โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกาไต่สวนพยานคดี “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 "หมอวรงค์" ตั้ง 3 ข้อสังเกต

สยามรัฐ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.28 น.

ศาลฎีกาไต่สวนพยานคดี “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 "หมอวรงค์" ตั้ง 3 ข้อสังเกต

วันที่ 4 ก.ค.68 ศาลฎีกานัดไต่สวนพยาน 5 ปาก คดี “ทักษิณ” รักษาตัวโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ทนายวิญญัติงดเผยเนื้อหา เบรกวิเคราะห์คดีในที่สาธารณะ หวั่นกระทบความเป็นธรรม ขณะที่ “หมอวรงค์–หมอตุลย์–ชาญชัย–สมชาย” ร่วมสังเกตการณ์ ตั้งข้อสังเกตขั้นตอนส่งตัว “ผิดปกติ-เลือกโรงพยาบาลเอง-ไม่ผ่านฉุกเฉิน”

หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีการนัดไต่สวนพยานเพิ่มเติมในคดีการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายราชทัณฑ์ หรือมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือไม่ วันนี้ พยานที่ขึ้นเบิกความประกอบด้วย แพทย์หญิงรวมทิพย์ สุภานันท์ แพทย์ผู้ตรวจร่างกายนายทักษิณ และผู้ออกใบส่งตัวล่วงหน้าเข้าสู่กระบวนการรับผู้ต้องขังใหม่ รวมถึง นายแพทย์นทพร ปิยะสิน, นายธัญพิสิษฐ์ พยาบาลเวรเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, นางสาวจิราพร มีนวลชื่น และนางสาวณิชามล มากจันทร์ โดยมีบุคคลร่วมสังเกตการณ์เช่นเดิม ได้แก่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และนายสมชาย แสวงการ

นพ.วรงค์ เปิดเผยว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการจากการฟังไต่สวน ได้แก่ 1) การปฏิบัติการส่งตัวไปโรงพยาบาลดูเหมือนจะเป็นการดำเนินการของพยาบาลเวรเป็นหลัก โดยแพทย์เวรแทบไม่รู้เรื่อง 2) โรงพยาบาลราชทัณฑ์อยู่ใกล้แต่กลับใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงในการส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ 3) พยาบาลเวรเป็นผู้เลือกปลายทางในการรักษาเอง ซึ่งไม่ควรเป็นหน้าที่ของพยาบาล

นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจอยู่คนละตึกกับชั้น 14 หากเป็นกรณีฉุกเฉินจริงควรส่งเข้าห้องฉุกเฉินก่อน ไม่ใช่ส่งตรงไปชั้น 14 ซึ่งไม่มีความเร่งด่วนใด ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้สะท้อนความผิดปกติในกระบวนการส่งตัว

นายชาญชัย กล่าวขอบคุณศาลที่เปิดเผยการพิจารณาคดี ทำให้ข้อเท็จจริงหลายเรื่องเริ่มปรากฏ โดยเฉพาะในประเด็นที่เคยไม่ทราบมาก่อน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เปิดเผยภายหลังการไต่สวนว่า ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับพยาน 5 ปากในวันนี้ เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งชัดเจนให้งดนำเสนอข้อมูลคำเบิกความ ข้อเท็จจริง และข้อมูลสุขภาพต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันการสับสนหรือการตีความผิดจากผู้รับสาร ตนยอมรับว่า เป็นผู้ยื่นขอให้ศาลออกข้อกำหนดดังกล่าว หลังพบว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์คดีโดยอ้างข้อมูลจากการไต่สวน ซึ่งอาจกระทบต่อพยานปากถัดไปในอนาคต โดยศาลจะนัดไต่สวนเพิ่มเติมในวันที่ 8, 15, 18 และ 25 กรกฎาคมนี้ พร้อมมีพยานเพิ่มอีก 2 ปากในวันที่ 25 ก.ค. เช่นกัน

ส่วนกรณีการจำกัดผู้เข้าฟัง นายวิญญัติกล่าวว่า ได้ยื่นขอจำกัดในบางกรณี แต่ศาลยังไม่อนุมัติ เพราะเห็นว่ายังไม่ถึงขั้นต้องปิดการไต่สวนต่อสาธารณะ โดยให้ยื่นคำร้องเป็นนัด ๆ ไป โดยนายทักษิณไม่ได้แสดงความกังวลใด ๆ ต่อคดี เพราะอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถเลือกได้เองว่าจะเข้ารับการรักษาที่ไหน ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระบบของราชทัณฑ์และกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ศาลยังคงเดินหน้าไต่สวนพยานอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการส่งตัว การวินิจฉัยทางแพทย์ และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เรือนจำและโรงพยาบาลตำรวจอย่างละเอียด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...