โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮือฮา!! ม.4 ขี่ควายเทียมเกวียนไป ร.ร.หวังประหยัดน้ำมัน ทั้งอนุรักษ์วิถีชาวนาไม่ให้สูญหาย

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

ฮือฮา"น้องแต้ม" นักเรียน ม.4 ที่บุรีรัมย์ขี่ควายเทียมเกวียนไปร.ร.แทนจยย.หวังประหยัดค่าน้ำมัน ทั้งสืบสานอนุรักษ์วิถีชีวิตชาวนาดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย เจ้าตัวบอกไม่อายแต่กลับภูมิใจที่ได้ช่วยครอบครัวแบ่งเบาภาระ ทั้งยังมีรายได้จากการรับฝึกวัว ควายเทียมเกวียนและแห่ตามงานเดือนละหลักหมื่น ตาเผยทั้งหมู่บ้านเหลือครอบครัวเดียวที่ยังใช้วัว-ควายเทียมเกวียนในการดำรงชีวิต

27 มิ.ย.66 สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอของน้องนักเรียนชายกลุ่มหนึ่ง ขณะพากันขี่ควายเทียมเกวียนไปโรงเรียน จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านักเรียนที่ขี่ควายเทียมเกวียนไปเรียนเป็นนักเรียนโรงเรียนสูงเนินพิทยาคม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังโรงเรียนสูงเนินพิทยาคม ต.สูงเนิน อ.กระสัง ก็พบเกวียนจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้กับสนามหญ้า และมีควายเพศผู้ 2 ตัวอยู่บริเวณสนามหญ้าภายในบริเวณโรงเรียน จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของควายและเกวียนดังกล่าว คือ นายพิสิฐ เพียรจันทร์ หรือ น้องแต้ม อายุ 16 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.4 ส่วนนักเรียนที่นั่งเกวียนมาด้วยเป็นนักเรียนชั้น ม.2 แต่อยู่บ้านใกล้กันจึงขี่เกวียนมาเรียนด้วยกันเนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนเกือบ 1 กิโลเมตร เดิมก่อนหน้านี้ก็พากันขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียน แต่หลังจากนายพิสิฐ หรือแต้ม พี่ ม.4 ขี่เกวียนมาโรงเรียนน้องๆ ก็ขอติดมาด้วย

จากการสอบถามนายพิสิฐ หรือ น้องแต้ม บอกว่า ปกติครอบครัวก็ใช้วัว และควายเทียมเกวียนในชีวิตประจำวันทั้งขนข้าว ขนหญ้าอยู่แล้ว อีกทั้งตนเองก็ได้รับการฝึกฝนใช้วัว ควายเทียมเกวียนมาตั้งแต่เด็กจนเกิดความชำนาญ ปัจจุบันก็รับฝึกวัว ควายเทียมเกวียน และรับงานแห่ต่างๆ อยู่แล้ว จึงคิดว่าถ้าขี่ควายเทียมเกวียนที่ใช้ในวิถีชีวิตอยู่แล้ว ไปโรงเรียนแทนการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปก็จะเป็นการประหยัดค่าน้ำมันช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้เป็นอย่างดี เพราะหากขี่รถจักรยานยนต์ก็จะต้องเติมน้ำมันเฉลี่ยไปกลับวันละ 20 บาท แต่ถ้าขี่ควายเทียมเกวียนไปก็ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเลยก็จะเหลือเงินเก็บวันละ 20 บาท และยังรับน้องที่บ้านใกล้กันไปด้วยอีกวันละ 3–4 คน ก็ช่วยคนอื่นประหยัดได้อีกด้วย ส่วนควายก็นำไปผูกกินหญ้าที่โรงเรียนได้ด้วย

เมื่อถามว่า อายหรือไม่ที่ขี่เกวียนมาโรงเรียน น้องแต้ม กลับบอกว่า รู้สึกภูมิใจมากกว่าที่ได้ช่วยครอบครัวแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายายด้วย และเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่โรงเรียนเห็นเขาก็ไม่ได้ล้อเลียนอะไรแต่กลับบอกว่าเท่มากว่า ปัจจุบันก็มีรายได้จากการฝึกวัว ควายเทียมเกวียน และรับงานแห่ต่างๆ เฉลี่ยเดือนละกว่าหมื่นบาทด้วย

ด้านนายจิรวัฒน์ ดีล้อม อาจารย์ที่ปรึกษา บอกว่า ปกติครอบครัวน้องก็มีอาชีพทำการเกษตร และรับจ้างเทียมเกวียนอยู่แล้ว ซึ่งน้องก็รับได้รับถ่ายทอดวิธีการควบคุมหรือเทียมเกวียนมาจากคุณตาจนเกิดความชำนาญ จนปัจจุบันสามารถหารายได้เลี้ยงตัวเอง และแบ่งเบาภาระครอบครัวได้อีกด้วย และการที่น้องขี่มาโรงเรียนหรือการใช้เกวียนในชีวิตประจำวัน ยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย อีกด้วยเพราะปัจจุบันแทบไม่มีใครใช้ในชีวิตประจำวัน หากไม่อนุรักษ์ไว้อนาคตก็อาจจะเห็นแต่ในพิพิธภัณฑ์ก็ได้

ขณะที่นายปาน พร้อมพูน อายุ 75 ปี ตาของน้องแต้ม บอกว่า ตนเป็นคนสอนหลานให้ใช้วัว ควายเทียม เกวียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะอยากให้หลานได้ซึมซับวิถีชีวิตดั้งเดิม จะได้อนุรักษ์สืบต่อจากตนเองเพราะปัจจุบันแทบจะไม่มีใครใช้วัว หรือควายเทียมเกวียนแล้ว ในหมู่บ้านก็เหลือแค่ครอบครัวเดียวหากไม่มีใครอนุรักษ์ไว้ก็คงจะสูญหายไป ก็รู้สึกภูมิใจในตัวหลานที่สามารถใช้วิถีชีวิตดั้งเดิมหารายได้เลี้ยงตัวเอง และแบ่งเบาภาระครอบครัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...