โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘เผ่าภูมิ’ เผยรัฐเตรียมมาตรการเงิน-การคลัง รับมือภาษีสหรัฐ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.55 น.

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก” ว่า กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เตรียมทั้งมาตรการทางการเงิน และมาตรการทางการคลัง ดูแลครอบคลุมทั้งผู้ส่งออก ซัพพลายเชนของผู้ส่งออก และภาคแรงงานที่ทำงานในภาคส่งออก รวมถึงผู้ผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าที่เข้ามาแข่งขัน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

มาตรการทางการเงิน

  • ได้เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 200,000 ล้านบาท จัดเตรียมไว้ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน เพื่อกระจายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไปยังธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ
  • มาตรการจาก EXIM Bank สำหรับสินเชื่อเดิม มีการพักหนี้และลดดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อใหม่ จะเชื่อมโยงกับการปล่อยซอฟต์โลน
  • สนับสนุนการหาตลาดใหม่ มีการจัดเตรียมสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการค้นหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ รวมถึงใช้โครงสร้างสินเชื่อและโครงสร้างภาษีในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ส่งออกขยายตลาด

มาตรการทางการคลัง

งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว 115,000 ล้านบาท เน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณส่วนนี้จะลงไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กและกระจายตัว โดยเฉพาะในภาคการคมนาคมและการชลประทาน เพื่อสร้างการจ้างงานและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังมีกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (Economic Drive) นอกจากมาตรการเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังได้วางแผนระยะยาวในการสร้างเม็ดเงินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยแนวคิดใหม่ ๆ โดยได้ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการแล้วและกำลังส่งเข้าสู่สภาฯ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยกระทรวงการคลังกำลังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนโครงการแก้ไขหนี้ก้อนใหญ่ ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อให้สกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีของนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งถือเป็น "เงินใหม่" ที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องและไม่จำกัดอยู่เพียงงบประมาณของรัฐบาล

มั่นใจ 'พิชัย' ปิดดีลออกมาดีที่สุด

ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาภาษีสหรัฐนั้น ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจารอบที่ 2 โดยมีการส่งข้อเสนอไปแล้วและกำลังอยู่ในขั้นตอนการหารืออย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่ได้อัตราภาษีต่ำที่สุด แต่คือผู้ที่ได้ "ดีลที่ดีที่สุด"

สำหรับ “ดีลที่ดีที่สุด" ในที่นี้หมายถึงการพิจารณาถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับและสิ่งที่ประเทศจะต้องเสียไปในภาพรวม การพิจารณาจะไม่จำกัดอยู่แค่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะครอบคลุมถึงพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก ภาคเกษตรกร หรือภาคปศุสัตว์

“ทีมไทยแลนด์ นำโดยท่านพิชัย ได้รับการยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และมีความกลมกล่อมที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทุกคนในประเทศ”

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า การเจรจาเรื่องภาษีประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ผลกระทบต่อผู้ส่งออก และสิ่งที่ประเทศจะต้องนำไปแลกเปลี่ยน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศด้วยเช่นกัน ทีมเจรจาของไทยกำลังพยายามรักษาสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างทั้งสองฝ่ายนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ทั้งนี้ เมื่อมีการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ที่มักถูกกล่าวถึงว่าได้รับอัตราภาษี 20% นั้น นายเผ่าภูมิ กล่าวอธิบายว่า เวียดนามมีอัตราภาษี 2 เรท คือ 20% และ 40% ซึ่งความแตกต่างระหว่าง 20% และ 40% ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่เรียกว่า "RVC" หรือ Regional Value Content ซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณการผลิตในภูมิภาคของสินค้านั้นๆ หากสินค้ามีการผลิตในภูมิภาคมาก ก็จะเสียภาษี 20% แต่ถ้าเกินเส้นแบ่งที่กำหนดก็จะเสีย 40%

โดยจากข้อมูลพบว่า เวียดนามส่วนใหญ่จะเสียภาษีในอัตรา 40% เหตุผลคือเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีความ "mature" หรือเติบโตเต็มที่มากกว่า ประเทศไทยมีการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่ยาวและลึกกว่า ทำให้มีการใช้ local content หรือวัตถุดิบภายในประเทศมากกว่า หากต้องเผชิญกับอัตราภาษีเดียวกัน ประเทศไทยจะได้เปรียบมากกว่า

“การมองภาพรวมของประเทศอื่นๆ จำเป็นต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขภาษีสุดท้ายเท่านั้น แต่ต้องดูว่าประเทศนั้นๆ ได้อะไร และเสียอะไรไปบ้างในภาพรวม และดูที่ผลประโยชน์สุทธิ สำหรับการเจรจาของประเทศไทยนั้น จะพิจารณาเส้นแบ่งของ RVC ที่ประเทศไทยจะได้รับว่าอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ นอกเหนือจากอัตราภาษีสุดท้ายเพียงอย่างเดียว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...