If you know, you know! ‘สรุปโครงสร้าง if-clause 4 แบบ’ พร้อมสูตรจำ
สวัสดีน้อง ๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ในข้อสอบภาษาอังกฤษอย่าง T-GAT, A-Level หรือ O-NET พาร์ทที่เราไม่มีทางหนีพ้นก็คงจะเป็นพาร์ท Grammar ซึ่งยังเป็นปัญหาสำหรับวัยรุ่นหลายคนที่กำลังเตรียมสอบ ก่อนหน้านี้เราได้รู้จัก Purpose / Tone / Attitude ที่ออกสอบบ่อยกันไปแล้ว
วันนี้คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาภาษาอังกฤษจะพาน้อง ๆ ทุกคนมาทำความรู้จัก grammar If - Clauseที่ออกสอบให้เราได้ปวดหัวแทบจะทุกปี พร้อมแจกสูตรจำให้น้อง ๆ ไปท่องให้ขึ้นใจก่อนสอบ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลยค่ะ
if clause คืออะไร?
if clause หรือประโยคเงื่อนไขคือประโยคที่ใช้แสดงเงื่อนไขและผลที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขนั้น ๆประโยคเงื่อนไขประกอบด้วยสองส่วนหลัก:
- If clause (ส่วนที่แสดงเงื่อนไข): มักจะเริ่มต้นด้วยคำว่า “if” และระบุเงื่อนไข
- Main clause (ส่วนที่แสดงผลลัพธ์): เป็นส่วนที่แสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขใน if clause เป็นจริง
ตัวอย่างเช่นIf it rains(if clause), we will stay indoors(main clause).
ถ้าฝนตกเราจะอยู่ในร่ม
โครงสร้างพื้นฐานของประโยคเงื่อนไขมี 4 แบบโดยแต่ละแบบมีการใช้ tense และความหมายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสื่อถึงเงื่อนไขและผลลัพธ์อย่างไร
1.Zero Conditional (เงื่อนไขที่เป็นจริงเสมอ)
ใช้เมื่อพูดถึงสิ่งที่เป็นจริงทั่วไป กฎธรรมชาติ
โครงสร้าง: if + present simple, present simple(มี comma คั่นหน้า main clause)
if + (subject + V1), (subject + V1)
ตัวอย่างเช่น
If you freeze water, it becomes ice.
(ถ้าเอาน้ำไปแช่แข็งก็ได้เป็นน้ำแข็งออกมา)
If you mix blue and yellow, you get green.
(ถ้าผสมสีน้ำเงินกับเหลืองจะออกมาเป็นสีเขียว)
โครงสร้าง: present simple + if + present simple(ไม่มี comma คั่นหน้า if clause)
(subject + V1) + if + (subject + V1)
ตัวอย่างเช่น
flowers die if they don’t get enough water and sunlight.
(ดอกไม้จะเฉาตายถ้าหากไม่ได้รับน้ำและแสงแดดที่เพียงพอ)
butter melts if you heat it. (เนยจะละลายถ้านำไปถูกความร้อน)
หมายเหตุ:ใน Zero condition สามารถใช้ในประโยคคำสั่งได้โดยให้คำสั่งอยู่ใน main clause
ตัวอย่างเช่น:meet me here if we get separated.
2.First Conditional (เงื่อนไขที่อาจเป็นจริงในอนาคต)
ใช้เมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่เป็นไปได้ในอนาคตกล่าวคือ ถ้าเหตุการณ์แรก(เงื่อนไข)เกิดขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเกิดเหตุการณ์ที่สอง(ผลลัพธ์)ตามมา
โครงสร้าง:if + present simple, modal + infinitive verb
(มี comma คั่นหน้า main clause)
if + (subject + V1), (subject + modal + infinitive verb)
ตัวอย่างเช่น
If it rains tomorrow, we will cancel the appointment.
(ถ้าพรุ่งนี้ฝนตก เราจะยกเลิกนัด)
If she doesn’t hurry, she will miss the show.
(ถ้าเธอยังไม่รีบมา เธอจะไม่ทันดูโชว์)
โครงสร้าง:future simple + if + present simple(ไม่มี comma คั่นหน้า if clause)
(subject + will + infinitive verb) + if + (subject + V1)
ตัวอย่างเช่น
The glass will break if you drop it.
(แก้วแตกแน่นอนถ้าเธอทำมันหลุดมือ)
หมายเหตุ:ใน First condition สามารถใช้ modal verb (can, may, might, must, shall, should) ใน main clause เพื่อบอกความแน่ใจ ให้ความอนุญาต หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลลัพธ์
ตัวอย่างเช่น: you should not hesitate if he asks you to go out with him.
(เธอไม่ควรลังเลนะ ถ้าเกิดว่าเขาชวนเธอออกเดท)
3.Second Conditional (เงื่อนไขที่เป็นไปได้น้อยหรือจินตนาการในปัจจุบัน/อนาคต)
ใช้เมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่เป็นไปได้ยาก หรือเป็นเพียงจินตนาการ
โครงสร้าง:If + Past Simple, would + infinitive verb
(มี comma คั่นหน้า main clause)
if + (subject + V2), (subject + would + infinitive verb)
ตัวอย่างเช่น
If I won the lottery, I would travel the world.
ถ้าฉันถูกล็อตเตอรี่ ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก
(I didn’t win the lottery and travel the world.)
แต่ความจริงคือฉันไม่ถูกล็อตเตอรี่ ฉันเลยไม่ได้ไปเที่ยวรอบโลก
If I was the Queen of England, I would give everyone gold.
ถ้าฉันเป็นราชินีแห่งอังกฤษ ฉันจะแจกทองให้ทุกคน
(I’m not the Queen of England and I don’t give everyone gold.)
แต่ความจริวคือฉันไม่ได้เป็นราชินีแห่งอังกฤษ ฉันเลยไม่ได้แจกทองให้ทุกคน
โครงสร้าง:would + infinitive verb + If + Past Simple
(ไม่มี comma คั่นหน้า if clause)
(subject + would + infinitive verb) + if + (subject + V2)
ตัวอย่างเช่น
You wouldn't be so tired if you went to bed earlier.
ถ้าเธอเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เธอก็จะไม่อ่อนเพลียแบบนี้
(you didn’t go to bed earlier and you’re tired.)
ความจริงคือเธอนอนดึกเลยรู้สึกอ่อนเพลีย
หมายเหตุ:ใน Second condition สามารถใช้ modal verb (can, may, might, must, shall, should) ใน main clause แทนการใช้ wouldเพื่อบอกความแน่ใจ ให้ความอนุญาต หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลลัพธ์
ตัวอย่างเช่น:We might buy a more expensive car if we had more money.
(เราคงได้ซื้อรถที่แพงกว่านี้ ถ้าเกิดว่าเรามีเงินเยอะกว่านี้)
4.Third Conditional (เงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต)
ใช้เมื่อพูดถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีตหรือกล่าวถึงความเสียดายที่เหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น
โครงสร้าง: If + Past Perfect, would + have + Past Participle
If + (subject + had + V3), would + (have + V3)
ตัวอย่างเช่น
If you hadn’t overslept, you wouldn’t have missed the bus.
ถ้าเธอไม่นอนเพลินจนเกินเวลา ป่านนี้คงไม่พลาดรสบัสแล้วล่ะ
(but you overslept and missed the bus.)
ความจริงคือเธอนอนเกินเวลาแล้วเธอก็มาไม่ทันรสบัสด้วย
โครงสร้าง:would + have + Past Participle + if + past perfect
(Subject + would + have + V3) + if + (had + V3)
ตัวอย่างเช่น
I would have believed you if you hadn’t lied to me before.
ฉันคงจะเชื่อเธอสนิทใจ ถ้าก่อนหน้านี้เธอไม่โกหกฉัน
(I didn’t believe you because you lied to me before.)
ความจริงคือก่อนหน้านี้เธอโกหกฉัน ฉันเลยไม่เชื่อใจเธอ
หมายเหตุ: ใน Third condition สามารถใช้ modal verb (can, may, might, must, shall, should) ใน main clause แทนการใช้ wouldเพื่อบอกความแน่ใจ ให้ความอนุญาต หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลลัพธ์
ตัวอย่างเช่น:You could have been on time if you hadn’t spent more time gossiping with your friends.
(เธอน่าจะมาตรงเวลา ถ้าไม่มัวแต่นั่งซุบซิบกับเพื่อนของเธอ)
สูตรจำ
เรื่องจริงมากับ V1
คาดการณ์ถึงV2 กับ will
เพ้อฝันV3 กับ would
พูดแล้วเสียดายhad V3 + would have V3
ทดสอบความเข้าใจ
รู้จัก if - clause ทั้ง 4 ประเภทไปแล้ว เรามาลองทำข้อสอบจริงกันดีกว่าค่ะ โจทย์วันนี้มาจากข้อสอบ O-Net วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี 2559
___to change goods bought, he must show the receipt.
1. If a customer will want
2. Should a customer want
3. Only if a customer will want
4. If only a customer wanted
5. Had a customer wanted
น้อง ๆ ชาว Dek-D คิดว่าคำตอบข้อไหนถูกต้องคะ ลองคอมเมนต์คำตอบไว้ด้านล่างได้เลยค่ะ!
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาภาษาอังกฤษบทความต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไรที่อยากให้นำมาเล่า สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย