โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ตรวจกระทรวงศึกษานำทีม กศน. พัฒนาชาวนครพนม เสริมสร้างนิสัยและทักษะการอ่านสนองพระราชดำริและพระราชปณิธาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

77kaoded

เผยแพร่ 02 เม.ย. 2566 เวลา 12.08 น. • 77 ข่าวเด็ด

วันที่ 2 เมษายน 2566 ที่สวนสาธารณะศรีโคตรบูรณ์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด โครงการ 2 เมษา วันรักการอ่าน ปีงบประมาณ 2566 ที่สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนมจัดขึ้น เพื่อพัฒนาชาวนครพนมทุกช่วงวัย ให้มีทักษะ มีนิสัยรักการอ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านทุกรูปแบบจากแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการออกหน่วยเรียนรู้เคลื่อนที่สู่ชุมชน บรรณสัญจร ครั้งที่ 5/2566 เพื่อสนองพระราชดำริและพระราชปณิธาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระผู้ทรงมีคุณูปการต่อวงการหนังสือไทย ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็น เจ้าฟ้านักอ่าน ด้วยทรงให้ความสำคัญกับการรู้หนังสือ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาชาติ โดยได้ทรงพระราชทานลายพระหัตถ์ว่า “ร่วมกันทำให้ชาวโลกอ่านออกเขียนได้” (Let’s join in making a literate world)

โดยคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่านเป็น วันรักการอ่าน เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคคล ครอบครัว สังคม รวมถึงประเทศชาติ ทั้งยังเป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย ด้วยตระหนักในพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงอนุเคราะห์สนับสนุนกิจกรรมอันเนื่องด้วยงานวัฒนธรรมของชาติเสมอมา โดยเฉพาะทรงเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ และพระราชจริยาวัตรในด้านการอนุรักษ์มรดกของชาติในสาขาต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้จะมีการส่งเสริมการพัฒนาชาวนครพนมทุกช่วงวัย ให้มีทักษะ มีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไปพร้อมกับการสืบสานอนุรักษ์มรดกไทย ไม่ว่าจะเป็น การพูด การอ่าน การเขียน การฟัง โดยเป็นการสอดแทรกอยู่ในกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่นเกมส์ปาเป้าของเด็ก ๆ ที่นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินในการแข่งขันแล้ว ยังให้ฝึกทักษะการอ่านด้วยการสะกดคำในช่องเป้าที่ปาถูกเพื่อรับรางวัล ขณะที่วัยเรียนทั่วไปก็จะมีการเสริมสร้างการพูดและการเขียนที่สอดแทรกเรื่องราวทางภาษาถิ่น เป็นการซึมซับศิลปวัฒนธรรมของตนเองเพิ่มเติม จากการเรียนปกติทั่วไป ขณะที่วัยทำงานก็จะให้ทุกคนได้เรียนรู้ช่องทางการหาความรู้เพิ่มเติมผ่านระบบออนไลน์ใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพสร้างรายได้ ส่วนผู้สูงวัยก็จะมีกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะในเรื่องของการจำทำให้สมองได้คิดและเกิดจินตนาการใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้ให้กับตนเอง การเป็นสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้ตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...