เต้ มงคลกิตติ์ ร้องDSI ตรวจสอบระเบียบหลักเกณฑ์ ประกันสุขภาพคนต่างด้าวปี'67ผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ หรือไม่
เต้ มงคลกิตติ์ ร้องDSI ตรวจสอบระเบียบหลักเกณฑ์ ประกันสุขภาพคนต่างด้าวปี’67ผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ หรือไม่
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์ฯ 12 ราย ซึ่งอาจกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ ในมาตรา 11-13 หรือไม่ กรณี การกำหนดหลักเกณฑ์ให้กับบริษัทที่รับทำประกันสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าว เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ที่มีลักษณะกีดกันทางการค้า โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2567 ตนได้ยื่นเรื่องดังกล่าวไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เนื่องด้วยมีบริษัทประกันภัย ประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวหลายแห่งได้ร้องเรียนมายังตนเอง ซึ่งตนอยากอธิบายว่าการขึ้นทะเบียนต่างด้าว ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2566 และ 3 ต.ค.2566 จะมีแรงงานต่างด้าวทั้งเมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา ประมาณ 2.5 ล้านคน และระหว่างนี้จะมีแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะเมียนมาเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก เข้ามาแบบผิดกฎหมาย บ้างเดินข้ามแดน บ้างหนีสงครามมา กระทั่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2567 ทาง ครม.มีการประกาศให้ขึ้นทะเบียนต่อใบอนุญาตทำงานด้วยมติ ครม.ทั้ง 2 รอบ
ปรากฏว่ามีการให้ขึ้นทะเบียนกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาผิดกฎหมาย ซึ่งประกาศมติ ครม.นั้น กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการร่างระเบียบ ซึ่งขั้นตอนการขึ้นทะเบียนมันจะมีขั้นตอนที่ต้องตรวจสุขภาพกับ รพ.ที่ได้รับการรับรอง ประมาณ 5-6 โรค และก่อนที่แรงงานต่างด้าวจะเข้าทำงาน ปกติแล้วจะมีช่วงเว้นระยะเวลา 3-4 เดือนเข้าก่อนขึ้นทะเบียนประกันสังคมเหมือนคนทั่วไป และประกันสุขภาพดังกล่าวนี้เรียกว่า “ประกันสุขภาพคุ้มครองแรงงานต่างด้าว” เบี้ยประกันประมาณ 990 บาท มีวงเงินประกันประมาณ 150,000 บาท มีทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ก่อนที่ประกันสังคมจะมารับช่วงต่อ ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน-1 ปี
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวจึงต้องมีการตรวจสุขภาพและต้องมีประกันภัย เพราะการจะขึ้นทะเบียนได้จะต้องมีประกันไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนจะดำเนินการต่อไป ดังนั้น กรมการจัดหางาน เดิมทีการทำประกันสุขภาพจะมีการจัดทำทุกปีอยู่แล้ว และจะมีการร่างระเบียบว่าบริษัทใดเข้าได้ หรือเข้าไม่ได้ที่จะเสนอขายประกันสุขภาพกับแรงงานต่างด้าว อย่างไรก็ตาม ระเบียบหลักเกณฑ์การประกันสุขภาพคนต่างด้าว ปี 2566 มีกำหนดเงื่อนไข 6 ข้อ เป็นการกำหนดกว้างๆ ไม่ได้มีการล็อกสเปก เช่น เป็นบริษัทที่สามารถตรวจสอบรายชื่อ และที่ตั้งของบริษัทประกันวินาศภัยได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), มีอัตราส่วนความพอเพียงของเงินกองทุน (Car Ratio) ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราร้อยละ 140 ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.2562
โดยสามารถตรวจสอบได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), มีประสบการณ์ด้านประกันสุขภาพ, มีช่องทางการซื้อประกันและติดต่อได้สะดวก รวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งบริษัทที่เข้ารอบมี 17 บริษัท เพราะเงื่อนไขเก่าไม่ได้เปิดกว้าง หรือล็อกให้บริษัทคนไทยเข้ามารับทำประกัน แต่ลูกค้าที่ได้นั้น ทั้ง 17 บริษัทจะมีการเฉลี่ยกันไป ส่วนใหญ่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้ลูกค้าเยอะเพราะมีต้นทุนการทำงานที่น้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่เปิดนานจะมีต้นทุนของลูกน้องเยอะ ทำให้ส่วนลดประกันน้อย เช่น เมื่อก่อนนี้ส่วนลดของประกันในบริษัทขนาดใหญ่ในปี 2566 ส่วนลดประกันจะได้ประมาณ 50-100 บาท
นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า ส่วนบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้ส่วนลดกับนายหน้าประมาณ 100-400 บาท จึงทำให้บริษัทขนาดใหญ่รู้สึกไม่ดีเพราะได้ลูกค้าน้อย จึงเกิดเหตุการณ์มีการเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ให้ออกกฎเกณฑ์ใหม่ (หลักเกณฑ์การประกันสุขภาพคนต่างด้าว ปี 2567 ตามมติ ครม. 24 ก.ย.2567) มีทั้งหมด 13 ข้อ แต่กฎเกณฑ์ที่น่าสงสัยคือ ข้อ 2 ระบุว่า ต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ไม่ขาดทุนติดต่อกันเกิน 3 ปี ซึ่งก็คือปี 2563-2566 และต้องอย่าลืมว่าในช่วงนั้นประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 บริษัทประกันส่วนใหญ่ก็ขาดทุน การกำหนดเงื่อนไขข้อสองนี้ถือเป็นการกีดกันบริษัทอื่น
นอกจากนี้ ยังมีข้อ 7 ระบุว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีงบแสดงฐานะการเงินปี 2566 ที่มีการรับรองผลกำไรสุทธิแล้วต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ แต่ต้องอย่าลืมว่าในปี 2566 เราขายประกันได้แค่ครึ่งปี หลังจากที่แรงงานต่างด้าวเพิ่งกลับเข้ามาในประเทศ และบริษัทส่วนใหญ่ตัวเลขจะน้อย อาจเป็นบวกมีไม่มากนัก ซึ่งข้อนี้ก็ถือเป็นการกีดกันทางการค้าเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันในข้อ 9 ยังระบุว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีทุนจดทะเบียน 100-400 ล้านบาท เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีทุนจดทะเบียนเยอะ เพราะรับผิดชอบแรงงานต่างด้าวแค่รับทำประกันสุขภาพจำนวนหลักหมื่นถึงหลักแสนรายเท่านั้น จึงถือเป็นการกำหนดทุนจดทะเบียนสูงเกินกว่าความเป็นจริงเพื่อตัดบริษัทอื่นออกไป ทั้งนี้ จุดที่สำคัญคือ ผู้ที่ยื่นข้อเสนอราคาต้องมีทรัพย์สินโดยรวมของบริษัทประกันภัยไม่น้อยกว่า 30,000 ล้าน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นบริษัทที่ใหญ่และเก่าแก่มาก ทำให้บริษัทใหม่ที่เพิ่งเปิดอาจเข้าไม่ได้ และในข้อ 11 ยังระบุว่า ผู้ที่ยื่นข้อเสนอจะต้องมีสัดส่วนความพอเพียงของการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (Car Ratio) ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 200 ณ สิ้นปี 2566 ซึ่งหากย้อนไปดูเมื่อปี 2566 มีการคิดไว้เพียงแค่ร้อยละ 140 เรียกได้ว่าเป็นการคิดเพิ่มขึ้นมามากเกินกว่าความเป็นจริง
นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมาใหม่นี้ทำให้บริษัทอื่นไม่สามารถเข้าเสนอขายประกันสุขภาพคนต่างด้าวของกรมการจัดหางานได้ สุดท้ายเหลือเพียง 3 บริษัทที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศ) จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปี 2567 จะมีทั้งแรงงานต่างด้าวที่หมดอายุต้องต่ออายุ และแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย รวมถึงญาติพี่น้อง หรือผู้ติดตามเข้ามาทำงานในประเทศไทย ประมาณ 5,000,000 ราย ดังนั้น 5,000,000 ราย คูณ 990 บาทต่อคน ก็จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท และ 5,000 ล้านบาทนี้ บริษัทประกันจะมีส่วนลดโดยที่ไม่ได้ให้ใคร ส่วนลดให้ลูกค้า 100 บาท แล้วจะมีตกลงกันว่าจะมีส่วนลดอยู่ประมาณ 300 บาทให้ฝ่ายการเมือง ซึ่งตนจะไม่บอกว่าฝ่ายการเมืองคือใคร แต่ได้หัวละ 300 บาท และหากคำนวณจำนวนแรงงานต่างด้าว 5,000,000 ราย ก็จะเท่ากับ 1,500 ล้านบาท
นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้นตนเล็งเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายของดีเอสไอ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ ในมาตราสำคัญคือมาตรา 11-13 ตนจึงอยากให้ดีเอสไอได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบข้อกฎหมาย และดูด้วยว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร หรือไม่ เพราะบริษัทเหล่านี้ที่เข้าเกณฑ์ หากกรมการจัดหางานไม่อนุมัติ บริษัทก็ไม่สามารถเข้ามาขายประกันสุขภาพคนต่างด้าวได้ จึงอยากให้ดีเอสไอได้ดูว่าการออกระเบียบใหม่กับระเบียบเก่านั้น เหตุใดกรมการจัดหางานจึงออกระเบียบใหม่มาได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งคณะกรรมการที่ลงนามร่างระเบียบหลักเกณฑ์การประกันสุขภาพคนต่างด้าว ปี 2567 มีจำนวน 12 ราย โดยมีรองอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นประธานคณะทำงาน และตัวแทนส่วนต่างๆ เป็นคนกำหนดคุณลักษณะ
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้บอกว่าคณะทำงานทั้ง 12 รายนี้มีความผิด แต่เพียงมีความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการมากำหนดคุณลักษณะที่สูงขนาดนี้ จนทำให้อีก 14 บริษัทเดิมไม่สามารถเข้าขายประกันสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าวได้ ทั้งนี้ ตนทราบว่ายังมีบริษัทรายใหม่ๆ ที่อยากเข้ามาด้วย แต่ก็เข้ามาขายไม่ได้ เนื่องจากว่าคุณลักษณะมันมีการกำหนดไว้สูง จึงต้องดูว่าท้ายสุดมีความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ หรือไม่ หากดีเอสไอตรวจสอบดูแล้วสามารถระงับยับยั้งได้ก็อยากให้ดำเนินการ แม้กระบวนการมันเดินไปแล้วก็ตาม และตนไม่อยากให้สิทธิประโยชน์ 1,500 ล้านบาทนี้ ต้องไปตกอยู่กับฝ่ายการเมือง แต่อยากให้ไปตกอยู่กับนายจ้างและแรงงานต่างด้าว เพราะแรงงานเหล่านี้ก็เสียภาษีให้คนไทย และที่ต้องทำประกันก็เพราะว่าระบบประกันสังคมจะมาดูแลในช่วง 3-4 เดือน แต่ในส่วนของแรงงานต่างด้าวที่ไม่ไปทำประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากคิดปีละ 1,600 บาท ต่างจากการซื้อประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวของบริษัทประกันภัยที่คิดเพียง 990 บาท
แต่ปัญหาที่เจอในขณะนี้คือ 14 บริษัทเดิมไม่สามารถเข้ามาเสนอขายประกันสุขภาพของคนต่างด้าวได้ดังเดิม นี่คือสิ่งที่น่ากลัว เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทราบว่าได้มีบุคคลสำคัญได้เข้าไปเจรจากับฝ่ายการ และทราบว่าบุคคลดังกล่าวมียอดขายปีที่แล้ว 50,000 ราย เพราะมีฝ่ายขายของบริษัทนั้นที่รู้จักกับตนได้มาบอกกับตนว่า เขาบอกว่าต้นทุนเขาสูง ส่วนลดเขาน้อย จึงสู้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กไม่ได้ ซึ่งมันเป็นปัญหาของเขา เป็นปัญหาทางการค้า แต่สุดท้ายแล้วระเบียบใหม่ออกมาอาจเป็นการกีดกันทางการค้าหรือไม่ คงต้องสอบถามอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะเห็นว่าเป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เรื่องการปราบปรามการฮั้ว ตนจึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมแทน 14 บริษัทเดิม เพราะทราบว่ามีตัวแทนของฝ่ายการเมืองมาเรียกตัวแทนของบริษัทต่างๆ เข้าไปคุยเพื่อกดดันอย่าแสดงตัว อย่ากดดันส่วนราชการต่างๆ ให้แก้ระเบียบ โดยอ้างว่าเดี๋ยวจะแบ่งโควต้าให้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เต้ มงคลกิตติ์ ร้องDSI ตรวจสอบระเบียบหลักเกณฑ์ ประกันสุขภาพคนต่างด้าวปี’67ผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ หรือไม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th