โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอหมู ชี้ แอลกอฮอล์ในเลือดจะพุ่งสูง หลังดื่ม 45 นาที แนะไม่ควรดริงก์เกิน 5 แก้ว ใน 2 ชม.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 11.09 น.

หมอหมู โพสต์เตือนนักดื่ม หลังกระดกเหล้า แอลกอฮอล์ในเลือดจะพุ่งสูงภายใน 45 นาที แนะไม่ควรดริงก์เกิน 5 แก้ว ใน 2 ชม.

จากกรณีการเสียชีวิตของนายธนาคาร คันธี หรือ แบงค์ เลสเตอร์ แร็พเปอร์ขายพวงมาลัยเลี้ยงคุณยาย ซึ่งในระยะหลังๆ มานี้ มักจะมีคนจ้างให้แบงค์กินอะไรแปลกๆ กระทั่งมาเสียชีวิตลงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เนื่องจากถูกจ้างดื่มเหล้าให้หมดแบน แลกเงิน 30,000 บาท

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุสลดดังกล่าวก็ได้มีหลายคนออกมาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร และการกระดกเหล้าทีเดียวหมดแบนนั้นอันตรายแค่ไหน

ล่าสุด รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยระบุข้อความว่า เตือน! ดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาณมากในเวลาสั้นๆ เสี่ยงตาย

ขอแสดงความเสียใจกับ ‘แบงค์ เลสเตอร์’ ด้วยนะครับ

‘แบงค์ เลสเตอร์’ น้องเป็นอินฟลูที่ดังมาจากการแร็พขายพวงมาลัยเลี้ยงคุณยาย พักหลังๆ มักจะมีคนจ้างให้น้องกินอะไรแปลกๆ ล่าสุด น้องได้เสียชีวิตแล้ว ในช่วงประมาณ 3.40 น. ที่ผ่านมาหลังจากถูกจ้างดื่มเหล้าให้หมดแบน แลกเงิน 30,000 บาท

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิด “ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน” ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีการออกฤทธิ์กดประสาท หลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะขึ้นสูงสุดภายในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 45 นาที โดยระยะเวลาการออกฤทธิ์ในร่างกายขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม ครับ

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายในปริมาณ 15-20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง ดังนั้นเมื่อเราดื่มในปริมาณมากๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ร่างกายจะขับออกไม่ทัน ส่งผลให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามข้อมูลทางการแพทย์ ระบุว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด หากสูงกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลันได้แล้วครับ

อาการของ “ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน” ประกอบไปด้วย สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง อาเจียนรุนแรง หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดปกติ (หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ) ความดันโลหิตต่ำอาจทำให้ช็อกได้ อุณหภูมิร่างกายผิดปกติ หมดสติ ในกรณีที่รุนแรง อาจหมดสติไม่รู้สึกตัว และอาจเสียชีวิตได้

สำหรับการดื่มเหล้า 1 แบนนั้น จากข้อมูลพบว่า สามารถทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นได้มากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น น้ำหนักตัว เพศ อาหารในกระเพาะอาหาร โรคประจำตัว และความเร็วในการดื่ม) ซึ่งเป็นระดับที่อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาอย่างรุนแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหากเป็นการดื่มอย่างรวดเร็วและมีการดื่มมาก่อนหน้านั้นในปริมาณที่มากอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงขึ้นไปอีกมากเลยครับ

ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 300-400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ : อาจหมดสติ ชีพจรเต้นช้าลง เกิดภาวะกดการหายใจ (respiratory depression) และอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ

ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป : อาจเกิดอาการโคม่าและเสียชีวิตได้เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว (แอลกอฮอล์กดการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการรู้สึกตัว)

ดื่มอย่างไร? ไม่ให้เกิด “ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน”

ตามคำแนะนำของงานวิจัยในต่างประเทศ ระบุว่า การดื่มน้อยกว่า 5 แก้ว ในผู้ชาย และ 4 แก้ว ในผู้หญิง ในช่วงเวลา 2 ชม. จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน

อ้างอิงข้อมูลจาก: Vonghia L, Leggio L, Ferrulli A, Bertini M, Gasbarrini G, Addolorato G; Alcoholism Treatment Study Group. Acute alcohol intoxication. Eur J Intern Med. 2008 Dec;19(8):561-7. doi: 10.1016/j.ejim.2007.06.033. Epub 2008 Apr 2. PMID: 19046719.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอหมู ชี้ แอลกอฮอล์ในเลือดจะพุ่งสูง หลังดื่ม 45 นาที แนะไม่ควรดริงก์เกิน 5 แก้ว ใน 2 ชม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...