โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สาปแช่ง "ป๋อง-ธง" ปล้นฆ่า 5 ชีวิต ไม่ขอขมา-ไม่ทำแผน คุมตัวฝากขัง "ป้า" รับชะตาหาก "ป๋อง" โดนโทษประหาร

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • RS PCL
สาปแช่ง “ป๋อง-ธง” ปล้นฆ่า 5 ชีวิต ไม่ขอขมา-ไม่ทำแผน คุมตัวฝากขัง “ป้า” รับชะตาหาก “ป๋อง” โดนโทษประหาร

แห่สาปแช่ง "ป๋อง-ธง" ปล้นฆ่า 5 ชีวิต ไม่ขอขมา-ไม่ทำแผน คุมตัวส่งฝากขัง

วันที่ 1 ส.ค. 69 เวลา 11.00 น. ตำรวจควบคุมตัวนายฑนา หรือ “ป๋อง” และนายธงชัย หรือ “ธง” ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา ภายใน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง ภายหลังถูกดำเนินคดีจากเหตุฆาตกรรมและฝังอำพรางศพผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

ระหว่างถูกควบคุมตัว นายป๋องพยายามก้มหน้าและไม่ตอบคำถามใด ๆ ของสื่อมวลชน โดยมีสีหน้าเรียบเฉย เงยหน้ามองผู้สื่อข่าวเป็นระยะ แต่ไม่กล่าวถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ หรือแสดงความขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

ส่วนนายธงมีท่าทีเคร่งเครียด และก้มหน้าขณะเดินขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ท่ามกลางญาติของครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 รายที่เดินทางมารอติดตามการฝากขัง หลายคนร้องไห้ ตะโกนต่อว่า และถามถึงเหตุผลที่ลงมือฆ่าสมาชิกในครอบครัวทั้งพ่อ แม่ และลูก

ในช่วงแรก ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ตอบคำถามใด ๆ กระทั่งนายธงขึ้นไปนั่งบนรถควบคุมผู้ต้องหา และได้ยินเสียงของญาติผู้เสียชีวิตที่รู้จักกันมาก่อน จึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวขอโทษ พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าเหยื่อเป็นครอบครัวดังกล่าว และอ้างว่าตนถูกนายป๋องบังคับ หากไม่ยอมทำตาม ครอบครัวของตนอาจถูกทำร้าย

ด้านญาติผู้เสียชีวิต 3 ศพ พ่อ-แม่-ลูก ระบุว่า รู้จักนายธงในฐานะคนในละแวกบ้าน เปิดเผยว่า ได้ยินคำกล่าวขอโทษแล้ว แต่ไม่ต้องการกล่าวอะไรเพิ่มเติม พร้อมระบุเพียงว่า ขอให้ผู้ต้องหาไปชดใช้ผลจากการกระทำตามกระบวนการยุติธรรม

ด้านนายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมคณะ เดินทางมายัง สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนผู้ต้องหาตามขั้นตอนของกฎหมาย เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาร้ายแรง ซึ่งมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต พนักงานสอบสวนจึงต้องจัดให้มีทนายความเข้าร่วมการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนทั้งสองคดี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อรูปคดี

สำหรับข้อสงสัยว่า หากผู้ต้องหาอ้างว่ามีอาการป่วยทางจิต จะมีผลต่อคดีหรือไม่ นายสุขสันต์อธิบายว่า ต้องมีผลตรวจและความเห็นจากแพทย์ยืนยันอย่างชัดเจน หากพบว่ามีอาการจริง ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีผลต่อความสามารถในการรับผิดหรือการกำหนดโทษอย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยตามที่กล่าวอ้าง

ภายหลังการสอบสวนและจัดทำเอกสารเสร็จสิ้น ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง มีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายเพิ่มเติม

ญาติยอมรับหาก "ป๋อง" โดนโทษประหาร เผย เติบโตมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง

มีรายงานว่า "ป๋อง-ธง" ถูกสอบสวนตลอดทั้งคืน มีสภาพอิดโรย

โดยพบว่า ป้าของนายป๋อง ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ได้นำข้าวกะเพราหมูสับและน้ำดื่มมาเยี่ยม ก่อนถูกส่งตัวฝากขัง

"ป๋องเติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหาความรุนแรง อ้างว่าพ่อเคยทำร้ายลูกทั้ง 3 คนตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงนายป๋องที่ถูกทำร้ายตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 1 ขวบ เชื่อว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและสภาพจิตใจในเวลาต่อมา"

อย่างไรก็ตาม ป้ายอมรับว่า นายป๋องเคยถูกดำเนินคดีและเข้าเรือนจำมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ทราบรายละเอียดของแต่ละคดีอย่างชัดเจน รู้เพียงว่าเจ้าตัวชื่นชอบรถ และมักรับงานเกี่ยวกับการซ่อมหรือดัดแปลงรถ

ก่อนพ้นโทษครั้งล่าสุด นายป๋องเคยบอกกับครอบครัวว่า เมื่อออกจากเรือนจำแล้วจะกลับมาทำงาน เลี้ยงดูแม่และป้า ไม่ให้ต้องลำบาก ทำให้คนในครอบครัวมีความหวังว่าเจ้าตัวจะกลับตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่

แต่หลังออกจากเรือนจำได้ไม่ถึง 2 เดือน กลับถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ทำให้ป้ารู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก แต่การกระทำที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นเป็นสิ่งที่ครอบครัวไม่สามารถยอมรับได้

"แม้จะรักและเลี้ยงดูนายป๋องมาตั้งแต่เด็ก แต่หากศาลพิพากษาลงโทษตามความผิดที่กระทำ ก็พร้อมยอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะได้รับโทษในระดับใด เพราะผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อผลจากการกระทำของตัวเอง"

ยืนยันว่าจะไม่ยื่นประกันตัว เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ และกังวลว่าหากได้รับการปล่อยตัว อาจกลับไปก่อเหตุซ้ำ

ป้ายังกล่าวว่า ไม่เคยเห็นเครื่องแบบตำรวจหรือสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่อยู่ภายในบ้าน และไม่ทราบว่านายป๋องมีนายจ้างหรือบุคคลใดอยู่เบื้องหลัง เพราะเจ้าตัวไม่เคยเล่ารายละเอียดการทำงานหรือการใช้ชีวิตนอกบ้านให้ครอบครัวฟัง

ญาติเหยื่อ "ป๋อง-ธง" ฆ่ายกครัว วอนตำรวจใส่ใจคดีคนหายมากกว่านี้ เรียกร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ญาติของครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 ราย พ่อ-แม่-ลูก เดินทางมาที่สถานีตำรวจ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามการนำตัวนายป๋องและนายธงไปฝากขัง หลังตำรวจขยายผลจากคำรับสารภาพและพบร่างสมาชิกครอบครัวเดียวกันถูกฝังอยู่ในสวนมะพร้าวริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์สาย 7

ญาติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวพยายามตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการหายตัวไปหลายด้าน โดยช่วงแรกเคยคิดว่าอาจเป็นปัญหาภายในครอบครัว หรืออาจเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น เนื่องจากไม่สามารถติดต่อผู้สูญหายได้ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น

อีกประเด็นที่ครอบครัวเคยสงสัย คือเรื่องหนี้สินนอกระบบ เพราะทราบเพียงว่า ผู้เสียชีวิตหญิงเคยกู้เงินจำนวนประมาณ 5,000 บาท และผ่อนชำระรายวันวันละ 250 บาท โดยก่อนหน้านี้มีผู้ปล่อยเงินกู้เดินทางมาสอบถามญาติว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตหรือไม่ หลังขาดการติดต่อไปหลายวัน

อย่างไรก็ตาม ญาติมองว่า จำนวนเงินดังกล่าวไม่น่าจะเป็นเหตุให้ทั้งครอบครัวต้องหลบหนี อีกทั้งภายในบ้านไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ไม่มีทรัพย์สินกระจัดกระจาย และยานพาหนะหลายคันยังอยู่ครบ จึงทำให้ครอบครัวไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่า ทั้ง 3 คนออกจากบ้านไปได้อย่างไร

ญาติระบุว่า บ้านของผู้เสียชีวิตตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากชุมชน ทำให้ในช่วงแรกเคยคิดว่าอาจมีบุคคลใช้อาวุธเข้ามาควบคุมตัวออกไป แต่ไม่มีพยานหรือหลักฐานยืนยัน ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความคนหายไว้ และรอความคืบหน้าจากตำรวจมาโดยตลอด

จนกระทั่งมีการจับกุมนายป๋องและนายธงในคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย และคำให้การของผู้ต้องหาขยายผลไปถึงครอบครัวที่หายตัวไปอีก 3 คน ญาติจึงทราบว่า ทั้งหมดอาจถูกฆาตกรรมและนำร่างไปฝังอำพราง

สำหรับการเดินทางมาที่สถานีตำรวจในวันนี้ ญาติระบุว่า มาให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามขั้นตอนการฝากขังผู้ต้องหา แต่ไม่ต้องการเผชิญหน้าหรือพูดคุยกับนายป๋องและนายธง เนื่องจากยังรู้สึกโกรธแค้นและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ญาติเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาถึงที่สุด และแสดงความเห็นว่าควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพราะเชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่มีความสำนึก และหากได้รับการปล่อยตัวออกมา อาจกลับไปก่อเหตุซ้ำและทำให้มีผู้เสียหายรายใหม่

ส่วนการทำงานของตำรวจ ญาติกล่าวว่า เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่มีภารกิจจำนวนมาก แต่ต้องการให้ให้ความสำคัญกับคดีคนหายและใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้น เพราะตลอดช่วงที่ครอบครัวสูญหาย ญาติพยายามติดตามข้อมูลหลายทาง แต่แทบไม่ได้รับความคืบหน้าที่ชัดเจน

ญาติยืนยันว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการในขณะนี้ คือให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้รับโทษตามกฎหมาย และให้ตำรวจตรวจสอบแรงจูงใจ เส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนร่วมกับการก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อให้ความจริงทั้งหมดปรากฏและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...