โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คำต่อคำ “ฉัตร์สุดา ชุมแสง" พาณิชย์จังหวัดสงขลา เปิดใจคำตัดสินเบทาโกร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. 2565 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 04.43 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

“ฉัตร์สุดา ชุมแสง” พาณิชย์จังหวัดสงขลา เปิดใจทำไมตัดสิน เบทาโกรไม่ผิด กรณีสต๊อกหมู 2 แสนกิโล

“หมูแพง”เกือบจะทะลุ 300 บาท/กก. หลังเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ระบาด จนสร้างความเสียหายหมูทั้งระบบล้มตายไปกว่า 50% ทำให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นมาให้ตรวจสอบทั่วประเทศว่ามีการกักตุนสต๊อกหมูไว้หรือไม่

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยปศุสัตว์จังหวัดสงขลา หัวหน้าด่านกักกันสัตว์จังหวัดสงขลา พร้อมพาณิชย์จังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจพบห้องเย็นของบริษัท ปิติซีฟู้ด จำกัด อ.จะนะ จ.สงขลา พบสต๊อกหมูของบริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.พัทลุง ฝากไว้จำนวน 2 แสนกว่ากิโลกรัม

นางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” แบบคำต่อคำถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บ และการจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร เนื้อสุกร ตามประกาศ แล้วสรุปผลการตรวจสอบว่า

1.บริษัท ปิติซีฟู้ด จำกัด ในฐานะห้องเย็นรับฝาก ซึ่งป็นผู้ครอบครองแทนผู้อื่นตามข้อ 3 ในประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 2 พ.ศ.2565 เรื่องการแจ้งปริมาณราคาสถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีสินค้า สุกร เนื้อสุกร มีความผิดตามมาตรา 25 (5) พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาได้ทำการบันทึกการตรวจสอบและแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธร อ.จะนะ เพื่อดำเนินคดีใน “ข้อหาไม่แจ้งปริมาณครอบครอง”

2.บริษัท ปิติซีฟู้ด จำกัด และบริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด โรงงานแปรรูปสุกรพัทลุง นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมบัญชี ซื้อมา/ขายไป เอกสารการจัดทำบัญชีคุมสินค้าตามประกาศ กกร.และเอกสารแสดงข้อมูลการรับเข้าและจ่ายออกสินค้าสุกร ชี้แจงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ในกรณีแจ้งปริมาณเนื้อสุกรตามประกาศฯ ไม่ตรงกับสินค้าที่มีการตรวจสอบฯ ผลการตรวจสอบดังนี้

บริษัท เบทาโกรอุตสาหกรรม จำกัด โรงงานแปรรูปสุกรพัทลุง มีการแจ้งข้อมูลปริมาณ สถานที่เก็บเนื้อสุกรตามประกาศ กกร. ครบถ้วน 4 รายการ ได้แก่ สุกรชำแหละผ่าซีก, เนื้อแดง(ไหล่/สะโพก), เนื้อสันคอ สันนอก สันใน และเนื้อสามชั้น

แต่เนื้อหมูชิ้นส่วนอื่นที่บริษัท เบทาโกรฯ มีอยู่ เช่น หมูบด หมูสามชั้นสไลด์ ขาหมูเผา ไม่ได้กำหนดให้แจ้งปริมาณในแบบสก.01 ตามประกาศ กกร. จึงไม่ได้กรอกข้อมูลปริมาณลงไป แต่มีเอกสารมาชี้แจงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ครบถ้วน

เมื่อตรวจสอบกับข้อมูลที่บริษัท ปิติซีฟู้ดส์ นำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลทางบัญีของทั้ง 2 รายมีความสอดคล้องกัน

ส่วนการทำบัญชีคุมสินค้าของบริษัท เบทาโกรฯ และบริษัท ปิติซีฟู้ดส์ฯ มีการจัดทำบัญชีคุมสินค้าตามประกาศ กกร.ฉบับที่ 2 พ.ศ.2565 ข้อ 4 โดยผู้ประกอบการฯ ทั้ง 2 รายนำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ครบถ้วน

ส่วนประเด็นการกักตุนสินค้าของบริษัท เบทาโกรฯ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฎว่า เอกสารบัญชีรับเข้าและส่งออกสินค้า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 ที่บริษัทเบทาโกรนำมาแสดงมีการรับเข้าและจ่ายออกสม่ำเสมอตลอดมา จึงไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้า

กรณีเนื้อส่วนต่าง ทำไมไม่ถือว่าเป็นความผิด? 

พาณิชย์จังหวัดสงขลา ตอบในประเด็นนี้ว่า ที่ไม่ถือว่าเป็นความผิด คือในแบบแจ้ง สก.01 เป็นแบบแจ้งตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่ต้องแจ้งปริมาณครอบครองจะมีรายการ 1.หมูผ่าซีก 2.เนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) 3.เนื้อสันคอ สันนอก สันใน 4.เนื้อสามชั้น

ทางเบทาโกรแจ้งเฉพาะ 4 รายการตามใบแจ้ง สก.01 ปริมาณที่แจ้งประมาณ 50,000 กว่ากก. แต่ในสต๊อกของบริษัท ปิติฟู้ด มีหมูของบริษัทเบทาโกรฝากไว้ 2 แสนกิโลกรัม

โดยส่วนต่างนี้ มีสินค้าอื่นอีก 153,985 กิโลกรัม ได้แก่ หมูบด ขาหมูเผา ซี่โครง สามชั้นแผ่น (สไลด์เป็นชิ้นบาง ๆ คล้ายในร้านชาบูทำเป็นแพ็กละ 1 กก. รวมมาเป็น 10 กก.) เป็นรายการที่ไม่ได้กำหนดให้แจ้งตามแบบสก.01 ทางบริษัท เบทาโกร จึงไม่ได้แจ้งไป

ในแบบแจ้งสก. 01 ไม่มีระบุช่องอื่นๆ

และเนื่องจากในแบบแจ้ง สก. 01 ไม่มีช่องอื่นๆ ให้ระบุ ดังนั้น เมื่อวานนี้ (21 ม.ค. 2565) ทางบริษัท เบทาโกรจึงได้นำเอกสารทั้งหมดมาชี้แจงกับพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา เป็นเอกสารรายละเอียดสินค้าทั้งหมด 153,985 กก. มาชี้แจงรายละเอียด โดยยืนยันรายการ ซึ่งในแบบแจ้งก่อนหน้าไม่มี บริษัทเบทาโกร จึงไม่ได้แจ้งไป

“ดังนั้น พาณิชย์จังหวัดสงขลาจึงได้หารือเรื่องดังกล่าวไปยังกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งได้มอบหมายให้นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว และรับทราบแล้ว ทางกรมการค้าภายในบอกให้แจ้งเฉพาะตามที่มีในรายการใบแจ้งสก.01 เท่านั้น ดังนั้นปริมาณที่ไม่ได้แจ้ง บวกกับปริมาณที่แจ้งเท่ากับปริมาณในสต๊อก จึงถือว่า บริษัทเบทาโกรไม่ได้มีความผิดใด ๆ เพราะว่า บริษัทเบทาโกรแจ้งเรียบร้อยแล้ว”

นางสาวฉัตร์สุดา กล่าวด้วยว่า ในฐานะพาณิชย์จังหวัดจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ เรื่องนี้นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในได้โทรมาสอบถาม และรองอธิบดีรับทราบ เพราะแบบฟอร์มใบแจ้ง สก.01 ออกมาจากกรมการค้าภายใน เราพาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ถือปฏิบัติตามนโยบายในการปฏิบัติให้ถูกต้อง เราต้องทำตามความเข้าใจกับกรมการค้าภายในก่อนว่า ตามเอกสารทั้งหมดเป็นแบบนี้

ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายหรือไม่ ถ้ากรณีเอกชนเลี่ยงแปรรูปเพื่อกักตุน

พาณิชย์จังหวัดสงขลาอธิบายว่า การจะกักตุนหรือไม่ เราต้องไปดูบัญชีควบคุมของบริษัท ซึ่งทางพาณิชย์จังหวัดได้มีการตรวจสอบรายละเอียดเอกสารทั้งหมด ว่าบัญชีของเขามีการรับเข้ามา และจ่ายออกไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 มาถึงเดือนมกราคม 2565 มีการรับเข้า-จ่ายออกเรื่อยมาสม่ำเสมอทุกเดือนเป็นปกติ ตรงนี้จึงไม่ถือว่าเขากักตุน

การจะกักตุนหรือไม่ ต้องพิจารณาบัญชีควบคุมของบริษัท ถ้ารับเข้ามาแล้วไม่ขายออกเลยหรือประวิงเวลาในการขาย หรือประวิงเวลาในการส่งมอบ จึงจะถือว่าเขากักตุน แต่เราเรียกสอบดูบัญชีควบคุมของบริษัทมีการรับเข้า-จ่ายออกปกติทุกเดือน มีรายการบัญชีถูกต้อง

ทำไมค้างอยู่ตั้ง 2 แสนกก.

จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 รับเข้า-จ่ายออกปกติ โดยเมื่อเทียบเดือนพฤษภาคม 2564 ช่วงนั้นหมูยังไม่ได้มีการปรับขึ้นราคา ยังไม่มีปัญหาว่า หมูขาดตลาด เจ้าหน้าที่ได้ย้อนไล่ดูทุกเดือนเทียบจนมาถึงเดือนมกราคม 2565 ลักษณะเหมือนกัน ดังนั้นจะไปว่าบริษัทปฎิเสธการขายไม่ได้ เพราะจ่ายออกเหมือนเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม 2564 โดยเราจะไปใส่ข้อหาว่า เขากักตุนไม่ได้

แต่ตอนนี้หมูขาดตลาดราคาจะทะลุ 300 บาทมีสต๊อกค้างอยู่ 2 แสนจะถือว่ากักตุนได้หรือไม่

เรายังถือไม่ได้ว่า กักตุน เพราะคำว่า “กักตุน” ในมาตรา 30 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ถือว่าหมูเป็นสินค้าควบคุม บอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในประกาศ ซึ่งปริมาณที่กำหนดก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าครอบครองเกินเท่าไหร่ หรือสินค้าควบคุมไว้ ณ สถานที่ นอกจากสถานที่เก็บตามที่ได้แจ้ง

อันนี้เขาก็ไม่ได้เก็บในสถานที่อื่น หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้เพื่อจำหน่ายออก หรือเสนอขายตามปกติ เขามีการจำหน่ายออกอยู่ หรือปฎิเสธการจำหน่าย เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธการจำหน่าย หรือประวิงการจำหน่าย หรือการส่งมอบสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มันไม่เข้าเลย

เราก็เลยสรุปว่า จากหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหลายนำมายื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของเราดูเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.2565)  ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะไปเข้าข่ายกักตุน มันไม่เข้าข่ายกักตุนตามมาตรา 30 เลย

สต๊อก 153,985 กก.ไม่แจ้ง แต่มีเคลื่อนไหวเข้า-ออก

ใช่ค่ะ เราพิจารณาตรวจสอบรวมกันจำนวน 2 แสนกก.มีการรับเข้า-จ่ายออกสม่ำเสมอ

ตรงนี้ถือเป็นช่องโหว่ของใบแจ้งหรือกฎหมายหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ทางกรมการค้าภายในได้มีการประชุมผ่านระบบซูมร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ความกระจ่างในเรื่องการส่งแบบแจ้งปริมาณในครอบครองว่าพาณิชย์จังหวัดไหนมีปัญหาอะไรให้สอบถามมาได้

“เราได้สอบถามชัดเจนในที่ประชุมผ่านระบบซูมว่า รายการสินค้าชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีในแบบแจ้งจะต้องให้เอกชนแจ้งว่าอื่น ๆ หรือไม่ ทางรองอธิบดีตอบว่า ไม่จำเป็นต้องใส่ลงไป เพราะว่ามีความจำเป็นดูแค่ 4 รายการตามใบแจ้งสก.01 เท่านี้ และเขาสามารถคำนวนถอนกลับไปได้ว่า ในจำนวน 4 รายการที่มีใบแบบแจ้งจะเป็นหมูมีชีวิตกี่ตัว มันจะเกิดปัญหาว่าใบแบบแจ้งคุณแจ้งเท่านี้ แต่ปริมาณที่คุณสต๊อกไว้มันมากกว่าแบบแจ้ง มันจะเกิดการเขย่งอยู่”

การประชุมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศวานนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมูทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการแจ้ง การไปตรวจสต๊อก เรื่องออกไปตรวจสอบราคา การปิดป้ายแสดงราคา ราคาขายเกินสมควรหรือไม่ พร้อมกับเปิดโอกาสให้พาณิชย์จังหวัดที่มีข้อหารือสอบถามได้

ตอนนี้กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายให้ทุกจังหวัดตรวจสต๊อกหมู ณ ห้องเย็น ณ ฟาร์มทั้งหมดทั่วประเทศ รวมถึงทางกระทรวงมหาดไทยก็แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดก็แจ้งอำเภอร่วมกันออกตรวจสอบ

ส่วนหมูที่สต๊อกอยู่เป็นโรคหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่พาณิชย์จังหวัด

นางสาวฉัตร์สุดากล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเราเป็นเรื่องของกรมปศุสัตว์

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...