พร้อมรับมือ! คำสั่งปิดด่านถาวรช่องสะงำ คาดเขมรมีผลกระทบมากกว่าไทย
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่าทางประเทศกัมพูชาจะมีการปิดด่านถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เริ่มตั้งแต่ 21 มิ.ย.นี้ ล่าสุดเรื่องราวดังกล่าว นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องสะงำ เปิดเผยว่า ตอนนี้ประเทศกัมพูชากำลังเตรียมจะมีการส่งหนังสือตัวจริง เรื่องแจ้งปิดด่าน จ.อุดรมีชัย (ด่านถาวรช่องสะงำ) ให้กับ จ.ศรีสะเกษ ส่วนในตอนนี้ทางฝั่งไทยยังไม่มีเอกสารคำสั่งการปิด-เปิดด่านเพิ่มเติมจากเดิมจากจังหวัด และจากกองทัพแต่อย่างใด แต่ทางด่านศุลกากรช่องสะงำ ก็ได้มีการสั่งเตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมทุกเมื่อ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวถ้ามีการปิดด่านจริงจะมีผลกระทบแน่ๆ เพราะด่านถาวรช่องสะงำ เป็นด่านที่ประเทศกัมพูชาจะส่งสินค้าทางการเกษตรมาไทยเป็นหลัก ส่วนประเทศไทยก็จะส่งสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังประเทศกัมพูชาเป็นหลักเช่นกัน ทำให้ฝั่งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้จากการค้าขายเชิงเศรษฐกิจมิติเดียว แต่ฝั่งประเทศกัมพูชาจะได้รับผลกระทบหลายด้านจากการขาดรายได้จากการค้าขาย และการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคในการดำรงชีวิต ทางฝั่งกัมพูชาจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศไทย เพราะส่วนมากชาวกัมพูชาจะใช้สินค้าไทยในการดำรงชีวิตในแต่ะวัน ถ้ามีการปิดด่านลงชาวกัมพูชาจะขาดแคลนสินค้า และเครื่องอุปโภค บริโภคจะมีราคาสูงขึ้น เป็นผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม
ประเด็นที่มีประกาศงดนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชานั้น ตั้งแต่มีการประกาศปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน ทางด่านช่องสะงำก็ไม่มีการนำเข้ามันสำปะหลังแต่อย่างใด สาเหตุเพราะด่านถาวรช่องสะงำ มีนโยบายในการเข้มงวดกวดขันสินค้ามากขึ้น รถบรรทุกไม่กล้าข้ามฝั่งไปประเทศกัมพูชา เนื่องจากกลัวกลับมาไม่ทันด่านฯปิด ทั้งนี้ด่านถาวรช่องสะงำ ยังคงใช้ประกาศปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด ด่าน อันเดิม คือ เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 08.00 น. ปิดเวลา 15.00 น. ซึ่งจะเปิด-ปิดด่านแค่วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ เพียงเท่านั้น โดยจะให้คนผ่านเข้า-ออกโดยใช้ Passport และ Border Pas จำกัดการส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ตามกฎหมาย งดการส่งออกสินค้าเพื่อการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ ยานพาหนะ ผ่านได้ตามระเบียบ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เป็นไปตามระเบียบและหลักสากล โดยให้ปิดจุดผ่านแดน เมื่อมีการปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดน
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการออกหนังสือแจ้งถึงหัวหน้าส่วนราชการ และภาคส่วนต่างๆ โดยมีใจความว่า ด้วยจังหวัดศรีสะเกษได้รับแจ้งจากหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำพื้นที่ 1 แจ้งว่า จังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา ได้มีหนังสือแจ้งถึงจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดศรีสะเกษว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ นั้น ฝ่ายกัมพูชาจึงตัดสินใจปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องจับโกกี บ้านจับโกกีลิจ ตำบลอำปีล อำเภอบันเตียอำเตียอำปิล จังหวัดอุดรมีชัย และจุดผ่านแดนถาวรช่องจวม ตำบลตรอเปรียงไปร อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย (ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ) ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง