรกิจเครือซีพี ก็ไม่ได้กระทบอะไรนัก เพราะรายได้หลักมาจากเวียดนามและจีนเป็นหลัก อีกทั้งตั้งโรงงานผลิตที่ไหน ก็ขายในประเทศนั้นๆ เลย

ที่มา :

  • https://asia.nikkei.com/Editor-s-Picks/Interview/CP-Group-tycoon-warns-US-Treasurys-selloff-could-weaken-America-s-status
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...