โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ประเสริฐ’ เผย ผลการบังคับใช้ ‘พ.ร.ก.ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์’ 3 เดือนยับยั้งมูลค่าความเสียหายได้แล้ว 5.8 พันล้านบาท

WeR NEWS

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.05 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการปราบปรามการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยยกระดับ ‘ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC)’ เป็น ‘ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี’ หรือ ศปอท. ซึ่งเป็นกลไกหลักในการรับแจ้งเหตุ รับคำร้องทุกข์ สั่งระงับธุรกรรมทางการเงิน ประสานงานวิเคราะห์ข้อมูล และสามารถดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ครบวงจร และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบัน ศปอท. ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ ซึ่งมีผลทำให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ปรากฎเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

สำหรับผลการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในช่วงวันที่ 14 เมษายน – 20 กรกฎาคม 2568 (ระยะเวลา 3 เดือนหลังบังคับใช้ พ.ร.ก.) สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์จำนวน 19,676 URLs และแพลตฟอร์มหลอกลวงจำนวน 14,143 URLs พร้อมระงับบัญชีธนาคารได้เป็นจำนวน 181,989 บัญชี

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ ศปอท. สามารถจัดการคดีอาชญากรรมออนไลน์ได้แล้วจำนวน 88,995 คดี ช่วยยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงประชาชนได้เป็นจำนวน 5,895.96 ล้านบาท

ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในกระบวนการปิดกั้นเว็บไซต์ ซึ่งสามารถตรวจสอบ URLs ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้รวดเร็ว (เทียบเท่าการทำงานโดยเจ้าหน้าที่จำนวน 94 คน) ช่วยลดขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลลงได้ 5 วันทำการ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวน URLs ที่ถูกสั่งปิดในปี 2568 ได้ถึงร้อยละ 70.7 (โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละ 175 URLs)

อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดให้หน่วยงานเอกชนมีส่วนร่วมรับผิดในความเสียหาย เกิดการป้องกันการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่รัดกุม ซึ่งที่ผ่านมาสามารถลดมูลค่าความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังกำหนดมาตรการที่จะช่วยเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของมิจฉาชีพ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...