โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วิธีป้องกันยุง” ที่ปลอดภัยกับลูกน้อย หากใช้ผิดเสี่ยงอันตรายต่อผิวหนัง

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 10.05 น. • Bright Today

สสส. แนะนำ วิธีป้องกันยุง ที่ถูกต้องและปลอดภัย เหตุเพราะหากทายากันยุงโดยตรงเสี่ยงระคายเคืองผิว และห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน

ยุงนั้นเป็นพาหะนำโรคติดเชื้อที่รุนแรงอยู่หลายชนิด เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย เท้าช้าง ชิคุนกุนยา และไข้สมองอักเสบ เป็นต้น สำหรับวิธีการทายาทากันยุง โดยทั่วไปสามารถทาที่ผิวหนังได้เลย แต่ไม่ควรทาบริเวณใกล้ตา ริมฝีปาก รักแร้ และบริเวณที่เป็นแผล หรือจะใช้พ่นที่เสื้อผ้าก็ได้ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่มียากันยุงและยากันแดดผสมอยู่ในขวดเดียวกัน เนื่องจากกันแดดต้องทาซ้ำบ่อย จึงอาจทำให้ได้รับสารทากันยุงในปริมาณที่มากเกินไป ในกรณีที่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดให้ทาครีมกันแดดก่อนแล้วตามด้วยยาทากันยุงทีหลัง

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ชี้ สารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงมีทั้งสารสังเคราะห์และสารสกัดจากธรรมชาติ สารสังเคราะห์ที่ใช้บ่อยในยาทากันยุงมี 4 ชนิด บางชนิดระคายเคืองต่อดวงตา มีข้อควรระวังการใช้ในเด็ก

นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยป้องกันยุงได้ เช่น การใส่เสื้อผ้าปกปิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่ถุงเท้ารองเท้าผ้าใบแทนการสวมรองเท้าแตะ ไม่ฉีดน้ำหอมหรือใช้สบู่ที่มีกลิ่นหอมเพราะเป็นกลิ่นที่ยุงชอบ และการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

วิธีทายากันยุงที่ถูกต้อง-min

สารสังเคราะห์ที่ใช้บ่อย ๆ ในยาทากันยุงที่สำคัญมี 4 ชนิด

1.Diethyltoluamide (DEET) เป็นส่วนประกอบหลักของยาทากันยุง มีกลิ่นฉุนที่ยุงไม่ชอบ มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดได้ยาวนาน แต่อาจระคายเคืองต่อดวงตาและเยื่อบุ DEET ในความเข้มข้นสูงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาท ความเข้มข้นที่ปลอดภัยในการใช้ของ DEET อยู่ระหว่าง 10-30% ซึ่งสามารถป้องกันยุงได้นานถึง 6-13 ชั่วโมง มีความปลอดภัยสูงสามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กได้ ข้อแนะนำสำหรับการใช้ในเด็ก DEET ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี สำหรับความเข้มข้นไม่เกิน 30% ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี สำหรับความเข้มข้นไม่เกิน 50% และไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สำหรับความเข้มข้นสูงๆ เช่น 95%

2.Picaridin เป็นสารที่ออกฤทธิ์ได้ใกล้เคียงกับ DEET แต่มีข้อดีคือ กลิ่นไม่ฉุน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ระเหยได้ช้ากว่า DEET จึงสามารถกันยุงได้เป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตามการศึกษาเรื่องความปลอดภัยของ Picaridin ยังไม่มีจำนวนมากเท่า DEET ซึ่ง Picaridin สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตรและเด็กได้ โดยความเข้มข้นที่ใช้อยู่ที่ประมาณ 10-20% สามารถป้องกันยุงได้นาน 8-14 ชั่วโมง

3.P-menthane-3,8-diol (PMD) or oil of lemon eucalyptus เป็นสารที่ได้มาจากน้ำมันสกัดจากใบของต้น lemon eucalyptus (eucalyptus oil) มีการศึกษาพบว่า PMD 30% สามารถป้องกันยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับ DEET 5-10% แต่ป้องกันได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 4-6 ชั่วโมง จึงต้องอาศัยการทาบ่อย ๆ กว่าสองสารแรก เนื่องจากการศึกษาเกี่ยวกับการใช้สาร PMD ยังมีค่อนข้างน้อย FDA และ CDC จึงไม่แนะนำให้ใช้ PMD หรือ Eucalyptus oil ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี

4.Ethyl butylacetylaminopropionate (IR3535) มีประสิทธิภาพเทียบเท่า DEET และออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า DEET โดย IR3535 มีข้อจำกัดในการใช้เช่นเดียวกับ DEET คืออาจระคายเคืองต่อดวงตาและเยื่อบุ แต่ในด้านอื่น ๆ ถือว่าปลอดภัยในการใช้ ข้อแนะนำสำหรับการใช้ในเด็ก ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี สำหรับความเข้มข้นมากกว่า 12.5% และไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี สำหรับความเข้มข้นเท่ากับ หรือน้อยกว่า 12.5%

นอกจากนี้ สำหรับเด็กเล็ก ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 เดือน ควรใช้วิธีป้องกันโดยวิธีอื่น เช่น สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่ถุงเท้า กางมุ้ง เป็นต้น

ที่มา สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...