โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อสังหาฝากผู้ว่าฯแบงก์ชาติคนใหม่ปลดล็อกนโยบายการฝ่าวิกฤติหนี้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

หลังการแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ มีผลวันที่ 1 ต.ค.2568 ภายใต้ภารกิจเร่งด่วนและความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่วิกฤติหนี้ครัวเรือน ไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเปราะบาง และความคาดหวังจากหลายภาคส่วน

โดยเฉพาะ “ภาคอสังหาริมทรัพย์” ที่มองว่า ถึงเวลาที่นโยบายการเงินของ ธปท. ต้องเพิ่มบทบาทจาก “ผู้รักษาเสถียรภาพ” เป็น “ผู้นำขับเคลื่อนการฟื้นตัว” อย่างเต็มตัว พร้อมใช้เครื่องมือ “การคลัง+การเงิน” อย่างสอดประสานกับรัฐบาล เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจากหนี้พอก หนี้เสีย ไม่ให้ย่ำแย่ไปกว่านี้

อิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ย้ำว่า ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ ต้องตระหนักว่า “วิกฤติวันนี้” ไม่ใช่สถานการณ์ปกติของวงจรเศรษฐกิจทั่วไป หากแต่เป็น “วิกฤติซ้อนวิกฤติ” ที่หนักหนากว่าปี 2540 ด้วยซ้ำ!

“เราต้องยอมรับว่าวิกฤติวันนี้ หนักกว่าที่เราเคยเจอในปี 2540 ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำตามรอบปกติ แต่คือปัญหาสะสมจากหลายปี ตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 สงครามการค้า ปัญหาการเมือง และภาระหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

นี่จึงไม่ใช่วิกฤติที่จะแก้ได้ด้วยรัฐบาลฝ่ายเดียว ต้องมี “แบงก์ชาติ” เข้ามาช่วยอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในเรื่องของหนี้เสีย การจัดชั้นหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ของภาคประชาชนและธุรกิจ

ธปท. ควรผ่อนเกณฑ์จัดชั้นหนี้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถประนอมหนี้กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น ลดแรงกดดันจากการตั้งสำรอง และช่วยให้ระบบยังเคลื่อนไหวต่อได้

“ธนาคารเองก็ไม่อยากได้หนี้เสียเพิ่ม แต่ถ้าระบบยังไม่ผ่อนเกณฑ์ ทุกฝ่ายก็จะแพ้หมดทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้”

ดังนั้น ธปท. ต้อง “ยืนอยู่แถวหน้า” คู่กับรัฐบาลในการร่วมแก้หนี้ ไม่ใช่ยืนอยู่ข้างหลังคอยควบคุมเท่านั้น โดยเฉพาะการ “ผ่อนปรนหลักเกณฑ์จัดชั้นหนี้” ที่จะช่วยลดต้นทุนธนาคารและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเจรจาประนอมหนี้กับลูกค้า

มุมมองใหม่จากคนที่เข้าใจ “ฐานราก”

"ภาคอสังหาริมทรัพย์มีความหวังกับนายวิทัย เพราะเคยผ่านบทบาทสำคัญในธนาคารออมสิน ซึ่งใกล้ชิดกับลูกค้าระดับฐานราก ผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอี ไปจนถึงสินเชื่อรายบุคคล กล่าวได้ว่ามีประสบการณ์เชิงลึกกับประชาชนระดับล่าง เชื่อว่าจะเข้าใจสถานการณ์จากฐานรากได้ดี”

เชื่อว่ามาตรการการเงินผ่อนคลาย โดยเฉพาะ "การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเกิดขึ้นในยุคนายวิทัย ในฐานะผู้ว่าการแบงก์ชาติ จะเป็นผลดีทั้งในด้านต้นทุนธุรกิจ การบริโภค และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อ

“ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช่แค่ช่วยธุรกิจ แต่มีผลทางจิตวิทยา ทำให้คนกล้าตัดสินใจซื้อของใหญ่ๆ อย่างบ้านด้วย”

“ซิงเกิลคอมมานด์”การคลัง+การเงิน

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย สะท้อนมุมมองว่า การแก้วิกฤติต้องการความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

“เราต้องการ ซิงเกิลคอมมานด์ ระหว่าง ธปท. และกระทรวงการคลัง เพื่อทำงานเป็นทีมเดียวกัน เหมือนหน่วยบัญชาการพิเศษในการกู้วิกฤติประเทศ”

เชื่อว่า นายวิทัย จะสามารถทำงานร่วมกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับนโยบายการคลัง

“วันนี้เราไม่สามารถยึดเสถียรภาพแบบดั้งเดิมเป็นหลักได้อีกต่อไป เสถียรภาพต้องเท่ากับ ‘ปากท้องประชาชน’ ที่คนต้องมีกิน มีใช้ก่อน”

เงินสำรองมีแต่เศรษฐกิจแห้งแล้งได้เวลาปลดล็อก

กูรูภาคอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นตรงกันด้วยว่า “ความมั่นคงทางการเงิน" ของไทยไม่ใช่ปัญหา! หากแต่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยเฉพาะ เงินสำรองระหว่างประเทศ ที่อยู่ในระดับแสนล้านดอลลาร์ ยังไม่สอดรับกับปัญหาปากท้อง

“เงินสำรองเรามีเยอะ แต่คนไม่มีข้าวกิน แบบนี้เสถียรภาพไม่เกิดขึ้นจริง”

ดังนั้น แนวทางสำคัญ นั่นคือ การจัดการภาระหนี้เสียในระบบสถาบันการเงิน การเปิดช่องให้ธนาคารแข่งขันมากขึ้นผ่านการเปิดผู้เล่นใหม่ และการฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือ เครื่องมือที่ควรนำมาใช้ในเชิงรุกอย่างมีจังหวะ โจทย์ที่รอ “ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ” คนใหม่ ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือความกล้าในการเปลี่ยนแนวทาง!

“ถ้ายังทำแบบเดิม เราจะได้ผลลัพธ์แบบเดิม แต่ปัญหาวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

ไม่ใช่แค่การลดดอกเบี้ย หรือผ่อนเกณฑ์การเงินเท่านั้น แต่คือการ “คิดใหม่ ทำใหม่” แบบเบ็ดเสร็จร่วมกับรัฐบาลในเชิงนโยบาย สิ่งที่ 2 กูรูจากภาคอสังหาริมทรัพย์ฝากการบ้านถึง “นายวิทัย รัตนากร” จึงไม่ใช่แค่ความรู้เชิงเทคนิคด้านเศรษฐศาสตร์ แต่คือ “ความกล้า” และ “วิสัยทัศน์” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ!

การเข้ารับตำแหน่งของ “ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคนใหม่ แต่คือโอกาสสำคัญของประเทศที่จะเปลี่ยน “บทบาท ธปท.” จากผู้คุมเสถียรภาพ มาเป็น “ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง” อย่างแท้จริง!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...