โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์เดินหน้าจัดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก คาดยอดสั่งซื้อ 300 ล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 00.01 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น.

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมจัดการประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025 : WTC 2025) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 29 - 30 ก.ค. 2568 ภายใต้แนวคิด “Thailand Tapioca Next : GO Global Go Together ที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่เวทีการค้าโลกโดยการประชุมสัมมนาดังกล่าวจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเจรจาการค้าระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าจากทั่วโลก

การจัดงาน WTC 2025 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน และเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

โดยกิจกรรมในวันที่ 29 ก.ค. 2568 ณ โรงแรม มิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ จะมีการเสวนาในหัวข้อ “จากไร่มันฯ สู่อนาคต : เส้นทางอุตสาหกรรมมันสำปะหลังสู่ความยั่งยืน” ซึ่งผู้เข้าร่วมงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย ผู้นำเข้าและผู้แทนจากหน่วยงานรัฐบาลต่างชาติ ส่วนวันที่ 30 ก.ค. 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ จะเปิดให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง รวมถึงผู้ที่สนใจได้เข้าร่วม

โดยมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญ คือ การบรรยายในหัวข้อ “มัน…ไม่ธรรมดา : รับมือการค้าโลกใหม่ เปิดมุมมองโอกาสและความท้าทาย” การจัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าต่างชาติ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การจัดประชุมกลุ่มย่อย และการจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

นางอารดา กล่าวว่า งาน WTC 2025 จะมีความแตกต่างและแปลกใหม่กว่าครั้งที่ผ่านๆ มา โดยงานครั้งนี้จะถ่ายทอดแนวคิด “Thailand Tapioca Next : GO Global Go Together” ไปยังทุกกิจกรรมภายในงาน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่เวทีการค้าโลก รวมทั้งการสร้างโอกาสในการขยายการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าต่างชาติจากหลากหลายอุตสาหกรรม

นอกจากนี้การจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหารือแนวทาง เฉพาะด้านในเชิงลึกในประเด็นด้านการยกระดับความร่วมมือการใช้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย รวมถึงการแปรรูปมันสำปะหลังไทยสู่การเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ซึ่งในปีนี้ นอกจากจะให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์มันเส้น/มันอัดเม็ด และแป้งมันสำปะหลังแล้ว ยังมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่แปรรูปมาจากมันสำปะหลังด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเป็นมิติใหม่ของการเพิ่มมูลค่าและการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้ามันสำปะหลังไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน” นางอารดากล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2567 ไทยสามารถส่งออกมันสำปะหลังได้รวมทั้งสิ้น 6.47 ล้านตัน สร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 110,255 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค. – พ.ค.) ไทยส่งออกได้ปริมาณ 4.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 37.16 %จากปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 2.96 ล้านตัน อย่างไรก็ตามแม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่มูลค่าการส่งออกกลับลดลง โดยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 45,358.32 ล้านบาท ลดลง 12.52 % จากปีก่อน ที่มีมูลค่าประมาณ 51,848.40 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจากราคามันสำปะหลังในตลาดโลกลดลงมาตั้งแต่ต้นปี 2568

อย่างไรก็ดี กรมการค้าต่างประเทศยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยมุ่งเน้นการผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปยังตลาด ที่มีศักยภาพในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้ปริมาณการส่งออกในปี 2568 บรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 7.5 ล้านตัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...