โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ครอบครอง’ สื่อลามกอนาจารเด็กผิดกฎหมาย ‘ค้า-ผลิต-เผยแพร่’ จำคุกสูงสุด 10 ปี

iLaw

อัพเดต 17 ก.ย 2558 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2558 เวลา 09.59 น. • iLaw
Child

8 กันยายน 2558 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 24) เรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อแก้ไขความผิดเกี่ยวกับเพศ ซึ่งมีการแก้ไขคำนิยามโดยเพิ่มคำว่า “สื่อลามกอนาจารเด็ก” เข้ามาเป็นครั้งแรก และเพิ่มอีก 2 มาตรา คือ มาตรา 287/1 และมาตรา 287/2 เป็นความผิดฐานครอบครอง ผลิตและจำหน่ายสื่อลามกเด็ก โดยจะมีผลใช้บังคับหลังจากประกาศราชกิจจานุเบกษา 90 วัน

ร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอโดย จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สมาชิก สนช. และคณะ อีก 50 คน 19 กุมภาพันธ์ 2558 สภานิติบัญญัติเเห่งชาติ (สนช.) ได้บรรจุร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเรื่องความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก ต่อมาในเดือนมีนาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว และ สนช. ผ่านวาระ 3 ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2558

สาระสำคัญของการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้

เนื่องจากการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของเด็ก ประกอบกับตามกฎหมายของไทยที่มีอยู่เดิม ไม่ได้แยกระหว่างการผลิตและการค้าสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่กับสื่อลามกอนาจารเด็กออกจากกัน ทั้งที่ลักษณะความผิดมีความร้ายแรงแตกต่างกัน

สื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ กฎหมายอนุญาตให้สามารถมีไว้ในความครอบครองได้ หากไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจการค้า เพราะเป็นเรื่องรสนิยมของบุคคล แต่สำหรับสื่อลามกเด็กนั้น กฎหมายมีความจำเป็นต้องคุ้มครองให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะเด็กอาจยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอและตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศในกระบวนการผลิตสื่อลามกได้ จึงทำให้หลายฝ่ายเห็นว่า กฎหมายควรจะควบคุมสื่อลามกอนาจารเด็กตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตและการครอบครองด้วย เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของเด็ก

กฎหมายของหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ก็มีการแบ่งแยกประเภทสื่อลามกอนาจารเด็กออกจากสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ และกำหนดว่าการครอบครองสื่อลามกเด็กเป็นความผิด โดยกำหนดโทษทั้งผู้ครอบครอง ผู้เผยแพร่ส่งต่อ และผู้ขาย มีบทลงโทษที่รุนแรงกว่ากรณีสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่

ดังนั้นเพื่อให้เด็กได้รับการคุ้มครองและป้องกันจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 24) จึงกําหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการค้าหรือทําให้แพร่หลายซึ่งวัตถุหรือสิ่งลามกที่เป็นสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิดที่ผู้กระทําต้องได้รับโทษหนักขึ้น รวมทั้งกําหนดให้การครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิดด้วย

เนื้อหาหลักของการแก้ไขเพิ่มเติมมุ่งประเด็น ดังนี้

1. เพิ่มคำนิยามศัพท์ของคำว่า “สื่อลามกอนาจารเด็ก” ไว้ในมาตรา 1

สื่อลามกอนาจารเด็ก หมายความว่า "วัตถุหรือสิ่งที่แสดงให้รู้หรือเห็นถึงการกระทำทางเพศของเด็กหรือกับเด็ก ซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปี โดยรูป เรื่อง หรือลักษณะสามารถสื่อไปในทางลามกอนาจาร ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือรูปแบบอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน และให้หมายความรวมถึงวัตถุหรือสิ่งต่างๆ ข้างต้น ที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรือในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้"

สาเหตุที่กำหนดอายุไม่เกิน 18 ปี เนื่องจากไทยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ

2. "ครอบครอง-ส่งต่อ" สื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิด มีบทลงโทษ

กำหนดให้การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศของตนเองและผู้อื่น มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และกำหนดให้การส่งต่อแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 287/1

3. เพื่อการค้า-แจกจ่าย-เผยแพร่ สื่อลามกอนาจารเด็ก เพิ่มโทษหนัก จำคุกสูงสุด 10 ปี

กำหนดความผิดของ การทํา ผลิต มีไว้ นําเข้าหรือส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใดๆ การค้า การแจกจ่าย การแสดง หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้า สื่อลามกอนาจารเด็ก การโฆษณาว่าสื่อลามกอนาจารเด็กจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด ให้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท ตามมาตรา 287/2

ข้อสังเกต : จุดแข็ง-จุดอ่อน ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้

การรณรงค์ให้การครอบครองสื่อลามกเด็กผิดกฎหมายที่เว็บไซต์ change.org มีผู้ร่วมสนับสนุนการรณรงค์จำนวนมากกว่า 28,000 คน ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

แต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังคงเป็นข้อถกเถียง เช่น การตีความเจตนาในการครอบครอง การกำหนดนิยามของสื่อลามกเด็กที่กว้างเกินไป การพิสูจน์ว่าคนที่มาภาพปรากฏอายุ 18 ปีหรือไม่ หรือ การตีความบังคับใช้กฎหมายนี้กับภาพการ์ตูน หรือภาพกราฟฟิค

จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร กรรมการมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนี้ กล่าวว่า ทางมูลนิธิได้สรุปประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ 6 ประเด็น คือ 1.การมีกฎหมายที่ชัดเจนดังกล่าว จะสามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้มีความผิดปกติทางจิตที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กได้ (Pedophile) 2.การมีสื่อลามกอนาจารเด็ก สามารถใช้เป็นเครื่องมือชักจูงหลอกลวงให้เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศต่อไปได้ 3.กลุ่มที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก จะสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจน เนื่องจากมีการเก็บภาพต่างๆ ไว้เป็นคอลเลกชั่น ทั้งเก็บไว้ดูเองและขายสู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์

4.การจับกุมผู้กระทำผิดทำได้ยาก 5.การมีไว้ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก อาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเพิ่มมากขึ้น 6.เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาในสังคมต่อไป จากการวิจัยพบว่าเด็กผู้ชายมีโอกาสจะไปกระทำการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กอื่นเมื่อตนเองโตขึ้น ส่วนเด็กผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงในการจะค้าประเวณี หรือฆ่าตัวตาย

วิสา เบ็ญจะมโน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล มีความเห็นว่า พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิเด็ก และป้องกันเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้น และยังสอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเรื่อง การขายเด็ก การค้าประเวณีเด็ก และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก

วิสากล่าวต่อว่า สังคมและชุมชนควรตระหนักและเห็นความจำเป็นที่จะขจัดการบริโภคสื่อลามกอนาจารที่เกี่ยวกับเด็ก ตลอดจนช่วยสอดส่องดูแล ป้องกันการกระทำความผิดดังกล่าวมิให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กว่า กฎหมายฉบับนี้ มีที่มาจากเหตุผลว่าปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กถูกกำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและต้องมีการออกกฎหมายมารองรับ ดังนั้นคนที่มีสื่อลามากอนาจารโดยครอบครอง ไม่ว่าจะรับมาทางไลน์จากเพื่อน เมื่อเปิดดูแล้วมีเจตนาแสวงหาเพื่อประโยชน์ในทางเพศของตนก็ถือว่ามีเจตนาพิเศษ ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ต้องการให้มีการละเมิดทางเพศต่อเด็ก

สราวุธกล่าวด้วยว่า ตามความหมายการครอบครองที่บัญญัติในมาตรา 287/1 ซึ่งแม้มีไว้ในเครื่องโทรศัพท์แล้วเก็บไว้ดู ก็ถือว่ามีเจตนาพิเศษทั้งสิ้น จึงขอเตือนไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับภาพสื่อลามกอนาจารเด็ก ดูแล้วส่งต่อจ่ายแจกก็ผิด

เดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ขณะเดียวกันผู้เสียหายในความผิดนี้ คือเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กฎหมายนี้ถือเป็นหลักการสากลที่ให้การคุ้มครองเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นใครก็ตามที่มีสื่อลามกอนาจารเด็กในครอบครองก็มีความผิดโดยไม่จำเป็นต้องมีเด็กหรือใครคนหนึ่งไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เปรียบเหมือนมียาเสพติดไว้ในครอบครองเลยแค่มีก็ผิดแล้ว

จอมพล พิทักษ์สันตโยธิน อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ไว้ในบทสัมภาษณ์ของประชาไท ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องการตีความคำว่า ' ครอบครอง ' อย่างเช่น ในกรณีการใช้งานคอมพิวเตอร์จะมีระบบ cache file เวลาเปิดเว็บไซต์ ข้อมูลจะถูกดึงมาเก็บไว้อยู่ในเครื่องด้วยโดยอัตโนมัติ บางคนแม้จะใช้คอมพิวเตอร์แต่ก็ไม่รู้ว่าแคชไฟล์คืออะไร อย่างนี้จะถือว่าเจตนาครอบครองหรือไม่ หรือการที่ตำรวจมีไว้ครอบครองเพื่อสืบสวนสอบสวน กฎหมายก็ไม่ได้เขียนให้ชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่

จอมพลเห็นว่า กฎหมายใหม่เรื่องความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกเด็กที่ออกมานั้น ยังขาดเรื่องการเว้นโทษ ซึ่งต่างกับกฎหมายว่าด้วยสื่อลามกเด็กของประเทศอังกฤษ ที่มีบทยกเว้นโทษให้สำหรับผู้ที่ครอบครองสื่อลามกโดยชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ยังตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องรูปแบบของสื่อลามกด้วยว่า ในกฎหมายไม่ได้ระบุเฉพาะภาพหรือภาพเคลื่อนไหว แต่ยังรวมถึง “เอกสาร” และ “แถบบันทึกเสียง” อย่างกรณีของ “แถบบันทึกเสียง” เช่น การอัดเสียงเด็กซึ่งเหมือนถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศนั้นจะพิสูจน์ทราบได้อย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่สร้างปลอมๆ ขึ้นมาได้ หรือกรณีของเอกสารเป็นเรื่องของตัวหนังสือ หมายความว่าต่อไปนี้เราจะไม่สามารถเขียนนวนิยายที่เกี่ยวกับเพศของเด็กได้แล้ว หากมีการเขียนด้วยจินตนาการเช่นนั้นก็เข้าข่ายความผิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...