WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร กำลังเดินหน้าสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร แม้ในช่วงไตรมาส 1/66 จะมีรายได้รวม 1,035 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,166 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 158 ล้านบาท
ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงฤดูกาลของธุรกิจที่เข้าสู่ Low Season ประกอบกับได้รับผลกระทบจากอัตราค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว โดยลดลงกว่า 80% แต่อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถทำปริมาณการขนส่งได้เติบโตใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งได้มีการจัดการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 21% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 16%
อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ยังมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากนายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ WICEที่ออกมาให้ข้อมูลว่า ภาพรวมตลาดในครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น และตลาดหลักอย่างประเทศจีนมีการยกเลิกมาตรการล็อคดาวน์ไม่มีการปิดด่าน ทำให้ขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวก เชื่อว่าจะเห็นปริมาณการขนส่งกลับมาเพิ่มขึ้น
ขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะเติบโตได้ดีขึ้นในครึ่งปีหลังเช่นเดียวกัน สอดรับกับค่าระวางเรือที่คาดจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ตามปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมองว่าภาพรวมปี 2566 รายได้จะเติบโต 15% จากปีก่อน พร้อมมองหาโอกาสขยายต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
โดยแผนการดำเนินงานในปี 2566 ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายส่วน ได้แก่ ความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ จำกัด ที่ได้ลงนาม MOU เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อขยายฐานลูกค้าเดิมไปยังกลุ่ม B2B2C (Business-to-Business-to-Customer) ซึ่งจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง รวมถึงวางแผนการจัดการคลังสินค้าแบบพร้อมส่ง (Fulfilments Canter) ให้กับลูกค้า เพื่อสนับสนุนยอดวอลุ่มเพิ่มเติม
ด้านความร่วมมือกับบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT ที่เป็นโครงการบริหารจัดการด้าน Green Logistics Hub ซึ่งจะพัฒนาเป็นคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
ล่าสุดได้เข้าไปปรับปรุงและพัฒนาที่ดินของกลุ่มสมบูรณ์ฯ บริเวณโรงงานย่านถนนบางนา-ตราด กม.15 จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนพื้นที่จังหวัดระยองอยู่ในขั้นตอนพูดคุยเพื่อเตรียมการก่อสร้าง รองรับการขยายธุรกิจคลังสินค้าและการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรต่อไป
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจาใช้การขนส่ง EV(EV transportation) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว คาดว่าจะมีความชัดเจนในครึ่งปีหลังของปี 2566 ด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกันช่วงกลางปี 66 ยังมีแผนเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าอีก 11,000 ตารางเมตร ทำเลบางนา-ตราด เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้า รวมทั้งยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าเพื่อขยายคลังสินค้าให้กับลูกค้าพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ดังนั้นโดยรวมแล้วในปี 2566 จะเห็นการเติบโตของพื้นที่คลังสินค้าประมาณ 45,000 ตารางเมตร
นอกจากนี้ WICE ยังได้ขยายอาณาจักร เพื่อสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือด้วยการยื่นไฟลิ่งนำบริษัทย่อย คือ บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL และเตรียมที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ประมาณช่วงไตรมาส 3/66
โดย ETLเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์สัญชาติไทยที่ประกอบธุรกิจหลักได้แก่บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (Cross Border Transportation Carrier) ครบวงจร และถือเป็นบริษัทย่อยและเป็นบริษัทเดียว ในการดำเนินธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนของ WICE อีกด้วย