โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเฟ้อ คืออะไร รู้สาเหตุและวิธีรับมือปัญหาของแพงค่าแรงถูก

INN News

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • INN News

เศรษฐกิจโลกมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอ จากที่เคยซื้อข้าวหน้าเป็ดได้ 35 บาท ตอนนี้ต้องจ่าย 45 บาท หรือการที่ราคาโทรศัพท์รุ่นใหม่แพงขึ้นกว่าปีที่แล้วแม้จะมีสเปคเหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ” ที่กำลังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของทุกคน การเข้าใจเรื่องเงินเฟ้อ และวิธีการรับมือเงินเฟ้อที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราจัดการกับการเงินส่วนตัวได้ดีขึ้นในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เงินเฟ้อ (Inflation) คืออะไร ?

เงินเฟ้อ คือ สภาวะที่ราคาสินค้า และบริการทั่วไปในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อของเงินลดลงไปในทิศทางตรงกันข้าม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ iPhone ที่มีราคาเปิดตัวในสกุลดอลลาร์เท่าเดิม แต่เมื่อแปลงเป็นเงินบาทกลับแพงขึ้นเนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนตัวลง นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อปี จะถูกใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการวัดความรุนแรงของเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลา

สาเหตุที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อ

การเกิดเงินเฟ้อมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อดุลยภาพของอุปสงค์ และอุปทานในตลาด ได้แก่

1. ความต้องการซื้อสินค้า และบริการที่เพิ่มมากขึ้น

สภาวะที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้า และบริการเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณสินค้าในตลาดยังคงเท่าเดิมหรือไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ขายสามารถยกระดับราคาสินค้าได้ง่ายขึ้น เช่น การที่รถยนต์ไฟฟ้ามีความต้องการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่โรงงานผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทัน ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกของตลาด

2. ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

เมื่อต้นทุนในการผลิตสินค้า และบริการสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบ ค่าแรงงาน หรือค่าพลังงาน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อรักษาอัตรากำไร เช่น ร้านอาหารที่ต้องปรับราคาเมนูขึ้นเพราะราคาเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงแพงขึ้น หรือสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้นเนื่องจากค่าขนส่ง และค่าเงินที่ผันผวน

ผลกระทบที่เราจะได้รับจากเงินเฟ้อที่ควรรู้ไว้

จากข้อมูลของทางเว็บไซต์ Krungsri The COACH เงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องของกำลังซื้อที่ลดลง แม้รายได้จะยังคงเท่าเดิม แต่สามารถซื้อสินค้า และบริการได้น้อยลงกว่าเดิม ค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้ต้องปรับแผนการใช้จ่าย บางครั้งอาจต้องลดการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อให้เงินพอใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การออมเงินในรูปแบบเงินฝากธนาคารธรรมดาจะมีผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับอาจไม่ทันกับอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ส่งผลให้มูลค่าเงินออมลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

แนะนำวิธีรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ

การเตรียมพร้อมรับมือกับเงินเฟ้อ 2568 ที่คาดว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ต้องใช้กลยุทธ์ทางการเงินที่หลากหลาย และเหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคน ซึ่งทาง Krungsri The COACH มีแนะนำไว้ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. วางแผนการลงทุนให้ตอบโจทย์

การนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเป็นหนทางสำคัญในการรักษามูลค่าเงิน เช่น การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และกระจายความเสี่ยงโดยไม่ลงทุนในตะกร้าเดียว

2. ลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง

การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ และคงมูลค่าในระยะยาว เช่น ทองคำ เป็นตัวเลือกที่นิยมในช่วงเงินเฟ้อสูง เนื่องจากทองคำมีคุณสมบัติเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี มีสภาพคล่องสูง และสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายเมื่อต้องการ นอกจากนี้ สินทรัพย์อื่น ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่มีอัตราดอกเบี้ยปรับตามเงินเฟ้อ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

3. ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

การติดตามข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เข้าใจทิศทางของเงินเฟ้อ และเตรียมตัวรับมือได้อย่างเหมาะสม การรับรู้ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จะช่วยในการตัดสินใจด้านการเงินได้ดีขึ้น รวมถึงการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

4. ห้ามก่อหนี้เสียโดยเด็ดขาด

การหลีกเลี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเงินเฟ้อสูง การซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยด้วยการผ่อนชำระหรือใช้บัตรเครดิตเกินความจำเป็น จะทำให้ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นในขณะที่กำลังซื้อลดลง ควรยึดหลักการใช้จ่ายอย่างมีสติ วางแผนงบประมาณรายเดือนอย่างเข้มงวด และหากจำเป็นต้องกู้ยืม ควรให้หนี้สินไม่เกิน 30-40% ของรายได้เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้

สรุปบทความ

เงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน การเข้าใจสาเหตุ และผลกระทบของเงินเฟ้อจะช่วยให้เราสามารถปรับตัว และวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม การลงทุนอย่างชาญฉลาด การเลือกสินทรัพย์ที่มั่นคง การติดตามข่าวสาร และการจัดการหนี้สินอย่างมีสติ เป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับความท้าทายนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อจะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ด้วยการเตรียมความพร้อมที่ดี เราสามารถดำรงชีวิต และสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์ที่มา : Krungsri The COACH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...