(มีคลิป) สุดกร่าง!! หนุ่มแพ้เสียงแตรหัวร้อน ขับเก๋งปาดหน้าชักปืนขู่รถตู้กลางถนน
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 31 ต.ค. 2566 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2566 เวลา 10.14 น. • Chiang Mai Newsสุดกร่าง!! หนุ่มแพ้เสียงแตรหัวร้อน ขับเก๋งปาดหน้าชักปืนขู่รถตู้กลางถนน ตำรวจเรียกตัวแล้วอ้างที่ชักออกมาเป็นมือถือ
กล้องติดรถยนต์ของผู้ใช้รถรายหนึ่งบันทึกพฤติกรรมกร่างคับถนนของของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ขับรถเก๋งสีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับอยู่เลนซ้าย ( ถนนเดินรถทางเดียว) ก่อนจะปาดเข้าเลนขวา จอดขวางรถยนต์ตู้ที่ขับตามมา คนขับรถเก๋งได้เปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถือวัตถุคล้ายปืนปรี่เข้ามาข่มขู่โชเฟอร์รถตู้พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับโชเฟอร์รถตู้ รวมถึงผู้ใช้รถที่เห็นเหตุการณ์ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. ของเมื่อวานนี้ (30 ต.ค.66)
ขณะที่ทางด้านคนขับรถตู้ที่ประสบเหตุถูกข่มขู่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ให้ข้อมูลว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ขับรถตู้ของบริษัทที่ทำงานอยู่จากในตัวเมืองเพื่อจะกลับบ้านในอำเภอแม่ริมตามปกติ พอขับรถเลยสามแยกทางขึ้นน้ำตกแม่สา ไปถึงทางโค้งหน้าการไฟฟ้าแม่ริม รถเก๋งของคู่กรณีที่ขับอยู่เลนซ้าย ได้ขับกินเลนเข้ามา ตนเองไม่ทราบว่ามัวคุยโทรศัพท์หรือเมา จึงกดแตรเตือนไปเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ รถคันดังกล่าวจึงเร่งเครื่องออกไปและเบี่ยงเข้าเลนขวาสุด ก่อนจะขับปาดหน้าจอดรถกลางถนน ชายคนขับเปิดประตูรถเดินลงมาพร้อมอาวุธปืนในมือ โดยมีการชักสไลด์ปืนเดินถือปืนเข้ามาหา พูดจาข่มขู่และด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นได้เดินกลับไปขึ้นรถขับออกไป
คนขับรถตู้บอกว่าเคยเห็นข่าวคนหัวร้อนบนท้องถนนมามาก แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกตกใจมาก เท่าที่สังเกตพบว่าชายคนดังกล่าวมีท่าทางคล้ายคนเมาและยืนยันว่าที่เห็นในมือคู่กรณีเป็นอาวุธปืน แต่ไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม แต่หากเป็นปืนจริงก็ถือว่าโชคดีที่ตนเองไม่โดนยิงตายคารถ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นจะขอปรึกษากับบริษัทเจ้าของรถก่อนว่าจะแจ้งความหรือปล่อยให้เรื่องจบ เพราะหากแจ้งความก็กลัวจะถูกตามมาทำร้ายภายหลังเพราะรถที่ตนเองขับติดป้ายทะเบียนชัดเจน แต่ก็ขอให้ทางตำรวจหรือขนส่งเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน
ขณะที่ล่าสุด ช่วงเย็นวันนี้ (30 ต.ค.66) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ริม ได้เรียกตัวชายคนดังกล่าวมาให้ข้อมูล ซึ่งชายดังกล่าวได้เดินทางมาโรงพักพร้อมกระเช้าของขวัญ แต่ไม่ได้พบกับคู่กรณี โดยเบื้องต้นอ้างว่าอารมณ์ร้อนทะเลาะกับแฟนและบังเอิญเจอรถตู้ไม่ยอมให้เปลี่ยนเลน ทำให้โมโหและบอกด้วยว่าอาวุธปืนที่ผู้กรณีอ้างว่าถูกข่มขู่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาวุธปืน แต่เป็นโทรศัพท์มือถือที่ควักออกมาเท่านั้น
โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าในส่วนของการดำเนินคดี อยู่ระหว่างตรวจสอบหาพยานหลักฐานมายืนยันว่าวัตถุที่ถือออกมานั้นเป็นอาวุธปืนหรือไม่ หากเป็นอาวุธปืนหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ในส่วนที่อาจจะมีความผิดในข้อหาข่มขู่ให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ในส่วนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการประสานงานกับผู้เสียหายซึ่งเบื้องต้นผู้เสียหายไม่ต้องการแจ้งความดำเนินคดีด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย หากผู้เสียหายยืนยันไม่แจ้งความทางตำรวจก็ไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหาข่มขู่ได้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมด้วยอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้สอบสวนและดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน หากพบมีความผิดให้ดำเนินคดีในทุกข้อหา