โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ เดือน พ.ค.ร่วงต่ำสุดในรอบปี ธุรกิจกังวลภาวะเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 08.29 น.

ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ เดือน พ.ค.ร่วงต่ำสุดในรอบปี ธุรกิจกังวลภาวะเศรษฐกิจ ขณะภาคเอกชนเรียกร้องรัฐเร่งอัดมาตรการกระตุ้น–ลดภาระต้นทุน-ดูแลภาระภาษีและค่าใช้จ่าย

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC INDEX) เดือนพ.ค. 68 ซึ่งเป็นการสำรวจจากความคิดเห็นของภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค. 68 โดยดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 48.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 48.3 ในเดือน เม.ย. 68

นายวชิร กล่าวว่า ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทย ยังคงเป็นขาลง โดยดัชนีฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และถือว่าลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในปีนี้ เนื่องจากภาคธุรกิจยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต

โดยจากการสำรวจความเห็นพบว่า ภาคการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่มีสัญญาณชะลอตัว ส่วนภาคอุตสาหกรรม ยังมีการขยายตัวได้จากการเร่งผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ ก่อนที่การปรับขึ้นมาตรการภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้

ส่วนด้านการค้า แม้จะดีขึ้น แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยประชาชนเริ่มระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้การจับจ่ายใช้สอยจะมีมูลค่าไม่สูงมาก ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของภาคธุรกิจ ขณะที่การจ้างงานมีสัญญาณปรับตัวลดลง และยังมีความไม่แน่นอน

"ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้า ในเดือนพ.ค. ยังเป็นขาลงต่อเนื่อง ซึ่งภาคธุรกิจยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ การบริโภค และการจ้างงาน โดยดัชนีฯ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และถือว่าลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี" นายวชิร ระบุ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในแต่ละภูมิภาค เป็นดังนี้

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 47.9 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 48.0
  • ภาคกลาง อยู่ที่ 47.5 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 47.7
  • ภาคตะวันออก อยู่ที่ 51.3 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 51.7
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 47.0 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 47.4
  • ภาคเหนือ อยู่ที่ 47.8 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 48.0
  • ภาคใต้ อยู่ที่ 46.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. ซึ่งอยู่ที่ 47.1

ปัจจัยลบ ได้แก่

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1/68 ขยายตัว 3.1% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว ทั้งการเร่งส่งออกก่อนการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 68 ลงเหลือ 1.3-2.3%
  • การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และแนวทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
  • เสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ยังเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ
  • เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงผู้บริโภคมีการระมัดระวังการจับจ่าย ส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจที่อาจจะไม่เติบโต ซึ่งรายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • SET Index เดือนพ.ค. 68 ปรับตัวลดลง 48.08 จุด จาก 1,197.26 ณ สิ้นเดือน เม.ย.68 เป็น 1,149.18 ณ สิ้นเดือน พ.ค. 68
  • ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 33.746 บาท/ดอลลาร์ ณ สิ้นเดือน เม.ย.68 เป็น 32.934 บาท/ดอลลาร์ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 68 สะท้อนว่ามีการไหลออกสุทธิของเงินตราต่างประเทศ
  • สถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับขบวนการฮามาส ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น

ปัจจัยบวก ได้แก่

  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย โดยลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% ที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมิน ไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยกเว้นการยื่นวีซ่านักท่องเที่ยว
  • การส่งออกของไทยเดือน เม.ย. 68 ขยายตัว 10.18% มูลค่าอยู่ที่ 25,625.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 16.08% มีมูลค่าอยู่ที่ 28,946.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าอยู่ที่ 3,321.34 ล้านดอลลาร์
  • ราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล ออกเทน 95 ในประเทศปรับตัวลดลงประมาณ 0.3 บาท/ลิตร จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 32.18 และ 32.55 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ยังคงทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 31.94 บาท/ลิตร ณ สิ้นเดือน พ.ค.68
  • เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้ ทำให้อุปสงค์สินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มอาหารสด อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และผลไม้
  • ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น หรือทรงตัวในระดับที่ดีเกือบทุกรายการสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา ราคาไม่ค่อยดี

ทั้งนี้ภาคเอกชนเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อภาครัฐ ดังนี้

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น
  • มาตรการทางการเงินที่ช่วยเหลือสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ช่วยดูแลมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน และช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสีย
  • การบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับภาคการเกษตร อุปโภค-บริโภค และรวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • การส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลัก และเมืองรองให้ต่อเนื่อง เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่พื้นที่
  • มาตรการส่งเสริมช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • การดูแลภาระภาษีและค่าใช้จ่าย โดยต้องการให้ภาครัฐลดภาระภาษี และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...