โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ขิงยิ่งแก่ยิ่งแพง เกษตรกรเพชรบูรณ์ ยกให้เป็น “ขิงนางพญา” ถ้าปลูกได้สร้างกำไรดี แต่ไม่ง่าย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 01.10 น.

ขิง มีสรรพคุณทางยามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น ในทางยานิยมใช้ขิงแก่ เพราะขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและจะมีใยอาหารมาก ขิงรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน รักษาไข้หวัด รักษาอาการไอ ขับเสมหะ โดยนำขิงสดมาคั้นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย ผสมน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้งแก้อาการท้องเสีย ท้องร่วง ฯลฯ (โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์)

ขิงไม่ชอบสภาพน้ำท่วมขัง

คุณสมชาติ แสนยากุล ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 10 ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ คุณสมชาติปลูกขิงมานานแล้วควบคู่กับการทำธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพฯ

“ ผมปลูกขิงเอาไว้บนเชิงเขาเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดน้ำขังเพราะขิงไม่ชอบสภาพน้ำท่วมขังทำให้เน่าเสียง่าย การผลิตขิงต้องมีความพิถีพิถันในการปลูกและการดูแลจึงทำให้ได้ผลผลิตขิงที่มีราคาดี” คุณสมชาติ เริ่มต้นเล่าให้ฟัง

การปลูกขิงในพื้นที่เข็กน้อย เกษตรกรมักจะเลือกปลูกขิงพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ที่สามารถหาได้ทั่วไปในพื้นที่ ส่วนวิธีการปลูกขิงเนื่องจากขิงมีโรคระบาดค่อนข้างมาก เกษตรกรในพื้นที่จึงต้องสลับพื้นที่ปลูกไปเรื่อยๆ เพื่อลดการระบาดของโรค โดยทำการปลูกขิง 1 ครั้งต้องเว้นพื้นที่ไป 4-5 ปี จึงจะกลับมาปลูกได้ใหม่ ในเขตเขาค้อมีการปลูกขิงมานานแล้ว และต้องขยับย้ายพื้นที่การปลูกไปจังหวัดอื่นๆ อย่างเช่น พื้นที่ทางภาคเหนือ 4-5 ปีจึงกลับมาปลูกในพื้นที่เขาค้อได้อีก การใส่ปุ๋ยเกษตรกรผู้ปลูกขิงที่เข็กน้อยจะเน้นการใช้ปุ๋ยคอกคือ ปุ๋ยขี้ไก่ ใส่ตอนเตรียมดินปลูก หลังจากนั้น จะให้ปุ๋ยเคมีสูตรเร่งราก ปุ๋ยเคมีสูตรเร่งลำต้นและใบ ถัดมาเน้นปุ๋ยเคมีสูตรเร่งหัว

ขิงมีโรคระบาดที่ต้องระวัง

วิธีการปลูกขิงจะปลูกด้วยเหง้า ตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปลูกในหลุม หลังจากนั้น เว้นไว้ 1-2 เดือนจึงเอาเศษหญ้าคามาคลุมหน้าดินเพื่อบังแสงแดด เมื่อขิงงอกออกมาต้นเริ่มเจริญเติบโตก็จะนำดินมาถมทับรอบกอเพื่อบังคับให้ขิงเกิดการแตกตาแตกหน่อมากขึ้น

ขิงที่กำลังเจริญเติบโตในแปลงปลูก

ช่วงเวลาปลูกขิงจะลงมือปลูกประมาณเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนและจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวขิงอ่อนได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงกันยายน แต่ถ้าปล่อยไว้จนถึงเดือนธันวาคมก็จะต้องเก็บขายในแบบขิงแก่

ขิงมีโรคเยอะและมีการระบาดได้อย่างรวดเร็วในดิน โดยเฉพาะในสภาพที่มีน้ำท่วมขัง วิธีการของเกษตรกรจะสังเกตที่ใบของขิงหากใบมีจุดสีขาวหรือสีที่ผิดปกติจะต้องรีบทำการกำจัดโดยการถอนออกและคลุมดินป้องกันไม่ให้โรคระบาดไปยังต้นข้างๆ หรือแปลงข้างเคียง แต่หากเอาไม่อยู่เกิดการระบาดก็จะต้องโละถอนขิงออกทั้งหมด

ส่วนโรคสาเหตุสำคัญที่ทำความเสียหายให้แก่ขิงเป็นอย่างมาก กรมวิชาการเกษตร โดย ลัดดาวัลย์และคณะ รายงานไว้ว่า คือโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ซึ่งเชื้อสาเหตุของโรคนี้ทำให้การผลิตขิงของไทยเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจากเชื้อสามารถอาศัยอยู่ในดินได้เป็นเวลานาน และยังติดไปกับหัวพันธุ์ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญต่อการผลิตขิง โรคนี้มีการระบาดอย่างรวดเร็ว ผลผลิตเสียหายจนบางครั้งไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถปลูกขิงซ้ำที่เดิมได้เพราะการเกิดโรคระบาดรุนแรงในปีต่อมา เกษตรกรต้องเปลี่ยนพื้นที่ปลูกขิงทุกปี

ขิงราคาดี

การปลูกขิงสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้เกษตรกรในพื้นที่เข็กน้อย เกษตรกรบางคนมีพื้นที่ 20 ไร่สำหรับปลูกขิง บางปีขายผลผลิตได้ในราคาไร่ละ 300,000 บาท ส่วนเกษตรกรที่ปลูกขิงแล้วขิงมีสภาพความสมบูรณ์ปานกลางก็อาจจะขายได้ที่ราคาหลักแสนต่อ 1 ไร่ โดยขายกันแบบเหมาทั้งไร่ ในขณะที่การปลูกขิงมีต้นทุนไร่ละประมาณ 30,000-40,000 บาท ในเรื่องปริมาณผลผลิตขิงที่ปลูก 1 ไร่จะได้ผลผลิตประมาณ 3-5 ตัน ขึ้นอยู่กับการดูแลและการจัดการโรคระบาดของเกษตรกร

ส่วนเรื่องตลาด ขิงมีตลาดต้องการเยอะ โดยเฉพาะโรงงานขิงดอง และบางประเทศในตะวันออกกลางที่ซื้อขิงในลักษณะของขิงสด นอกจากนี้ หากไทยสามารถแปรรูปสร้างมูลค่าการค้า ให้มีความแปลกใหม่เช่น น้ำมันนวด น้ำมันหอมระเหย ชาขิงสไตล์ไทย ขนมขบเคี้ยวอื่นๆ ที่ทำจากขิง ก็จะมีโอกาสการส่งออกไปขายต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

ผลผลิตที่พร้อมเก็บเกี่ยวในแบบขิงอ่อน

ขิงนางพญา หรือขิงแก่ราคาดี

คุณสมชาติ บอกว่า ผลผลิตขิงจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่แบบเหมาสวน และในปัจจุบันเกษตรกรสามารถขายออนไลน์ได้โดยจะมีพ่อค้ามาเสนอราคากันแบบออนไลน์ นอกจากนั้น ก็จะมีตัวแทนจากโรงงานแปรรูปมารับซื้อขิงในพื้นที่ด้วย และหากเกษตรกรปลูกขิงเลี้ยงไว้จนได้ขิงแก่ที่ปลอดโรคก็จะทำให้เกษตรกรได้ราคาสูงกว่า 30 บาทต่อกิโลกรัม เพราะขิงแก่จะมีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักเยอะ ขายได้เป็นปริมาณมากกว่ากิ่งอ่อน 7-8 เท่าตัว และยังสามารถขายขิงแก่ในลักษณะของต้นพันธุ์ให้กับเกษตรกรเอาไปปลูกได้อีกทางหนึ่ง

อีกช่องทางการตลาดของคุณสมชาติคือ การขายขิงนางพญาหรือขิงแก่ข้ามปี เป็นขิงที่เรียกว่าแม่ขิงที่เหลือตกค้างอยู่ในสวน จะขุดพร้อมขิงอ่อนขึ้นมาขาย ขิงนางพญาจะมีราคาแพงมากที่สุด แม่พันธุ์ขิงหรือขิงนางพญาราคาจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความแข็งแรงในสภาพแปลงปลูก การซื้อขายแม่พันธุ์ขิงก็ซื้อแบบเหมาไร่ราคาไร่ละ 200,000-300,000 บาท ซึ่งสามารถทำกำไรได้มากกว่า 10 เท่าถ้าเทียบกับการปลูกขิงอ่อน

แม่พันธุ์ขิงหรือขิงนางพญา จะทำการขุดนำมาล้างแล้วตากแดดไว้

“การขุดแม่พันธุ์ขิงหรือขิงนางพญาจะทำการขุดนำมาล้างแล้วตากแดดไว้ 1-2 วันก่อนจะแพ็กกล่องขายแบบออนไลน์ในราคา 55 บาทต่อกิโลกรัม ตามคำสั่งซื้อออนไลน์จากคนรู้จักทั่วไป”

การปลูกขิงสามารถสร้างมูลค่าได้สูงทั้งตัวเกษตรกรเองและพ่อค้าคนกลาง รวมไปถึงแรงงานรับจ้างทั่วไปที่เข้ามาขุดผลผลิตขิงและดูแลสวนขิง แต่ปัญหาคือทำได้ยากต้องใช้ประสบการณ์ค่อนข้างสูง ใครสนใจขิงนางพญาหรือสนใจการปลูกขิง สอบถามเพิ่มเติมกับคุณสมชาติ ติดต่อไปได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-918-2925

ผลงานเขียนของ อาจารย์ ธนากร เที่ยงน้อย

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2564

Rewrite 16/12/2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขิงยิ่งแก่ยิ่งแพง เกษตรกรเพชรบูรณ์ ยกให้เป็น “ขิงนางพญา” ถ้าปลูกได้สร้างกำไรดี แต่ไม่ง่าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...