โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อเด็กน้อยกว่าบุหรี่มวน จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 21.24 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

12 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

แม้จุดประสงค์แต่เดิมของบุหรี่ไฟฟ้าคือทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเลิกสูบบุหรี่ แต่ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดบุหรี่ไฟฟ้าคือนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชน นำไปสู่การตั้งคำถามถึงประโยชน์และอันตรายเรื่องการมีอยู่ของบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังคงแพร่หลายในสังคม แม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในบางประเทศก็ตาม

บทสรุป :

1.ความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนมาจากงานวิจัยที่มีปัญหาและทำให้เกิดความเข้าใจผิด
2.ในบุหรี่ไฟฟ้ามีสารที่เหมือนและต่างจากบุหรี่มวน แต่เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้เช่นกัน
3.ตรวจพบยาดองศพและยาฆ่าหญ้าในบุหรี่ไฟฟ้า
4.บุหรี่ไฟฟ้าพุ่งเป้ามาที่เยาวชน ทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

การทำงานของบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้าที่การทำงานที่คล้ายคลึงกับเครื่องพ่นละอองสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือผู้ป่วยโรคปอด

เครื่องพ่นละอองจะเปลี่ยนตัวยาที่เป็นของเหลวให้กลายเป็นไอให้ผู้ป่วยสูดดม ถือเป็นวิธีลำเลียงตัวยาเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าทำงานด้วยการใช้ความร้อนทำให้สารเคมีในน้ำยากลายเป็นไอ แต่สิ่งที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจกลับเต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลานานจึงเปรียบเสมือนการปล่อยให้ปอดแช่อยู่ในสารพิษอย่างต่อเนื่อง

การที่บุหรี่มวนมีสารก่อมะเร็งนับ 100 ชนิด และสารเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกว่า 900 ชนิด อาจทำให้บุหรี่ไฟฟ้าดูมีความอันตรายน้อยกว่า แต่กระนั้น บุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารบางอย่างที่คล้ายกับบุหรี่มวน รวมถึงสารอันตรายอื่น ๆ อีกมากมายที่พบในบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

Nicotine

สารที่พบทั้งในบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าคือนิโคติน สารเสพติดที่ทำให้ความดันโลหิตสูงและเร่งการหลั่งอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้าบางชนิดยังพบปริมาณนิโคตินที่สูงกว่าในบุหรี่มวนอีกด้วย

Formaldehyde

ฟอร์มาลดีไฮด์ สารประกอบอินทรีย์ ใช้เป็นสารตั้งต้นสำคัญในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้เป็นสารฆ่าเชื้อและยาดองศพ

ฟอร์มาลดีไฮด์ถูกใช้เป็นตัวละลายในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อรับเข้าสู่ร่างกายจะเพิ่มความเสี่ยงโรคปอดและหัวใจ และยังจัดเป็นสารก่อมะเร็งระดับ Group 1 อีกด้วย

Acrolein

แอโครลีน เป็นสารระเหยที่มักใช้เป็นส่วนประกอบในยากำจัดวัชพืช เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ ทั้งกระตุ้นการเกิด โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด

นอกจากนี้ยังพบสารโลหะหนักอีกหลายชนิดในบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง ตะกั่ว ดีบุก นิกเกิล เป็นต้น

การระบาดของโรค EVALI จากบุหรี่ไฟฟ้า

ปี 2020 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) รายงานพบผู้ป่วยโรคปอดจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarette or Vaping use-Associated Lung Injury : EVALI) จำนวน 2,807 เคสในสหรัฐฯ และมีผู้เสียชีวิตจากโรค EVALI ในขณะนั้นจำนวน 68 ราย

ผลการตรวจสอบของเหลวจากปอดของผู้ป่วย EVALI พบทั้งสาร THC หรือสารสร้างความมึนเมาที่อยู่ในกัญชา และ วิตามินอี ที่ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งหากสูดดมก็จะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ

คาดว่าส่วนผสมของสาร THC และวิตามินอี น่าจะมาจากบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการดัดแปลงส่วนผสมหรือบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบจำหน่ายในตลาดมืด เป็นการเพิ่มอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งขึ้น

ที่มาความเชื่อ บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน

บทวิเคราะห์โดย มิเชล จอนเจเนลิส รองศาสตราจารย์ ศูนย์ศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ตีพิมพ์ทางเว็บไซต์ The Conversation ปี 2023 ระบุว่า ความเชื่อเรื่อง บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน มาจากงานวิจัยที่มีปัญหาเมื่อปี 2014 และสร้างความเข้าใจผิดต่ออันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้านับแต่นั้นเป็นต้นมา

งานวิจัยดังกล่าวคือ Estimating the Harms of Nicotine-Containing Products Using the MCDA Approach ตีพิมพ์ทางวารสาร European Addiction Research เมื่อปี 2014

ทีมวิจัยสรุปว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายเพียง 4% เมื่อเทียบกับอันตรายจากการสูบบุหรี่มวน

ข้อมูลดังกล่าว ถูกนำมาใช้อ้างอิงนโยบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ที่อนุญาตการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีการควบคุม โดยเชื่อว่า บุหรี่มวนมีอันตรายมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้า 95-96%

อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่นำไปสู่บทสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายเพียง 4% ยังขาดความชัดเจน เนื่องจากขาดหลักฐานอ้างอิงที่หนักแน่นเพียงพอ ซึ่งทีมวิจัยยังระบุปัญหาดังกล่าวในงานวิจัยว่าบทสรุปยังมีจุดอ่อนด้านกระบวนการวิจัย ดังนั้นบทสรุปดังกล่าวจึงเป็นเพียงการประเมินคร่าว ๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยว่า หนึ่งในทีมวิจัยมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทยาสูบ ซึ่งเป็นผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ทำให้งานวิจัยมีปัญหาด้านประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้วิจัยและแหล่งเงินทุนอีกด้วย

การถูกนำไปอ้างอิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเชื่อเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน กลายเป็น Factoid หรือข้อมูลเท็จที่ถูกนำเสนอซ้ำ ๆ จนคนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริงไปในที่สุด

บุหรี่ไฟฟ้าพุ่งเป้ามาที่เยาวชน

บริษัทยาสูบใช้ประโยชน์จากความเชื่อที่ว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีพิษภัยเท่าบุหรี่มวน สำหรับแผนการโฆษณาโดยเน้นไปที่นักสูบหน้าใหม่อย่างเยาวชน

ผลสำรวจปี 2019 พบว่า งบการตลาดสำหรับการโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้ามีมูลค่าถึง 8,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีการทุ่มงบประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ต่อ 1 ชั่วโมง

กลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่คนรุ่นใหม่ โดยแทรกซึมเนื้อหาในวงการบันเทิงและวงการกีฬา ทั้งการว่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อรีวิวสินค้า ตลอดจนมาตรการแจกบุหรี่ไฟฟ้าระหว่างการแข่งขันกีฬา

ผลสำรวจของสหรัฐฯ ปี 2021 พบว่า เด็กมัธยมชาวอเมริกัน 3 ใน 4 คน พบเห็นโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า และมี 74% ที่เห็นโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อสังคมออนไลน์

การเติมกลิ่นรสในบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยล่อลวงให้เด็กหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยพบว่าเด็กอเมริกัน 9 จาก 10 ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เลือกสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการเติมกลิ่นรส

จากกลยุทธ์จูงใจและความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีพิษภัยเท่าบุหรี่มวน ทำให้ผลสำรวจปี 2021 พบว่าเด็กมัธยมอเมริกันหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 2 ล้านคน

ส่วนผลสำรวจในประเทศไทยปี 2021 พบว่าเด็กนักเรียนมัธยมต้นอายุระหว่าง 13-15 ปี หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจาก 3.3% ในปี 2015 มาเป็น 8.1% ในปี 2021

แม้อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนจะลดลงอย่างมากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ทำให้ยากต่อการแยกแยะบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่กับอุปกรณ์อื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน

โดยเฉพาะการมาถึงของบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ชนิดใช้ครั้งเดียวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ในปี 2021 พบว่า บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ชนิดใช้ครั้งเดียวได้รับความนิยมจากนักเรียนมัธยมต้นเพิ่มขึ้น 400% และได้รับความนิยมจากนักเรียนมัธยมปลายเพิ่มขึ้นถึง 1,000%

อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชน

บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อเยาวชนโดยตรง เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อพัฒนาการสมองของเด็ก

หากสตรีมีครรภ์ได้รับนิโคติน ก็จะส่งผลต่อพัฒนาการสมองของตัวอ่อนในครรภ์ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.who.int/thailand/news/feature-stories/detail/e-cigarettes-contain-hazardous-substances–addictive-and-harmful
https://www.lung.org/quit-smoking/e-cigarettes-vaping/impact-of-e-cigarettes-on-lung
https://www.heart.org/en/healthy-living/healthy-lifestyle/quit-smoking-tobacco/is-vaping-safer-than-smoking
https://theconversation.com/no-vapes-arent-95-less-harmful-than-cigarettes-heres-how-this-decade-old-myth-took-off-203039
https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/what-does-vaping-do-to-your-lungs
https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/5-truths-you-need-to-know-about-vaping

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...