โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. เห็นชอบเพิ่มโทษโบรกตามระดับความรุนแรง – ปรับเกณฑ์เสนอขายโทเคนให้ outsource ได้ทุกระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 08.09 น.

ก.ล.ต. เห็นชอบแนวทางการปรับปรุงร่างประกาศเกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงินกับสมาชิกตามที่ ตลท.เสนอ โดยจัดกลุ่มลักษณะการกระทำผิดใหม่ และการกำหนดบทระวางโทษปรับเป็นเงินให้เหมาะสมในแต่ละกรณี พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เสนอขายโทเคนดิจิทัลสามารถ outsource ระบบงานเพิ่มเติมได้ทุกระบบงาน

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2567 มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงร่างประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงินกับสมาชิก (บริษัทหลักทรัพย์) ตามที่ตลาดหลักทรัพย์เสนอ ซึ่งได้มีการจัดกลุ่มลักษณะการกระทำผิดใหม่ และการกำหนดบทระวางโทษปรับเป็นเงินให้เหมาะสมในแต่ละกรณี เพื่อให้มีความชัดเจนและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้กำหนดบทระวางโทษปรับเป็นเงินในแต่ละลักษณะการกระทำผิด ตามระดับความรุนแรง ไว้ 4 ระดับ ได้แก่ น้อย, ปานกลาง, มาก และรุนแรงมาก เพื่อสะท้อนกับความผิด เช่น กรณีการกระทำผิดที่มีระดับน้อย จะมีอัตราโทษปรับ 3,000-30,000 บาทต่อรายการ และสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้านการกระทำผิดระดับมาก กระทบกับอุตสาหกรรมหรือผู้ลงทุนในวงกว้าง เช่น มีการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะไม่เหมาะสม หรือปั่นหุ้น หากสมาชิกพบเห็นแล้วไม่ดำเนินการยับยั้ง ให้ถือว่ามีความผิด ก็จะมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 3 ล้านบาท จนไปถึง 10 ล้านบาท

ส่วนกรณี Naked Short Selling ถือเป็นลักษณะการกระทำผิดที่มีระดับรุนแรงมาก บทระวางโทษปรับเป็นเงินต่อลักษณะการกระทำผิดจึงมีอัตราโทษปรับ 3 เท่าของกำไรที่ได้รับ แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นต้น

สืบเนื่องจากกรณีที่มีเรื่องของ Naked Short Selling ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเห็นว่าควรที่จะมีการปรับบทลงโทษให้สูงขึ้น จากเกณฑ์เดิม ไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน มีเพียงบอกถึงโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อลักษณะการกระทำผิด และมีโทษปรับต่อรายการ รวมถึงยังเป็นการส่งสัญญาณกับทางบริษัทหลักทรัพย์ หากมีการส่งคำสั่งไม่เหมาะสม จะมีบทระวางโทษปรับที่หนัก

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดบทบัญญัติการเพิ่มโทษ สำหรับกรณีกระทำผิดโดยจงใจ หรือเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้า หรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ และข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์โดยสามารถปรับเพิ่มได้อีกไม่เกิน 10 ล้านบาท และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดแนวทางการพิจารณาความผิดและลงโทษสมาชิกที่ใช้ภายใน เพื่อกำหนดโทษปรับเป็นเงินที่แน่นอน / มีการกำหนดปัจจัย เพิ่ม-ลดโทษอย่างชัดเจน ไม่เปิดช่องให้มีการใช้ดุลพินิจได้มากจนเกินสมควร และนำมาใช้บังคับกับสมาชิกทุกรายด้วยมาตรฐานเดียวกัน

โดยจะมีผลใช้บังคับกับการกระทำผิดของสมาชิกที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์บทระวางโทษใหม่มีผลใช้บังคับเป็นต้นไป คาดว่าทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวออกมาได้เร็วๆ นี้

นายเอนก กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้า Digital Asset Custodial Wallet Provider ว่า มีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 รายยังไม่เริ่มประกอบธุรกิจ และมีผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต 1 รายที่อยู่ระหว่างพิจารณาของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าประกาศดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายในไตรมาส 4/2567

ส่วนความคืบหน้าโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox ขณะนี้มีภาคเอกชนเข้ามาหารือแล้วประมาณ 10 ราย โดยยังไม่ได้ยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการ Enhanced Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใน theme Programmable Payment และส่วนที่เป็น Digital Asset Sandbox ของ ก.ล.ต. อย่างเดียว

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO portal) ให้สามารถ outsource ระบบงานเพิ่มเติมได้ทุกระบบงาน รวมถึงงานตรวจสอบและสอบทานข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล บางส่วน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ โดย ก.ล.ต. จะยกร่างประกาศเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและออกประกาศบังคับใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป

ก.ล.ต.จัดเฮียริ่งปรับเกณฑ์เปิดทางลงทุน crypto ETF ผ่านกองทุนรวม จนถึง 8 พ.ย.67 หลังจากนักลงทุนสนใจ เมื่อ crypto ETF ได้รับอนุมัติการจัดตั้งและมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ

วันที่ 9 ตุลาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการและร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล (กองทุน) ที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (DA) เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการให้บริการการลงทุนในต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ผ่าน บล. และ บลจ. และเพื่อประโยชน์ด้านการจัดสรรสินทรัพย์ (asset allocation) ผ่านผู้เชี่ยวชาญ

ภายหลังจาก crypto ETF ได้รับอนุมัติการจัดตั้งและมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนไทยจำนวนหนึ่งให้ความสนใจในการลงทุนดังกล่าว ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) สามารถให้บริการผู้ลงทุนรายใหญ่ ลงทุนในผลิตภัณฑ์ต่างประเทศได้ โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน

ในขณะที่เกณฑ์การลงทุนของกองทุนปัจจุบันยังมิได้กำหนดเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักงาน ก.ล.ต. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการประชุมเดือนธันวาคม 2566 และเดือนมีนาคม 2567 และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมเดือนเมษายน 2567 จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับกองทุนที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

โดยมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม ดังนี้

1. เพิ่มให้ investment token เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยมีอัตราส่วนการลงทุนเช่นเดียวกับ transferable securities เช่น หุ้น และหุ้นกู้ เป็นต้น เนื่องจากมีลักษณะและความเสี่ยงคล้ายกัน

2. เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุนสามารถลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (crypto asset) ได้ ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับประเภทผู้ลงทุน โดยกองทุนสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ สามารถลงทุนใน crypto ETF ได้ โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันในการแข่งขันระหว่าง บล. และบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.)

และกรณีกองทุนดังกล่าวลงทุนใน crypto asset โดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จำกัดไม่เกินร้อยละ 20 ของ NAV

ในขณะที่กองทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยสามารถมี total crypto asset exposure ผ่าน ETF หรือกองทุนรวมต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 5 ของ NAV เพื่อประโยชน์ด้านการจัดสรรสินทรัพย์ (asset allocation) ผ่านผู้เชี่ยวชาญ โดยต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

1.) เป็นกองทุนที่จัดตั้งภายหลังวันที่ประกาศใหม่มีผลใช้บังคับ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ลงทุนในกองทุนที่อาจไม่ประสงค์ที่จะมีความเสี่ยงในทรัพย์สินดังกล่าว

2.) มีกลยุทธ์ active management และเป็นกองทุนรวมผสมที่มีนโยบายการลงทุนหลักเพื่อ asset allocation กองทุนรวมตราสารทุน หรือกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกองทุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี

3.) เปิดเผยข้อมูลและคำเตือนให้ผู้ลงทุนทราบถึง crypto asset exposure อย่างชัดเจน

3. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการจัดตั้งและจัดการสำหรับกองทุนที่ลงทุนใน DA เช่น การเก็บรักษาทรัพย์สิน การคำนวณมูลค่า DA การเปิดเผยข้อมูล การโฆษณาที่เหมาะสม และการปรับปรุง suitability test ให้ครอบคลุมการลงทุนใน crypto asset เป็นต้น

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็น เรื่อง หลักการและร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1020

ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทางอีเมล thanunya@sec.or.th chavisa@sec.or.th หรือ pattarav@sec.or.th จนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567

อนึ่ง สินทรัพย์ดิจิทัล (DA) หมายถึง

(1) investment token

(2) crypto asset ได้แก่

(2.1) cryptocurrency ประเภทที่มีกลไกการคงมูลค่า (stablecoin) เช่น Central Bank Digital Currency (CBDC) ที่ออกโดยธนาคารกลาง เป็นต้น และ cryptocurrency ประเภทที่ไม่มีกลไกการคงมูลค่า (blank coin) เช่น Bitcoin

(2.2) utility token ที่ไม่ใช่อุปโภคบริโภค มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงิน การลงทุน และการเก็งกำไรคล้ายกับผลิตภัณฑ์ในตลาดเงินตลาดทุน (financial product) เช่น native token และ governance token เป็นต้น

ขณะที่ผู้ลงทุนรายใหญ่ หมายถึง

(1) ผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investors: II)

(2) Qualified Investor (QI) ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนในตราสาร อนุพันธ์ และเงินฝากรวมกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

กองทุนสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ หมายถึง

(1) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UI fund) ซึ่งเป็นกองทุนที่เสนอขายผู้ลงทุน II และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra-High Net Worth Investors: UHNW) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ลงทุนในหลักทรัพย์ อนุพันธ์ และเงินฝาก รวมกันไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท (หรือไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท กรณีบุคคลธรรมดา) และมีความรู้หรือประสบการณ์ เช่น ได้รับ CFA เป็นต้น

(2) กองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (PF for non-retail) ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการลงทุนใน DA ให้แก่ผู้ลงทุน II และ UHNW

กองทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย หมายถึง

(1) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail-MF)

(2) กองทุนรวมสำหรับ Accredited Investors (AI fund) ซึ่งเป็นกองทุนที่เสนอขายผู้ลงทุน II และผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth Investors: HNW) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ลงทุนในหลักทรัพย์ อนุพันธ์ และเงินฝาก รวมกันไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท (หรือไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท กรณีบุคคลธรรมดา) และมีความรู้หรือประสบการณ์ เช่น ได้รับ CFA เป็นต้น

(3) กองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (PF for retail) ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการลงทุนใน DA ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป เช่น ผู้ลงทุน HNW และผู้ลงทุนทั่วไป (retail investor) เป็นต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...