(มีE-Book) ทะลุมิติเข้ามาในร่างขยะที่ไม่มีแรงค์
ข้อมูลเบื้องต้น
คุณอยากรู้เรื่องราวของคลาวเดียหรือไม่ ?
หลังจากทะลุมิติเข้ามาในนิยายแล้ว เขาจะทำอย่างไรต่อไปกับโลกอันตรายที่เต็มไปด้วยดันเจี้ยนและมอนสเตอร์แบบนี้
หากพวกคุณอยากรู้…
เข้ามาอ่านเรื่องราวของคลาวเดียกันเถอะ
ปล. พระเอกแซ่บมากนะ ????
✮❁•°♛°•❁✮
“คะ คนรักเหรอครับ ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
"งั้นถ้าพี่ขอเป็นแฟนเธอตอนนี้ พี่มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นคนรักของเธอเลยหรือเปล่า"
“เอ่อ…”
“ว่ายังไงครับ”
"คะ ครับ งั้นก็เป็นแฟนกัน พี่อลันมีสิทธิ์เป็นคนรักของผมอยู่แล้วครับ"
"ในเมื่อเป็นแฟนกันแล้ว งั้นตอนนี้พี่มีสิทธิ์ที่จะกินเธอด้วยไหมครับ"
Trigger warning
Attempted murder : มีการพยายามฆ่า
Blood : มีเลือด
Brainwashing : มีการล้างสมอง
Corpse : ศพ
Demon : ปีศาจ
Violence : การใช้ความรุนแรง
Smut : ฉากบรรยายการมีกิจกรรมทางเพศ หรือฉากเรท
✮❁•°♛°•❁✮
ตอนที่ 1
กลางดึกที่เงียบสงัด ณ ดันเจี้ยนแห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมรอบด้านเป็นตึกร้าง และมีซากปรักหักพังกระจัดกระจาย บรรยากาศชวนวังเวง ไม่มีแม้กระทั่งมอนสเตอร์บริเวณนั้น
แต่ก็มีคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย พลังทั้งสองฝั่งห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านจนเกิดระเบิดเป็นวงกว้าง เศษธุลีฟุ้งกระจายบดบังทัศนียภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคระหว่างทั้งสองฝ่ายเลย
คนสองคนยังคงสู้กันต่อไป จนกระทั่งฝ่ายหนึ่งพลาดท่าเผยให้เห็นช่องโหว่ อีกฝ่ายเลยไม่ลืมที่จะคว้าโอกาสโจมตีโดยทันที จนอีกฝ่ายเสียท่าพุ่งกระเด็นไปชนซากตึก เกิดเป็นหลุมรอยแตกขนาดใหญ่ ทำให้อีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาคำโต กระดูกแตกหักไปเสียทุกส่วน และร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย แสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์ตรงหน้ารุนแรงขนาดไหน
ชายฝ่ายหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาคมสัน รูปร่างสูงชะลูด ไหล่กว้าง รูปร่างแข็งแกร่งกำยำ รอบกายแผ่รังสีอำมหิตลุกโชนอย่างรุนแรง ชวนให้แน่นหน้าอก เขากำลังเดินไปยังฝ่ายชายสภาพหมดรูปอย่างช้า ๆ
อีกฝ่ายมีอาการสาหัส เขาปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากสีขาวเรียบ มีลวดลายคดโค้งแต่งแต้มมุมขวาเล็กน้อย เขานั่งพิงซากเศษเหล็กหอบหายใจรวยริน มือเรียวกุมบาดแผลบริเวณหน้าอกเพื่อลดอาการความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้ช่วยแม้แต่น้อย ชายหน้ากากขาวรู้สึกถึงเสียงเท้ากระทบพื้นดังก้องเข้ามาใกล้เป็นจังหวะ สายตาหม่นแสงไร้แววมองไปยังชายร่างสูง บรรยากาศชวนกดดันเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนเวลาชีวิตของเขาใกล้หมดลงด้วยเช่นกัน
เมื่อภารกิจล้มเหลว เขาจึงสละชีวิตของตนโดยทันที ส่งผลทำให้คำสาปเริ่มทำงาน รอยสักรูปปีศาจบริเวณต้นคอเรียวของชายหน้ากากขาวแผ่ออร่าสีดำชวนน่าสะอิดสะเอียนออกมา จนกระทั่งรอยสักจางหายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน
แต่ก็ไม่สามารถปิดบังจากสายตาคู่คมได้ เขาจึงพบว่า ชายหน้ากากขาวเป็นกลุ่มขององค์กรใต้ดินที่เขาอยากจะจัดการถอนรากถอนโคนมาโดยตลอด
ชายร่างแกร่งนั่งชันเข่าระดับเดียวกับคนตรงหน้า มือหนาเอื้อมเปิดหน้ากากอย่างช้า ๆ เมื่อใบหน้าปรากฏออกสู่สายตาเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาลึกลับซับซ้อนเป็นเวลานาน เมื่อตรวจสอบก็พบว่าชายหน้ากากขาวเสียชีวิตแล้ว
ชายแปลกหน้าคนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาอีก ร่างแกร่งตัดสินใจลุกขึ้น แต่เมื่อกำลังจะหันหลังจากไป พลันรับรู้ถึงพลังชีวิตสายหนึ่งที่เขารู้สึกโหยหา และคุ้นเคยเข้ามาในร่างชายหน้ากากขาว
มือหนาทาบหน้าอกของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบ ส่งออร่าทมิฬเข้าตรวจภายในร่างกาย ก็พบสัญญาณของการมีชีวิตอีกครั้ง แต่เขากลับไม่พบถึงพลังแรงก์ S ที่เคยมีอยู่เลยแม้แต่น้อย เหมือนพลังนั้นหายจากไปเสียดื้อ ๆ กลายเป็นขยะไร้พลังคนหนึ่งเท่านั้น สายตาคมเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ เขาตัดสินใจเก็บหน้ากากของอีกฝ่ายไว้กับตัว แล้วช้อนตัวอุ้มขึ้นเดินออกจากดันเจี้ยนโดยที่ไม่หันหลังกลับ
นิยายเรื่อง 'โซโล่ฮันเตอร์' เป็นนิยายที่คลาวเดียชอบอ่านมากที่สุดในช่วงนี้ เพราะมีเพื่อนออนไลน์คนหนึ่งแนะนำมา เรารู้กันมาห้าปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยนัดเจอกันสักครั้ง นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เพราะคลาวเดียสบายใจที่ได้คุย และรู้จักกับเพื่อนคนนี้
ทุกวันหลังเลิกงาน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ คลาวเดียมักจะอ่านนิยาย ท่องโซเชียลมีเดีย เล่นเกม และแช็ตกับเพื่อนออนไลน์เป็นงานอดิเรก
จากที่ได้รู้จักกันมานาน สุดท้ายพวกเขาก็ได้ตัดสินใจนัดเจอกันเสียที คลาวเดียจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ เหมือนนัดเดตกับสาวเป็นครั้งแรก บ้าจริง ไม่ใช่เสียหน่อย! ต่อให้พวกเราสนิทกันมากแค่ไหน แต่เขาไม่เคยได้ยินเสียง และไม่เคยเห็นหน้าตาอีกฝ่ายมาก่อนเลย มันก็ต้องตื่นเต้นกันเป็นธรรมดานั่นแหละ
วันนี้เป็นวันเสาร์ ปกติคลาวเดียมักจะตื่นสายเป็นประจำในช่วงวันหยุด แต่ด้วยวันนี้เป็นวันพิเศษ เขาจึงตื่นเช้าเพื่อแต่งกายอย่างพิถีพิถัน
พวกเขาได้นัดเวลา และเจอกันที่คาเฟแห่งหนึ่ง
เป็นเพราะตื่นเต้นมากเกินไปหรือเปล่านะ คลาวเดียจึงมาถึงก่อนเวลานัดตั้งหนึ่งชั่วโมง! ถ้าอีกฝ่ายรู้เข้าต้องน่าอับอายมากแน่ ๆ เขาจึงไปเดินเล่นบริเวณแถวคาเฟเพื่อฆ่าเวลา ประจวบเหมาะกับใกล้ ๆ คาเฟมีตลาดวัยรุ่นพอดี ทำให้ใช้เวลาที่เหลือไม่น่าเบื่อจนเกินไป บรรยากาศรอบ ๆ ดูร่มรื่น มีร้านค้าตั้งเรียงเป็นแถวยาว มีวัยรุ่นเดินผ่านไปมาประปราย คลาวเดียเดินเล่นจนเพลินก็ใกล้ถึงเวลานัดพอดี
เขาเดินออกจากตลาดวัยรุ่นมาเรื่อย ๆ จนถึงถนนทางม้าลาย จากนั้นทักแช็ตไปหาเพื่อนว่าใกล้จะถึงคาเฟแล้ว และบอกลักษณะของตนว่า วันนี้ใส่เสื้อกันหนาวสเวตเตอร์สีครีม กางเกงยีนสีซีด และรองเท้าผ้าใบสีขาว
อีกฝ่ายเองก็ตอบกลับมาว่าถึงหน้าร้านคาเฟแล้ว เมื่อเพื่อนเห็นเขาจากที่ไกล ๆ จึงโบกมือเรียกเขาทันที คลาวเดียที่เห็นก็ยิ้มกว้าง ถึงจะเห็นหน้าตาอีกฝ่ายไม่ชัด แต่ก็รู้ว่าคนที่โบกมือคือเพื่อนออนไลน์ของเขาเอง
ราศีความดูดีของเขามันช่างเจิดจ้า จนทำให้เขาต้องหรี่ตา เขามีรูปร่างสูงเด่น ผมสีดำสนิท สวมเสื้อคอเต่าสีดำทับด้วยเสื้อโค้ตตัวยาว และกางเกงเข้ารูปสีเดียวกัน คลาวเดียโบกมือกลับไป เมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจร จึงรีบเดินไปยังจุดหมายทันที
คลาวเดียเดินไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ ก็มีรถบรรทุกสายหนึ่งพุ่งเข้าชนกะทันหันจนกระเด็นไปไกล เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนน้ำตาไหลพราก ม่านน้ำตาเบลอบดบังการมองเห็น
เพื่อนคนนั้นวิ่งเข้ามาหา และได้ประคองเขาไว้ คลาวเดียไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรบ้าง ในหูมันตื้อไปหมด เพื่อนคนนั้นเขย่าร่างกายของเขาเบา ๆ เพื่อไม่ให้สลบไปเสียก่อน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่า อีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร สุดท้ายวิสัยทัศน์รอบด้านของเขาก็ดับลง
เฮือกก!
คลาวเดียสะดุ้งตกใจลุกขึ้นมาอย่างลืมตัว ทำให้ความเจ็บปวดแทรกกายเข้ามากะทันหัน จนเขาทรุดลงนอนอีกครั้ง พยาบาลคนสวยที่เข้ามาพอดีก็อุทานเสียงเบา รีบส่งสัญญาณแจ้งคุณหมอเพื่อมาตรวจอาการทันที
จากนั้นก็มีคุณหมอชายวัยกลางคนหน้าตาดูใจดีเข้ามาในห้องตรวจดูอาการเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน คลาวเดียเพิ่งจะมาสังเกตเห็นว่า ที่ที่เขาพักรักษาตัวอยู่นั้นคือโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีแต่สิ่งแปลก ๆ ติดบนตัวเขาอยู่เต็มไปหมด และออกจะแฟนตาซีล้ำสมัยไปมาก? และมันเป็นเครื่องมือที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต
คุณหมอตรวจดูอาการ พร้อมส่งสายตาสงสารปนเวทนามาให้ ทำเหมือนว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วันอย่างนั้นแหละ เมื่อเห็นก็อดหน้าเสียขึ้นมาไม่ได้
คลาวเดียนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เขาโดนรถชนจนสภาพอเนจอนาถ แขนขาหักบิดเบี้ยวไปคนละทิศคนละทาง นี่เขารอดมาได้ยังไงวะเนี่ย หรือว่าเขาจะต้องพิการไปตลอดชีวิต?
ไม่รอช้า คลาวเดียจึงพิสูจน์โดยการกระดิกขา พลันรู้รับถึงความเจ็บปวด และก็พบว่ามันยังสามารถขยับได้! เมื่อคุณหมอเห็นเขาทำแบบนั้นก็ตกใจรีบห้ามทันที
คลาวเดียรู้สึกงุนงง เขาได้สังเกตร่างกายตัวเองอีกครั้งก็พบว่าร่างกายนี้แปลกไป เขาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า ตกใจยิ่งว่าตัวเองพิการเสียอีก ทำไมร่างกายเขามันไม่เหมือนเดิม! ร่างกายที่ติดตัวมาทั้งชีวิตทำไมจะจำไม่ได้!
แต่เดิมคลาวเดียมีผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดีที่ตนภาคภูมิใจมาก ไม่ได้ขาวโอโม่แทบจะสะท้อนแสงแสบตาขนาดนี้ เขายกมือขึ้นจับคลำไปทั่วร่าง ก็พบว่าจากร่างกายที่เคยมีกล้ามเนื้อรำไรสวยงาม กลายเป็นเรียวบางเสียได้ ทุกสัดส่วนมันไม่ใช่ร่างกายเขาจริง ๆ และยิ่งมีเส้นผมที่ยาวขนาดนี้ มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย แม่งเอ๊ย!
หรือเขาจะเสียโฉมร้ายแรงจนถึงขั้นต้องศัลยกรรมทั้งตัว? หรือว่านี่เป็นร่างคนอื่นแล้วเขาทะลุมิติเข้ามาในต่างโลก? คลาวเดียคิดจนหัวหมุนก็เกิดความคิดแปลก ๆ เข้ามาอีกครั้ง
เขาหลุบตามองส่วนล่าง มือเรียวจับกางเกงเพื่อจะเปิดดูด้านใน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีคุณหมอ และพี่สาวพยาบาลคนสวยอยู่ด้วย เขาหันไปมองก็เห็นทั้งคู่ทำสีหน้าแปลก ๆ มองมาทางเขาอยู่ ทั้งคู่ต้องคิดว่าเขาบ้าไปแล้วแน่ ๆ
คลาวเดียกระแอมกลบเกลื่อน ปรับสีหน้าและอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ พลางทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้ แล้วถามคุณหมอถึงอาการของเขา
“เอ่อ คุณหมอครับ อาการผมร้ายแรงมากไหมครับ” ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เขาเตรียมรับแรงกระแทกเรียบร้อยแล้ว
“ก่อนหน้านี้ คุณคลาวเดียได้รับคำสาปล้างสมองจากองค์กรใต้ดินมานานหลายปี เมื่อคำสาปหายไป ทำให้คุณคลาวเดียสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด พลังของคุณถูกดูดกลืน ส่งผลทำให้พลังนั้นเสียหายไปด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้คุณคลาวเดียเป็นคนธรรมดาที่ไร้พลังครับ”
คุณหมอทำหน้าเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เพราะรู้ดีว่า คนที่เคยมีพลังอยู่กับตัว ตอนนี้กลายเป็นที่คนไร้พลังไปเสียแล้ว ชีวิตคนเคยเป็นฮันเตอร์ที่น่าภาคภูมิใจนั้นอยู่เหมือนตายทั้งเป็น
คุณหมอเห็นว่า เขาเหมือนจิตหลุดไปไกล ก็ดึงสติเขากลับมาอีกครั้ง แล้วกล่าวอย่างปลอบใจว่า
"จริงๆ ก่อนหน้านี้คุณคลาวเดียเสียชีวิตไปแล้วครับ แต่ก็มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น จู่ ๆ คุณคลาวเดียก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และคำสาปได้ถูกชะล้างออกไปด้วย ทำให้ตอนนี้คุณไม่ต้องอยู่ภายใต้คำสาปขององค์กรใต้ดินอีกต่อไป
คุณสบายใจได้เลยครับ ตอนนี้ทางสมาคมฮันเตอร์ และกิลด์ใหญ่ต่างก็กำลังสืบสวนหาเบาะแสกับทางนั้นอยู่ ส่วนเรื่องพลังของคุณคลาวเดียยังมีโอกาสที่จะกลับมาได้อีกครั้ง คุณคลาวเดียอย่าเพิ่งท้อนะครับ" คุณหมอพูดจบพร้อมยกกำปั้นเป็นกำลังใจให้เขาด้วย
ดะ เดี๋ยวก่อนนะ องค์กรใต้ดิน? แล้วก็พลัง? ส่วนคลาวเดียก็เป็นชื่อของเขาเหมือนกันนี่นา คีย์เวิร์ดเหล่านี้ทำให้มั่นใจได้อย่างหนึ่งเลยว่า
"ขอบคุณครับคุณหมอ" เขาเว้นช่วงพูด พร้อมทำใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
"เอ่อคือว่า สาเหตุที่ผมตายเกิดจากอะไร แล้วใครช่วยชีวิตผมจากองค์กรใต้ดินเหรอครับ"
เมื่อสิ้นคำถาม ยังไม่ทันที่คุณหมอจะตอบ ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะปรากฏชายคนหนึ่งเข้าสู่สายตา คลาวเดียตาเบิกกว้างอย่างตกใจ
ชายที่ปรากฏตรงหน้า เขามีใบหน้าที่พระเจ้าตั้งใจปั้นรังสรรค์ได้อย่างลงตัว เขาผมสีควันบุหรี่ ดวงตาที่ดูดุดันมีสีเช่นเดียวกับสีผม
เมื่อเผลอสบตากับอีกฝ่าย เขาเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงลึก จนไม่สามารถละออกจากสายตาคู่นี้ได้ มองลงมาเห็นจมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากบาง
นอกจากใบหน้าแล้ว พระเจ้าก็ยังไม่ลืมที่จะรังสรรค์ร่างกายของชายผู้นี้ด้วย เขามีร่างกายที่ดูแข็งแกร่งกำยำ เห็นได้จากกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแทบจะปริพ้นเสื้อผ้า จุจุ น่าอิจฉาจริง ๆ
มองส่วนสูงอย่างคร่าว ๆ คงสูงประมาณ 190 เซนติเมตร ร่างกายช่วงบนและช่วงล่างเป็นสัดส่วนทองคำที่สมบูรณ์แบบมาก
‘ผมสีเทา อืมมม ผมสีเทา ตาสีเทา แบบนี้ อย่าบอกนะว่า…' คลาวเดียมองพลางคิดทบทวนไปด้วย
ไม่ต้องให้เขาพูดออกมา คุณหมอก็เฉลยออกมาให้เสร็จสรรพ
"อ้อ คุณอลัน มิลเลอร์ เป็นคนช่วยคุณไว้ เขามาเยี่ยมคุณพอดีเลยครับ"
โอเค คลาวเดียพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว วันนี้มีกี่เรื่องที่ทำให้เขาต้องหัวใจวาย เขาน้ำตาตกในเป็นรอบที่ร้อยเก้าสิบเก้า
ลาแล้วลาลับเลยได้ไหมครับ ไม่อยากอยู่แล้วครับผม
มีโอกาสได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายทั้งที เข้ามาในร่างขยะไร้พลังเนี่ยนะ แม้แรงก์ F ก็ยังดูดีกว่าเลย!! อ๊ากกกก
ตอนที่ 2
ทั้งสองไม่พูดไม่จาต่างจ้องตากันอยู่นาน สุดท้ายเป็นเขาที่หลบสายตาไปเสียก่อน หากเป็นปลากัดคลาวเดียก็คงท้องไปนานแล้ว
จากนั้นคุณหมอและพี่พยาบาลจึงขอตัวออกไป ทำให้สติสตังของเขากลับมาอีกครั้ง
คลาวเดียไม่รู้ว่าพระเอกคนนี้คิดอะไรอยู่ จริง ๆ แล้วตามนิยายดั้งเดิม คลาวเดียคนเก่าต้องตายไปหลังจากถูกพระเอกกำจัด ปล่อยทิ้งร่างของเขาไว้ในดันเจี้ยนแล้วเดินจากไปแบบนั้น
แต่เมื่อเขาทะลุมิติเข้ามาแทนที่ พระเอกกลับช่วยเขาไว้ ทำให้เขาในฐานะคลาวเดียตัวประกอบต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป สิ่งนี้เป็นทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกหรือเปล่านะ
อลันจ้องเขานานจนรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงทำลายบรรยากาศแปลก ๆ โดยเริ่มชวนคุยกับพระเอก
“เอ่อ คุณมิลเลอร์ครับ”
“อืม”
‘เย็นชาจังเลยนะพ่อพระเอก’ คลาวเดียแอบคิดในใจ
“ผมจำไม่ได้เลยว่า ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณหมอเล่าให้ผมฟังทั้งหมดแล้วละครับ ผมขอโทษคุณมิลเลอร์จริง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยทำร้ายคุณ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้ด้วยนะครับ” คลาวเดียทำได้เพียงก้มหน้าขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด ตอนนี้สภาพร่างกายเขาแทบจะเป็นง่อย ทำให้ขยับเขยื้อนอะไรไม่สะดวก เขาหวังว่าพระเอกจะคิดอะไร
“ไม่เป็นไร” อลันไม่ได้ตั้งใจจะช่วยชีวิตอีกฝ่ายตั้งแต่แรก แต่ที่เขาช่วย เพราะเขารู้สึกคุ้นเคยถึงพลังจิตวิญญาณของอีกฝ่ายต่างหาก
อลันคิดอะไรบางอย่างได้ จึงแสดงสีหน้าเหมือนว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้ง ๆ ที่ตนก็เคยฆ่าเจ้าตัวไปเหมือนกันแท้ ๆ
แต่เดิมคลาวเดียเป็นคนที่มักจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก เมื่อเขาเห็นอย่างนั้นพลันรู้สึกผิดขึ้นมา
“เฮ้อ ยังไงผมก็เป็นคนที่ทำร้ายคุณอยู่ดี หากปล่อยไปเฉย ๆ ผมคงรู้สึกผิดไม่หาย หากคุณต้องการให้ผมช่วยอะไรบอกได้เลยนะครับ ถึงจะมีแต่ตัวก็เถอะ” คำสุดท้ายนั้นเขาพึมพำออกมาเบา ๆ โดยที่ไม่รู้ว่า คนตรงหน้าก็ได้ยินเช่นกัน
“อืม ไว้ฉันจะบอกทีหลังแล้วกัน” พระเอกปรับเป็นสีหน้าปกติอีกครั้งพร้อมยิ้มมุมปาก ‘มีแต่ตัวก็เอาแค่ตัว’
ทำไมเขารู้สึกว่า สายตาของพระเอกดูเหมือนจะเจ้าเล่ห์ขึ้นนะ ทำเอารู้สึกขนลุกขึ้นมาเสียดื้อๆ หรือว่าเขาจะคิดไปเอง? แต่ก็ช่างมันเถอะ
หลังจากนั้นพวกเขาได้คุยกันสักพัก ก่อนหน้านี้คุณหมอไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของเขามากนัก เขาจึงถามพระเอกเผื่อว่า จะรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง
เมื่อได้คำตอบเขาก็ยิ้มกว้าง พระเอกรู้เรื่องของเขาจริง ๆ ด้วย!
ที่พระเอกรู้ได้ก็เป็นเพราะว่า เขามีสีผมและดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ง่ายต่อการสืบค้นหาข้อมูล แสดงว่าก่อนหน้าที่ได้สืบเรื่องของเขามาหมดแล้วสินะ
พระเอกเล่าประวัติคร่าว ๆ ของเขาให้ฟังว่า เขาเป็นนายน้อยคนเล็กของตระกูลฮาร์ทที่หายตัวไปเมื่อแปดปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย ก่อนหน้านี้ครอบครัวได้ตามหาลูกชายอย่างลับ ๆ มาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบเบาะแสจึงทำให้เสียศูนย์ไปพักใหญ่
พวกเขาไม่เคยเปิดเผยลูกชายคนเล็กให้คนนอกได้รู้จัก ทำให้ทุกคนเข้าใจมาตลอดว่า ตระกูลฮาร์ทสายหลักมีบุตรเพียงสามคนเท่านั้น
ตระกูลฮาร์ทเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ได้เริ่มก่อตั้งกิลด์ 'เพกาซัส' เป็นกิลด์ที่ติดอันดับสามของประเทศ
โดยมี โจนาธาน ที่เป็นพ่อของเขา หรือเป็นอดีตหัวหน้ากิลด์ เขาได้ส่งมอบตำแหน่งหัวหน้าให้กับ โคลด์ บุตรชายลำดับที่หนึ่ง หรือพี่ใหญ่ของเจ้าของร่างที่เป็นหัวหน้ากิลด์ในปัจจุบัน
และแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตระกูลฮาร์ทมีบุตรชายสองคน คือ พี่ใหญ่ และพี่รอง ‘อาดิส’ ส่วนบุตรสาวอีกหนึ่งคนคือพี่สาม ‘คาริน่า’ ตามด้วยคลาวเดียเป็นบุตรชายคนสุดท้อง
‘โอ๊ะ เป็นตัวประกอบที่มีเบื้องหลังไม่ธรรมดาเลยนี่นา’ จากที่ได้ฟังคร่าว ๆ ในนิยายไม่มีฉากบรรยายถึงเบื้องหลังของคลาวเดียเลยแม้แต่น้อย
หลังจากได้คุยมาสักพัก เขารู้สึกว่าพระเอกไม่ได้เย็นชาเหมือนอย่างที่นิยายได้กล่าวไว้ ถึงจะพูดน้อยไปบ้าง แต่ก็มีมุมกวน ๆ นิดหน่อย คล้ายกับเพื่อนออนไลน์ของเขา
‘คิดถึงจังเลยแฮะ ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ’
นั่นทำให้คลาวเดียไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนเพิ่งเจอกันแรก ๆ ก่อนที่พระเอกจะกลับ พวกเขาได้แลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกันเรียบร้อย และพระเอกได้บอกกับเขาว่า ครอบครัวของคลาวเดียกำลังเดินทางมาเยี่ยมเขาในช่วงค่ำ ก็ทำเอาอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
ตอนนี้คลาวเดียอยู่ในห้องคนเดียว สิ่งแรกที่เขานึกได้เลยคือ สำรวจตัวเอง เพราะในนิยายไม่ได้บรรยายลักษณะที่แท้จริงของคลาวเดียแม้แต่น้อย มีเพียงหน้ากากสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์ และมีโค้ดเนมว่า ‘แองเจิล’ เท่านั้น
คลาวเดียค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปยังห้องน้ำโดยเร็ว เมื่อมาถึงหน้ากระจก เขาแทบทรุดโดยทันที
ร่างที่เขาเห็นตอนนี้ ชายตรงหน้ามีผมลอนสยายยาวเลยสะโพก เส้นผมสีขาวมุกเรียบลื่นเป็นเงาดั่งแพรไหม มีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์น่าดึงดูด นัยน์ตาสีทองสว่าง ดวงตาคมเฉี่ยวดูหยิ่งยโส นั่นทำให้ดูมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ
เขามีจมูกปลายเชิดทรงสวย ปากไม่หนาไม่บาง และมีสีแดงเรื่อฉ่ำวาวไม่เหมือนคนป่วย ดวงหน้าเรียวเล็ก เมื่อเขามองลงไป ปรากฏร่างสูงโปร่ง 179 เซนติเมตร สัดส่วนร่างกายสวยงาม เอวคอด สะโพกผายดูเย้ายวน ขาเรียวยาวที่สาว ๆ หลายคนต่างอิจฉา
“จุจุ ขนาดแค่ตัวประกอบยังสวยนี้ นางเอกของเรื่องจะสวยขนาดไหนนะ”
เมื่อคลาวเดียเห็นตัวเองก็ชักเริ่มไม่แน่ใจ เขาตัดสินใจเปิดกางเกงเพื่อดูด้านในอีกครั้ง หรี่ตามองช่วงล่างอย่างลุ้นระทึก แต่เมื่อเห็นก็โล่งใจนั่ นเพราะเขายังเป็นผู้ชายอยู่
คลาวเดียยืนส่องกระจกอยู่นาน ต่อให้ทำหน้าตาน่าเกลียดขนาดไหนก็ยังออกมาสวย เขาค่อนข้างพอใจไม่น้อย สัดส่วนร่างกายสวยงามที่เขาเคยมี ค่อยปั้นกล้ามเนื้อให้กลับมาสวยเหมือนเดิมทีหลังก็ยังไม่สาย
"คลาวเดียครับ จากนี้ผมจะดูแลร่างกายของคุณเป็นอย่างดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ" เขายิ้มบางให้กับคนในกระจก หากใครได้เห็นก็คงตกบ่วงเสน่หาของชายคนนี้ไปตาม ๆ กัน
เขาเพียงแค่เดินเข้าห้องน้ำก็รู้สึกว่า เมื่อทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยแล้ว เขาพยายามลากสังขารกลับไปยังที่นอนแล้วสลบเหมือดไปทันที
ช่วงพลบค่ำ คลาวเดียพักผ่อนยาวจนลืมเวลา เขาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมา ทำให้ท้องของเขาร้องเสียงดังอย่างอัตโนมัติ กว่าเขาจะรู้ตัวว่า มีคนอยู่ก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนข้างตัว
"ตื่นแล้วเหรอเรา มาทานข้าวกันเถอะครับ” โคลด์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคลาวเดียตื่น
“อ๊ะ! พวกคุณ…” คลาวเดียสะดุ้งตกใจ หันไปก็เห็นผู้ชายสามคน และผู้หญิงอีกหนึ่งคน
เมื่อสิ้นคำพูดของคลาวเดีย พวกเขารู้อยู่แล้วว่า ตอนนี้คลาวเดียความจำเสื่อม โคลด์ผู้เป็นพี่ชายจึงได้แนะนำแต่ละคนให้เขาฟัง
ผู้ชายที่ยืนด้านหลังสุดกำลังยิ้มบางมาให้เขา คือ โจนาธาน เขามีดวงตาสีทอง ผมสีขาวมุก หน้าตาหล่อเหลา ดูเหมือนคนอายุ 30 ต้น ๆ เท่านั้น
ถัดมาเป็นพี่รอง อาดิส เขามีหน้าตาที่ดูดุดันเหมือนคนพ่อ มีดวงตาสีฟ้า ผมสีดำสนิท ดูเหมือนเป็นคนเงียบ ๆ และพูดน้อยที่สุดในกลุ่ม
ต่อมาหญิงสาวที่ยืนข้าง ๆ อาดิส คือ พี่สาม คาริน่า เธอมีผมสีขาวมุก เช่นเดียวกับคนพ่อและคลาวเดีย มีดวงตาสีฟ้า หน้าตาออกไปทางสวยเฉี่ยว ดูขี้เล่น กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้เขาเช่นเดียวกัน
และคนสุดท้ายที่อยู่ด้านหน้าสุด คือ พี่ใหญ่ โคลด์ เขามีดวงตาสีทอง ผมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาจะออกไปทางอบอุ่นนุ่มนวล
‘ครอบครัวนี้หน้าตาดีทั้งบ้านเลยจริง ๆ’
“ผมขอโทษนะครับ ที่จำทุกคนไม่ได้เลย…” คลาวเดียรู้สึกผิดไม่กล้าสบตา เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของร่างจริง ๆ ของครอบครัวนี้
“ไม่เป็นไรครับตัวเล็ก จากนี้พวกเรามาสร้างความทรงจำกันใหม่นะ พวกเราทุกคนดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอน้องอีกครั้ง” ทุกคนยิ้มบางส่งกำลังใจให้เจ้าตัว ก็ทำเอาคลาวเดียน้ำตาคลอขึ้นมา
“มาให้พวกเรากอดหน่อยเร็ว”
จากนั้นพวกเขาจึงได้กอดกันตัวกลมอยู่นาน เมื่อได้ยินเสียงท้องร้องอีกครั้งทุกคนก็หัวเราะ ก่อนที่พวกเขาจะปล่อยให้คลาวเดียได้ทานข้าวเสียที
"หึหึ มา ๆ น้องทานข้าวก่อน แล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันต่อนะ" โคลด์หัวเราะเบา ๆ มือหนาจัดการเทอาหารลงชาม แล้วเป่าเบา ๆ ก่อนจะป้อนข้าวคนน้อง
คลาวเดียเห็นจึงรีบห้ามปรามคนพี่ เขาหยิบช้อนแล้วเริ่มทานอาหารเองทันที เคี้ยวจนแก้มตุ่ย ทำให้คนในครอบครัวต่างมองเขาอย่างเอ็นดู
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็อยู่คุยกันพักใหญ่ เล่าว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมักจะเล่าเรื่องสมัยเด็กของคลาวเดียเสียเป็นส่วนใหญ่ คนในครอบครัวต่างโทษตัวเองที่ไม่ดูแลเขาให้ดี ปล่อยให้หายตัวไปถึงแปดปี
ซึ่งปัจจุบันเจ้าของร่างอายุยี่สิบปีแล้ว
พวกเขารักคลาวเดียมาก และรู้สึกผิดมากจริง ๆ จนเขารู้สึกเศร้าใจไปด้วย ครอบครัวตามหาคลาวเดียมาตลอด แต่ก็หาไม่พบ เพราะไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายพลังชีวิตเลย และนึกไม่ถึงว่า คลาวเดียจะโดนคำสาปจากองค์กรใต้ดิน
คลาวเดียกล่าวปลอบใจพวกเขาว่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว จากนี้มาเริ่มต้นกันใหม่ แต่ถึงจะสายไปแล้ว เพราะเจ้าของร่างไม่อยู่แล้วก็เถอะ เขาก็หวังว่าจากนี้ไปเจ้าของร่างจะเจอแต่ความสุข
พวกเขาสัญญาว่า จะหาทางกำจัดกลุ่มองค์กรใต้ดินให้สิ้นซาก และเขาก็หวังว่าองค์กรใต้ดินจะถูกกำจัดได้โดยเร็ว เพราะองค์กรนี้ทำให้เขามีอุปสรรคในอนาคตไม่มากก็น้อย
ถึงคลาวเดียจะไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขาก็จริง หากแต่เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ รวมถึงความต้องการอยากมีครอบครัวเป็นของตัวเองมาโดยตลอด
‘จะผิดหรือไม่ ถ้าเขาจะเห็นแก่ตัวอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้’
เมื่อคลาวเดียคิดแบบนั้นก็ร้องไห้สะอื้นตัวโยนอย่างห้ามไม่ได้ พวกเขาที่เห็นก็ตกใจกระวีกระวาดเข้ามากอดปลอบเจ้าตัว จนพวกเขาร้องไห้ตามไปด้วยอย่างไม่สนภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น
จากนั้นพวกเขาก็คุยกันเพลินจนลืมดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว พวกเขาจึงปล่อยให้คลาวเดียพักผ่อน แล้วนอนเฝ้าเจ้าตัวอยู่ที่นี่ในคืนนี้
เขาอยู่โรงพยาบาลมาได้เกือบเดือนแล้ว ระหว่างนี้ก็มีครอบครัวตระกูลฮาร์ท ที่สลับกันมาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ เนื่องจากเวลาของแต่ละคนว่างไม่ตรงกัน คลาวเดียจึงไม่ได้คิดมากอะไร และเข้าใจพวกเขาดี
ไม่นานพวกเราก็สนิทกันมากขึ้น และคลาวเดียก็ไม่ได้รู้สึกเกร็งเหมือนตอนแรกแล้วด้วย
พวกเขามีตัวตน มีชีวิตจิตใจ มีหน้าที่ และมีอิสระเป็นของตัวเอง ในโลกนี้ผู้คนไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวละครในนิยาย คลาวเดียรู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ได้มาอยู่ในครอบครัวเดียวกับพวกเขา เขาสัญญากับเจ้าของร่างว่า จะดูแลรักษาครอบครัวนี้ให้ดีที่สุด
นอกจากครอบครัว คุณหมอ และพี่พยาบาลคนสวย ก็มีพระเอกมาเยี่ยมบ้างนาน ๆ ครั้ง วันไหนไม่มาเยี่ยมก็จะส่งเมสเซจมาบ่อย ๆ เขารู้ดีว่า พระเอกคนนี้มักจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง เนื่องจากมักจะโซโล่ในดันเจี้ยนเพื่ออัปเลเวลตลอด
จากนั้น ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาอีกแล้ว เพราะคลาวเดียคนก่อนไม่มีเพื่อนเลย ตั้งแต่โดนล้างสมองก็ทำงานอุทิศให้กับองค์กรใต้ดินมาตั้งแต่อายุสิบสองปี เพื่อนสมัยเด็กก็ไม่มี แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร
เวลาว่างเบื่อ ๆ เขาก็มักจะเดินเล่นรอบสวนสาธารณะของโรงพยาบาล ชวนคุณลุง คุณป้า เด็ก ๆ และพี่พยาบาลคุยจนสนิทกันพอสมควร จากนั้นก็มีท่องโลกโซเชียล อ่านนิยายบ้าง ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ทบทวนเหตุการณ์ที่สำคัญในนิยาย และวางแผนการใช้ชีวิตในอนาคต
ระหว่างนั้นคลาวเดียก็นึกขึ้นได้ว่า นิยายเรื่องนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 'ระบบ' ก็ไม่ต่างจากที่บรรยายไว้เลย ในนั้นมีบอกข้อมูลส่วนตัว ค่าสถานะ สกิล ช่องเก็บของ แต่เมื่อเขาดูหน้าต่างสถานะ ก็รู้แล้วว่า ขยะเปียกที่แท้จริงมันเป็นยังไง
ค่าสถานะต่าง ๆ ของเขาช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียไม่มี เมื่อได้เห็นคำว่า
'Rank : - ' ก็ทำเอาอยากจะลาโลกเสียหลาย ๆ รอบ
ตอนที่ 3
เมื่อ 50 ปีก่อน โลกยังคงดำเนินต่อไปอย่างสงบสุข ไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ประชากรทั่วทุกมุมโลกต่างทำหน้าที่ ใช้ชีวิตผ่านไปในแต่ละวันโดยไม่ต้องระแวดระวังภัยใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกเหนือจากเหตุการณ์วาตภัย อุทกภัย อัคคีภัย รวมไปถึงแผ่นดินไหว ก็เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ประชากรสามารถดำเนินชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้
โดยไม่คาดคิด เมื่อถึงวันสิ้นปี ผู้คนที่ควรจะเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข กลับกลายเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุด
งานเทศกาลมีการจัดเฉลิมฉลองทั่วโลก ประชากรหลายแสนล้านคนต่างก็ออกมาเที่ยวกับครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งคนรัก เฝ้ารอจุดพลุเข้าสู่วันปีใหม่
จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืน กลับมีหลุมดำพิศวงที่เป็นปริศนาปรากฏออกมาทั่วทุกมุมโลก พวกเขาต่างยืนนิ่งอึ้ง ทั้งตกใจและประหลาดใจ ไม่เคยพบเห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติมาก่อน
ผู้คนต่างสงสัยว่าสิ่งนั้นคืออะไร ไม่นานก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ ออกมาจากหลุมดำปริศนารวมนับล้าน สัตว์ประหลาดที่พวกเขาไม่เคยเห็นได้ออกมาทำร้ายเข่นฆ่าผู้คน ทั้งกลืนกิน กัดทึ้ง ฉีกกระชาก ผู้คนต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
อาคารบ้านเรือน และตึกรามบ้านช่องต่างพังพินาศดั่งวันสิ้นโลก รอบ ๆ มีเศษเนื้อกระจัดกระจาย พื้นที่ทั่วโลกได้ย้อมเป็นสีแดงเลือดน่าสยดสยอง
กำลังพลทหารต่างได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่น่าเสียดาย อาวุธธรรมดาเหล่านั้นสร้างความเสียหายให้กับสัตว์ประหลาดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประชากรทั่วโลกต่างเสียชีวิตไปหนึ่งในสาม นับเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดที่เคยมีมา
กระทั่งมีกลุ่มคนปลุกพลังวิเศษถือกำเนิดขึ้นมา สามารถต่อกรกับสัตว์ประหลาดได้ เรียกว่า 'ฮันเตอร์' ประชากรทั่วโลกต่างก็ดีใจและโล่งอก ที่โลกนั้นยังไม่ถึงกาลอวสาน กว่าจะฟื้นฟูกลับมาเป็นดังเดิมเลยใช้เวลานานหลายปี
ปัจจุบัน ฮันเตอร์นับเป็นอาชีพที่อยู่จุดสูงสุดที่ทุกคนใฝ่ฝัน เปรียบเสมือนฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้โลกให้คงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ หากนับตามหลักห่วงโซ่อาหาร ผู้แข็งแกร่งที่สุดคือ ฮันเตอร์แรงก์ SS รองลงมาคือ S A B C D E ไปจนถึง F คือจุดต่ำสุด แรงก์ต่ำมักไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับ และด้วยคำว่าต่ำสุด ผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องเสี่ยงอันตราย และมีรายได้อันน้อยนิดเพื่อประทังชีวิต
การดำเนินชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นมากมาย มีหลุมดำทรงรีเปล่งออร่าหลากสีที่เรียกว่า 'เกต' มีสัตว์ประหลาด ที่เรียกว่า 'มอนสเตอร์' ของดรอปจากดันเจี้ยน เรียกว่า 'ไอเทม' และมีหน้าจอแสดงค่าสถานะต่าง ๆ เรียกว่า 'ระบบ’ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนมักจะยึดหลักว่า ฮันเตอร์ คืออันดับหนึ่งที่มีรายได้มั่นคง และได้รับการยอมรับมากที่สุด
เมื่อมีฮันเตอร์ก็ต้องมี 'สมาคมฮันเตอร์' ที่ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐบาลในแต่ละประเทศ เป็นศูนย์รวมทุกอย่าง ไม่ว่าจะปลุกพลัง กลุ่มรักษาความปลอดภัยของประชาชนจากการเกิดอาชญากรรมของกลุ่มก่อการร้าย จากมอนสเตอร์ ดันเจี้ยน และอีกมากมาย
จากนั้นก็มีการก่อตั้งกิลด์เกิดขึ้น ผู้คนที่ต้องการกลุ่มสนับสนุน สิทธิพิเศษ หรือทรัพยากรต่าง ๆ ก็มักจะอยู่ในสมาคมฮันเตอร์ หรือกิลด์ที่ต้องการเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง
นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ได้ศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นจากดันเจี้ยนร่วมกันพัฒนาจนโลกเปลี่ยนไปถึงจุดสูงสุดจนถึงทุกวันนี้
ในที่สุด ก็ถึงวันที่คลาวเดียกลับบ้านตระกูลฮาร์ทเสียที เมื่อเขาได้เห็นบ้านที่ไม่ใช่บ้าน แต่มันคือคฤหาสน์! ทั้งครอบครัวของเขา บรรดาพ่อบ้าน แม่บ้าน และคนรับใช้ต่างต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น คลาวเดียได้รับการดูแลเหมือนเจ้าชาย ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกไม่ชินเลยจริง ๆ
ไม่นานจากนั้น ครอบครัวตระกูลฮาร์ทต่างไปจัดการงานที่กิลด์ โจนาธานจึงได้ฝากบอดีการ์ดส่วนตัวมาดูแลเขา และพาทัวร์ภายในบ้าน
คลาวเดียมองไปรอบ ๆ พลางคิดว่า หากเดินคนเดียวคงได้หลงทางแน่ ๆ ช่างดูเป็นคฤหาสน์ที่กว้างและซับซ้อนจริง ๆ ยังดีที่มีพี่บอดีการ์ดอยู่ด้วย
เมื่อคลาวเดียสำรวจจนพอใจ ฌอณก็ไปส่งคลาวเดียวหน้าห้องนอน หากมีอะไรก็สามารถเรียกใช้เขาได้ทันที
คลาวเดียเปิดเข้ามาในห้องนอน มองไปรอบ ๆ ก็พบว่า ห้องนี้ตกแต่งด้วยสไตล์วิกตอเรียน มีขนาดกว้างขวาง ดูหรูหราเหมือนอยู่ในปราสาท ผนังห้องมีลวดลายสวยงาม โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องใช้ต่าง ๆ ล้วนคุมโทนด้วยสีครีม เมื่อสำรวจห้องจนพอใจ คลาวเดียก็มานั่งที่โต๊ะทำงาน แล้วตัดสินใจทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเสียที
อันดับแรก สิ่งที่ตัวเองต้องการที่สุดคือพลัง การที่จะได้พลังมาเขาต้องเพิ่มทักษะการต่อสู้เสียก่อน ยังดีที่ชาติก่อน เขาได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้มาบ้าง ทำให้ไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ และจุดแข็งของเขาคือ รู้อนาคตว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ จะดำเนินไปในทิศทางไหน เขาสามารถหาไอเทมที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ และหากได้สิ่งนี้มาครอบครอง แรงก์และพลังจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะฉะนั้น เขาต้องวางแผนให้ดี
สิ่งที่เรียกว่า ‘อัญมณีเจ็ดธาตุ’ คลาวเดียไม่รู้ว่า ท้ายที่สุดใครจะได้ครอบครองมันไป เพราะนิยายที่เขาอ่านยังอัปเดตไม่จบเรื่อง ของวิเศษนี้มีเกริ่นไว้ตอนต้นเรื่องว่า หากใครได้ครอบครอง ต่อให้เป็นคนธรรมดา หรือฮันเตอร์แรงก์ใดก็ตาม จะสามารถพัฒนาสกิลได้อย่างไม่มีสิ้นสุด จนถึงตอนนี้มันยังคงเป็นปริศนา แต่เขาก็พอจะรู้ว่าสิ่งนี้อยู่ที่ไหน
ในนิยายเคยบอกไว้ว่า ช่วงต้นเรื่องของนิยายเคยมีปรากฏออกมาแล้ว แต่ไม่มีใครได้พบเจอมันเลย ซึ่งสิ่งนี้อยู่ในดันเจี้ยนสมบัติ นั่นคือความโชคดีของเขา เพราะคนที่อ่อนแออย่างเขาก็สามารถเข้าดันเจี้ยนนี้ได้เช่นกัน
ดันเจี้ยนใดก็ตาม หากปรากฏเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงไปแล้ว จะทำให้เกตแตกมีมอนสเตอร์ออกมา นั่นทำให้เกิดความโกลาหลแน่นอน
เพราะแบบนั้นฮันเตอร์จากสมาคมฮันเตอร์ และกิลด์ต่าง ๆ ต้องเคลียร์บอสให้สำเร็จในเวลาที่กำหนด หลังจากนั้น ดันเจี้ยนจะปิดตัวลงภายในหนึ่งชั่วโมง หากออกหลังจากเวลาที่กำหนดจะถูกเด้งออกทันที
ดันเจี้ยนสมบัตินับเป็นข้อยกเว้น เพราะต่อให้เปิดเป็นเวลานานแค่ไหนก็ไม่มีวันแตก หากไม่มีใครเข้าไปเก็บไอเทมในดันเจี้ยน มันก็ยังคงเปิดอยู่อย่างนั้น และเมื่อได้เก็บไปแล้ว จะทำให้ดันเจี้ยนปิดตัวลงเช่นกัน
เพราะอย่างนั้น คลาวเดียจึงต้องรีบเอาไอเทมชิ้นนี้ออกมา หากปล่อยไว้นานเขาก็ไม่รู้ว่า จะมีใครมาพบเจอก่อนเขาหรือไม่
ตอนนี้เป็นเวลาช่วงเย็นพอดีที่โจนาธานจะกลับมา อย่างที่บอกว่า เวลาว่างของครอบครัวแต่ละคนไม่ตรงกัน เย็นนี้เขาจึงมีนัดทานข้าวเย็นพร้อมกับคุณพ่อเพียงสองคน
พวกเขาลงมาทานข้าวที่ห้องอาหาร เริ่มทานอาหารอย่างไม่เร่งรีบ ส่วนวันนี้อีกสามคงไม่กลับมาบ้าน นั่นเป็นโอกาสดีที่เขาจะออกจากบ้านไปทำภารกิจ
หลังจากทานข้าวเสร็จ โจนาธานก็ได้เรียกให้คลาวเดียไปที่ห้องทำงานของตนพร้อมกัน โดยที่โจนาธานบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย
เมื่อมาถึงห้องทำงาน ภายในห้องตกแต่งคุมโทนสีขาวและสีน้ำตาล เป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบ ๆ ดูสบายตา
โจนาธานเดินไปหยิบกล่องสีดำใบหนึ่งจากชั้นวางของ จากนั้นก็นำมาให้คลาวเดีย
“ลูกรับไปสิ พ่อมีของจะให้”
“ขอบคุณครับ”
คลาวเดียเปิดกล่องเพื่อดูสิ่งของที่อยู่ด้านใน ก็พบว่าในนั้นมีทั้งอาวุธ ถุงมือหนัง เสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องประดับที่สามารถป้องกันตัวได้ คริสตัลวาร์ปออกจากดันเจี้ยนสำหรับฉุกเฉิน รวมไปถึงโพชั่น และอีลิกเซอร์ที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะชั่วคราวให้กับเขา
“คุณพ่อให้ผมทั้งหมดเลยเหรอครับ!” คลาวเดียมองของพวกนี้อย่างตะลึงลาน เพราะของแต่ละอย่างที่เขาได้รับเป็นของแรงก์ A ชนิดพิเศษทั้งนั้น
ปกติแล้วถ้าเป็นไอเทมแรงก์ A เกรดธรรมดา แรงก์ที่ต่ำกว่า A จะไม่สามารถสวมใส่ได้ และทำให้ค่าสถานะไร้ผลทันที
แต่ถ้าเป็นแรงก์ A เกรดพิเศษ แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถสวมใส่ได้ นั่นเป็นการลดความเหลื่อมล้ำอย่างหนึ่ง นับเป็นไอเทมที่โกงมาก ๆ แต่ต้องทุนหนาหน่อยละนะ เพราะมันหายาก และแพงกว่าเกรดธรรมดาหลายเท่าตัว
แม้จะเป็นแรงก์ A เกรดธรรมดาก็นับว่าหายากแล้ว หรือแม้แต่ดันเจี้ยนระดับสูง ๆ ยังมีโอกาสดรอปต่ำมาก และราคาค่อนข้างสูงจนสามารถซื้อบ้านได้เลย
“ใช่แล้วละ ลูกรับไปเถอะ พ่อจะได้เป็นห่วงน้อยลงหน่อย” โจนาธานยิ้มบาง มือหนาลูบกลุ่มผมสีขาวมุก อย่างแผ่วเบา
‘ต่อให้เขามีไอเทมแรงก์ S เขาก็จะนำมันมาให้ลูกชายคนเล็กอย่างแน่นอน’
“ขอบคุณอีกครั้งครับคุณพ่อ” คลาวเดียหลับตาพริ้ม เอียงรับความอบอุ่นที่โจนาธานมอบให้ ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกเอ็นดู
หลังจากนั้นคลาวเดียก็กลับเข้าห้องนอน เขาเปิดหน้าต่างระบบ เก็บไอเทมที่ได้มาไว้ในช่องเก็บของ ยกเว้นอุปกรณ์สวมใส่ และไอเทมอย่างเครื่องประดับ เขาหยิบต่างหูที่มีลักษณะเป็นโซ่เส้นเล็กสีทองดูเรียบหรู จากนั้นก็รีบตรวจสอบอย่างไม่รอช้า
ตึ๊ง!
ไอเทม : ต่างหูเอลฟ์ของโครมอส *สามารถสวมใส่ได้*
แรงก์ : A (พิเศษ)
คุณสมบัติ : เพิ่มค่า HP สูงสุด 3852
ลดคูลดาวน์ของสกิล 10.56%
เพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 30%
รายละเอียด : ต่างหูของโครมอส สร้างขึ้นโดยเผ่าราอูล ใช้แร่ศักดิ์สิทธิ์ธาตุแสงหายากเป็นส่วนประกอบ
แนะนำ : หากสวมใส่ไอเทมของโครมอสครบเซต (1/2) ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น +5
‘ของดีเลยนะเนี่ย แบบนี้ก็ตัดปัญหาเรื่องของพลังไปได้บางส่วน’
จากนั้นคลาวเดียก็ตรวจสอบสร้อยที่มีลักษณะคล้ายกับต่างหู สร้อยเส้นนี้เป็นโซ่เส้นเล็กบางสีทอง ล้อมรอบไข่มุกทรงกลมสีขาว ด้านในมีแร่สีทองฝังประกายแวววาว
ไอเทม : สร้อยคอเอลฟ์ของโครมอส *สามารถสวมใส่ได้*
แรงก์ : A (พิเศษ)
คุณสมบัติ :เพิ่มค่า HP สูงสุด 5964
พลังป้องกัน 20%
รายละเอียด : สร้อยคอของโครมอส สร้างขึ้นโดยเผ่าราอูล ใช้แร่ศักดิ์สิทธิ์ธาตุแสงหายากเป็นส่วนประกอบ
แนะนำ : หากสวมใส่ไอเทมของโครมอสครบเซต (2/2) ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น +5
เสื้อผ้า กางเกง จะเน้นป้องกัน รองเท้าเน้นว่องไว อาวุธและถุงมือเน้นพลังโจมตี
เมื่อเขาตรวจสอบสถานะทั้งหมด เขาจึงสวมไอเทมอย่างไม่รอช้า และไม่ลืมที่จะมัดรวบผมทับด้วยหมวกแก๊ปสีดำ สวมหน้ากากสีเดียวกันเพื่อปกปิดใบหน้าของตน
ตอนนี้คนในบ้านต่างก็เข้านอนกันหมดแล้ว แต่เพราะมีบอดีการ์ดที่อยู่หน้าห้อง เขาจึงจำต้องปีนออกทางหน้าต่างแทน
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ออกจากบ้าน เขาก็แทบจะเหนื่อยหอบแล้ว ต่อให้มีไอเทมช่วยไว้ แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขามากนัก อีกทั้งภายในบ้านยังมีบอดีการ์ดเฝ้าระวังรอบบ้านอย่างแน่นหนา จนเขาอดรู้สึกลุ้นระทึกไม่ได้
"เหนื่อยเว้ย" กว่าจะปีนรั้วออกมาได้ คลาวเดียแทบจะนอนกองอยู่บนพื้น เขารู้สึกร้อนจนหน้าชื้นเหงื่อก็ถอดหน้ากากออก หยิบหมวกที่สวมมาพัดคลายร้อนทันที หากเขาไม่ใส่ไอเทมเลยคงเหนื่อยกว่านี้หลายเท่า เขานั่งพักห้านาทีแล้วค่อยออกเดินทางต่อ
จากนั้นคลาวเดียก็โทรเรียกรถโดยสาร ให้มารับไปยังสถานที่แห่งหนึ่งทันที