โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจแห่ลงทุน “นครสวรรค์” ทุ่มหมื่นล้านสู่ฮับเหนือตอนล่าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2565 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2565 เวลา 07.34 น.

หลังจากภาครัฐมีนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เชื่อมผ่านเส้นทางสู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่สายนครสวรรค์-แม่สอด และส่วนต่อขยายของทางรถไฟสายเหนือแยกจากช่วงชุมทางบ้านภาชีเชียงใหม่ ที่สถานีรถไฟชุมทางปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

และไปสิ้นสุดปลายทางที่สถานีรถไฟด่านแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้ปลุกชีพ “เมืองปากน้ำโพ” หรือ “นครสวรรค์” กลับมาอีกครั้ง จากที่ถูกมองเป็นเพียง “เมืองผ่าน”

กลุ่มทุนยักษ์-โรงงานแห่ลงทุน

ล่าสุดภาพการขับเคลื่อนของกลุ่มทุนใหญ่เข้าไปปักธงลงทุนในจังหวัดนครสวรรค์กันอย่างมโหฬาร ทั้งกลุ่ม CPN ไปลงทุนทำศูนย์การค้า กลุ่มไทวัสดุ ยักษ์อสังหาริมทรัพย์อย่างกลุ่มศุภาลัย กลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ รวมถึงกลุ่มทุนท้องถิ่นอย่างกลุ่มน้ำตาลเกษตรไทย ส่งผลให้ทุนท้องถิ่นอย่างกลุ่มวี-สแควร์และกลุ่มแฟรี่แลนด์เร่งปรับตัว

สอดคล้องกับรายงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ (สะสม) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 722 โรงงาน เงินลงทุนรวม 94,201 ล้านบาท และมีจำนวนคนงาน 20,898 คน สาขาอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด

อันดับแรกของจังหวัด ได้แก่ กิจการเกี่ยวกับน้ำตาลซึ่งทำจากอ้อย รองลงมา ได้แก่ กิจการเกี่ยวกับนม ผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้งเป็นเส้น เม็ด ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์ อุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า จากเชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ และก๊าซชีวภาพ เป็นหลัก หลายธุรกิจกำลังปรับแผนขยายการลงทุน ซึ่งทั้งหมดสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างน่าสนใจยิ่ง

ส่องปัจจัยบวกหนุนลงทุน

นายอนันต์ ชำนาญโลหะวานิช ประธานหอการค้าจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปรากฏการณ์ของกลุ่มทุนที่เข้ามาปักหมุดลงทุนในนครสวรรค์ มีหลายปัจจัยที่เป็นแรงดึงดูด

ปัจจัยแรกคือ พื้นฐานเดิมของความเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองธุรกิจการค้า ค้าปลีก ค้าส่ง อันดับ 1 ในภูมิภาคเหนือตอนล่าง ปัจจัยที่สอง ตำแหน่งของเมืองที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ ความสะดวกด้านการคมนาคมในการเชื่อมเมืองต่อเมือง

ซึ่งนครสวรรค์ถือเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าขนาดใหญ่ของหลายกลุ่มทุนด้านขนส่งสินค้า เพื่อกระจายไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า DC ขนาดใหญ่ของกลุ่มซีพี ออลล์ และศูนย์กระจายสินค้า DURBELL ของกลุ่มกระทิงแดง

ปัจจัยที่สาม โครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ที่วางตำแหน่งนครสวรรค์เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ กับโครงการลงทุนรถไฟทางคู่สายนครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด ที่สามารถต่อท่อกับประเทศเมียนมา และต่อไปยังอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เชื่อมกับ สปป.ลาว รวมถึงการมีสถานีรถไฟความเร็วสูงที่จะขึ้นสู่ภาคเหนือในอนาคต

“ภาพอนาคตของนครสวรรค์คือ hub ด้านโลจิสติกส์ทั้งรถไฟทางคู่เชื่อมระหว่างชายแดน รถไฟความเร็วสูง การขนส่งทางน้ำ และทางบก รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ของเมืองด้าน health & medical hub ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพ (wellness) ซึ่งหอการค้านครสวรรค์กำลังผลักดัน”

ปัจจัยที่สี่ การปรับผังเมืองใหม่จากสีส้มเป็นสีแดงบริเวณเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ จะทำให้สร้างโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสามารถสร้างอาคารสูงได้ นับเป็นปัจจัยบวกที่เอื้อให้เกิดการลงทุนอย่างคึกคัก

ทุนใหญ่ถมกว่า 3.2 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวนักธุรกิจในจังหวัดนครสวรรค์กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดนครสวรรค์ขณะนี้ มีทั้งกลุ่มทุนส่วนกลางและกลุ่มทุนท้องถิ่น แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โดยการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกมี 3 กลุ่มทุนจากส่วนกลางคือ กลุ่ม CPN กลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ และกลุ่มศุภาลัย

สำหรับกลุ่ม CPN หรือเซ็นทรัลพัฒนา ถือเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์ที่ยึดพื้นที่บนทำเลใจกลางเมือง ได้ยื่นขออนุญาตลงทุนสร้างศูนย์การค้า โรงแรมเซ็นทารา และคอนโดมิเนียม บนที่ดินเก่าซึ่งเคยเป็นที่ตั้งโรงแรมพิมาน อยู่ติดกับสถานีขนส่งนครสวรรค์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นโครงการในลักษณะมิกซ์ยูส (mixed-use) ที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่

ตาราง นคร

ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรวมถึงการลงทุนของไทวัสดุ ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของเซ็นทรัล รีเทล คาดว่ามูลค่าการลงทุนราว 500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าการลงทุนของกลุ่ม CPN คาดว่าอยู่ที่ราว 9,500-10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่โครงการของกลุ่ม CPN จะมีการลงทุนโครงการโรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งเป็นการลงทุนของกลุ่มสินแพทย์เอง โดยอาจเป็นลักษณะเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ของ CPN คาดว่ามูลค่าการลงทุนราว 3,000 ล้านบาท

ในส่วนของกลุ่มศุภาลัย เป็นการลงทุนบ้านแนวราบ-บ้านเดี่ยว จำนวน 3 โครงการ สำหรับมูลค่าการลงทุนคาดว่าอยู่ที่หลักหลายร้อยล้านบาท หรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ในส่วนของกลุ่มทุนท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่ม KTIS หรือกลุ่มโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย โดยกลุ่มทุน GKBI และ KTIS ร่วมทุนกับ NatureWorks Asia Pacific ลงทุนทำโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 2 บนเนื้อที่ราว 2,000 ไร่ ในตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท

ซึ่งเป็นไบโอฮับแห่งแรกของประเทศไทย โดยปัจจุบันกลุ่ม KTIS มีพนักงานที่ทำงานในพื้นที่กว่า 2,000 คนขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวการเตรียมปรับตัวของ 2 ห้างท้องถิ่นคือ กลุ่มวี-สแควร์ และกลุ่มแฟรี่แลนด์ ที่เตรียมขยายการลงทุนและรีโนเวตห้างครั้งใหญ่ ส่วนมูลค่าการลงทุนยังมีตัวเลขไม่แน่ชัดในขณะนี้

กระแสน้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน ยังคงไหลเอื่อยอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางกระแสการไหลบ่าของกลุ่มทุนที่กำลังถาโถมเมืองปากน้ำโพ เป็นภาพอนาคตของนครสวรรค์ ที่จะ transform สู่มหานครเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่างอย่างก้าวกระโดด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...