โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พีทีจี” จับมือ” เวฟ บีซีจี” จ่ายไร่ละ 200 หนุนทำนาลดก๊าซเรือนกระจก สุพรรณบุรี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 21.41 น.

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้ให้บริการสถานีบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ PT Station รวมถึงดำเนินธุรกิจ Non-Oil อื่น ๆ เปิดเผยว่า บริษัทผู้พัฒนาโครงการ“ข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง” ได้ร่วมกับบริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด (WAVE BCG) ผู้ให้บริการ Climate Solution ครบวงจร ในเครือบริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ (WAVE)

ทั้งนี้ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการบรรลุปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2608

จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในพื้นที่ 510.29 ไร่ ใน 2 อำเภอ ของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภอสามชุก

พร้อมสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรผ่านโครงการคาร์บอนเครดิต ทั้งยังลดการใช้นํ้าในกระบวนการปลูกข้าว ทำให้เกิดการใช้นํ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การสนับสนุนโครงการ “ข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง” ของ PTG ยังช่วยเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

จากข้อมูลองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.รายงานว่า บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท เวฟบีซีจี จำกัด ผู้ร่วมพัฒนาโครงการ ได้รับมอบอำนาจจากเกษตรกรเจ้าของโครงการในการดำเนินการในสิทธิการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพื่อเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER)

จากเจ้าของที่ดินทั้ง 58 แปลง รวมพื้นที่ 510.29 ไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยตกลงยินยอมให้ บริษัท เวฟบีซีจี จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการและรับผลประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านคาร์บอนเครดิต และนโยบายชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงดำเนินการเป็นตัวแทนในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ทั้งนี้ บริษัท เวฟบีซีจี จำกัด จะจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบตัวเงินจากการทำนาเปียกสลับแห้งในให้แก่เกษตรกรในอัตราส่วนตามพื้นที่ดำเนินโครงการของเกษตรกรแต่ละราย โดยเป็นไปสัญญาข้อตกลงการเข้าร่วมโครงการกับเกษตรกร ที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการแก่เกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ไร่ละ 200 บาท ต่อ 1 ฤดูเพาะปลูกข้าว

สำหรับโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ตามขั้นตอนเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER) โดยมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 453.72 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ระยะเวลาคิดคาร์บอนเครดิตของโครงการ 5 ปี

โครงการทำนาเปียกสลับแห้ง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ร่วมทุนและจัดสรรงบประมาณควบคู่กับ บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด จำนวน 5.25 ล้านบาท เพื่อขยายผลโครงการในวงกว้าง ภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืนที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสีเขียวและเสริมสร้างมูลค่าให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยคาดหวังว่าโครงการนี้จะไม่เพียงช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสร้างโอกาสรายได้ใหม่ให้กับเกษตรกรผ่านการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...