ข้อเสนอที่กำหนดให้ทหารต้องเว้นวรรค 7 ปีก่อนที่จะเป็นนักการเมือง
ปัญหาเรื่องการทำรัฐประหารโดยคณะทหารของประเทศไทยนี้เป็นเรื่องตลกในสังคมโลกเพราะการทำรัฐประหารของคณะทหารในประเทศไทยนั้นเฉลี่ยทำกันครั้งหนึ่งทุก6 ปีเศษ จนเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายและเป็นเรื่องน่าสมเพชจนเป็นเรื่องตลกในสายตาของชาวโลกซึ่งตามหลักฐานที่เห็นชัดๆ ดังนี้
1) รัฐประหาร20 มิถุนายน พ.ศ.2476 นำโดย พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
2) รัฐประหาร8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 นำโดย จอมพล ผิน ชุณหะวัณ
3) รัฐประหาร6 เมษายน พ.ศ.2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 บังคับให้นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรีและมอบตำแหน่งต่อให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม
4) รัฐประหาร29 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 นำโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตัวเอง
5) รัฐประหาร16 กันยายน พ.ศ.2500 นำโดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
6) รัฐประหาร20 ตุลาคม พ.ศ.2501 นำโดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาลที่ตัวเองตั้ง
7) รัฐประหาร17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 นำโดย จอมพล ถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตัวเอง
8) รัฐประหาร6 ตุลาคม พ.ศ.2519 นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่
9) รัฐประหาร20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาลที่ตัวเองตั้งไว้
10) รัฐประหาร23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 นำโดย พลเอก สุนทร คงสมพงษ์
11) รัฐประหาร19 กันยายน พ.ศ.2549 นำโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
12) รัฐประหาร22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สาเหตุที่มีการทำรัฐประหารในประเทศไทยกันเป็นว่าเล่นเพราะการออกกฎหมายเอื้อให้ทหารเป็นกลุ่มอภิสิทธิ์ชนและฝ่ายตุลาการของไทยก็รับรองการทำรัฐประหารเมื่อทำสำเร็จแล้วว่าคณะรัฐประหารได้อำนาจเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ คือผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐที่จะใช้บังคับบัญชาภายในอาณาเขตของตนจะออกกฎหมายได้ตามใจชอบ ดังนั้นจึงมีการรัฐประหารโดยคณะทหารกันอย่างสนุกสนานในประเทศไทยจนเป็นเรื่องตลกน่าสมเพชดังกล่าว
ถ้าจะดูตัวอย่างจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่กันมา247 ปีแล้วยังไม่เคยมีรัฐประหารเลยแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งทางอเมริกาเขาก็ใช้กฎหมายนี่แหละครับเป็นเครื่องกำหนดโดยเฉพาะเรื่อง“ทหารต้องเว้นวรรค7 ปีก่อนที่จะเป็นนักการเมือง” แบบว่าทหารเป็นอาชีพพิเศษครับเพราะเป็นกลุ่มชนที่สามารถทำรัฐประหารได้ง่ายๆ ซึ่งอาชีพอื่นทำไม่ได้ครับ
เริ่มต้นจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2490 (National Security Act of 1947) ที่กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไว้ดังนี้
113.Secretary of Defense
(a) There is a Secretary of Defense, who is the head of the Department of Defense, appointed from civilian life by the President, by and with the advice and consent of the Senate. A person may not be appointed as Secretary of Defense within seven years after relief from active duty as a commissioned officer of a regular component of an armed force.
ครับ! ข้างบนนี้เป็นกฎหมายปกครองของสหรัฐ อเมริกานะครับที่กล่าวถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคือบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องเป็นพลเรือน(civilian) แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและได้รับการยอมรับจากวุฒิสภาของสหรัฐ สำหรับบุคคลผู้ที่เคยเป็นนายทหารของกองทัพสหรัฐที่เกษียณอายุออกจากการเป็นนายทหารไม่ถึง7 ปีเต็มย่อมขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งทางการเมือง
กฎหมายปกครองของสหรัฐอเมริกาฉบับนี้บ่งบอกไว้โดยชัดแจ้งถึงหลักการควบคุมทหารโดยพลเรือน(Civilian control of the military) อันเป็นลัทธิทางการทหารและทางรัฐศาสตร์ซึ่งให้ความรับผิดชอบสูงสุดในด้านการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของประเทศอยู่ในมือของผู้นำทางการเมืองที่เป็นพลเรือน มิใช่นายทหารอาชีพโดยมีพื้นฐานมาจากรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาหมวดหนึ่ง อำนาจนิติบัญญัติในมาตรา8 วรรค12 กำหนดว่ารัฐสภาจัดตั้ง(Raise) และสนับสนุน(Support) กองทัพบก แต่การอนุมัติงบประมาณให้กับกองทัพนั้นห้ามเกินกว่าครั้งละ2 ปี
ส่วนในมาตรา8 วรรค13 กำหนดว่ารัฐสภาจัดหา(Provide) และรักษา(Maintain) กองทัพเรือ
เอาแค่ภาษาของคำศัพท์ในการเขียนระหว่างกองทัพบกกับกองทัพเรือก็เห็นชัดๆ แล้วว่า บรรดาผู้ร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ไว้วางใจในกองทัพบกเลย จึงใช้คำว่าระดมพล(Raise) และสนับสนุน(Support) หมายความว่าจะไม่มีกองทัพบกแบบประจำการ หากแต่จะจัดหาอาสาสมัครมาเป็นทหารบกเป็นคราวๆ ไป โดยจะจ่ายงบประมาณให้ตามที่มาประจำการเป็นทหารเท่านั้น มิหนำซ้ำยังห้ามการอนุมัติงบประมาณให้กับกองทัพบกเกินกว่า2 ครั้งต่อหนึ่งปี
แต่ในกรณีกองทัพเรือนั้นต้องจัดให้มีขึ้น(Provide) และบำรุงรักษาให้มีอยู่เรื่อยไป(Maintain) และไม่มีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐสภาอนุมัติเงินงบประมาณเกินกว่าปีละ2 ครั้ง เพราะว่าโอกาสที่ทหารเรือจะทำการยึดอำนาจล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ยากนั่นเอง แต่สำหรับเมืองไทยแล้วนายพลทหารเรือก็เคยทำรัฐประหารมาแล้วถึง2 ครั้ง
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์