โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BAY มองเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.80-33.50 บ. จับตารายงานประชุมเฟด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. เวลา 07.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ระบุว่า ธนาคารฯมีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (6–10 ก.ค. 2569) คาดว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.12-33.43 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่

ขณะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด พร้อมกับมีการปรับลดตัวเลขย้อนหลังสำหรับเดือนก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ แต่ยังไม่สามารถสะท้อนภาพรวมที่ชัดเจนของตลาดแรงงานและแนวโน้มเงินเฟ้อได้ โดยประธานเฟดเน้นย้ำว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน ตลาดเฝ้าระวังความเสี่ยงของการแทรกแซงตลาดจากทางการญี่ปุ่นเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน หลังมีรายงานว่าญี่ปุ่นอาจลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับการแทรกแซง ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการสกัดแรงเก็งกำไรค่าเงินเยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 26,095 ล้านบาท และ 11,850 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะติดตามข้อมูลภาคบริการของสหรัฐฯและรายงานการประชุมเฟด ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่ว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในต้นไตรมาส 4 ซึ่งเรามองว่ายังสะท้อนการคาดการณ์ที่เข้มงวดเกินไป โดยตัวเลขการจ้างงานล่าสุดอาจทำให้ผู้ร่วมตลาดกลับมาประเมินแนวโน้มนโยบายของเฟดอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นหากตลาดแรงงานมีแนวโน้มชะลอลงต่อไป

นอกจากราคาพลังงานที่อ่อนตัว ปัจจัยอื่นๆ เช่น การคลี่คลายผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าและการชะลอลงของค่าเช่าที่อยู่อาศัย น่าจะช่วยลดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งหมดนี้อาจจะเปิดทางให้เฟดสามารถคงดอกเบี้ยไว้ในปีนี้ และจำกัดขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ได้บ้าง

สำหรับปัจจัยในประเทศ ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพฤษภาคม และช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์และ 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเศรษฐกิจทรงตัว ภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นในเดือนพฤษภาคมจากนักท่องเที่ยวระยะไกล รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกและการผลิตชะลอลง ด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเล็กน้อย โดยทางการยังติดตามความเสี่ยงจากค่าครองชีพ ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าสหรัฐฯ มาตรการภาครัฐ และผลกระทบจากเอลนีโญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...