โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครเข้าร่วม Board of Peace นัดแรก ทรัมป์ระดม 1.7 แสนล้านบาทพลิกโฉมกาซา

Amarin TV

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทรัมป์ต้อนรับพันธมิตรเอเชีย-อาหรับ ประชุม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนัดแรกของ "Board of Peace" (BoP) หรือคณะกรรมการแห่งสันติภาพ ในวันนี้ (18 ก.พ. 2569) ณ สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ (USIP) ซึ่งเพิ่งถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "Donald J. Trump United States Institute of Peace" ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีวาระสำคัญคือ การประกาศกลยุทธ์และเงินทุนมหาศาลเพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซาที่พังทลายจากสงคราม

ทรัมป์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการแบบไม่มีกำหนดวาระ ได้โพสต์ผ่าน Truth Social ยกย่องว่า Board of Peace จะกลายเป็น "องค์กรระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์" โดยหัวใจหลักของการประชุมวันนี้คือ การประกาศระดมทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7-1.8 แสนล้านบาท) จากประเทศสมาชิก เพื่อใช้ในโครงการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในกาซา

นอกจากเรื่องเงินทุนแล้ว บอร์ดยังเตรียมลงรายละเอียดเกี่ยวกับ "กองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ" (International Stabilization Force - ISF) ซึ่งจะเป็นกองกำลังผสมทำหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยในกาซาตามแผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์ โดยมีเป้าหมายคือการปลดอาวุธกลุ่มฮามาส และจัดตั้งรัฐบาลเทคโนแครตขึ้นมาบริหารจัดการพื้นที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

หนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ "ภาพฝัน" ของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยและสมาชิกบอร์ดบริหาร ที่เคยนำเสนอแผนฟื้นฟูกาซาในสไตล์อสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ทั้งรีสอร์ตริมหาดและตึกระฟ้า ซึ่งฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนกลับประณามว่าเป็น "ลัทธิจักรวรรดินิยมในคราบนักธุรกิจ"

การประชุมนัดแรกอย่างเป็นทางการ มีประเทศสมาชิกใดบ้างเข้าร่วมสุดตัว ประเทศไหนยังไม่ตอบรับ รวมถึงกลุ่มประเทศที่หันหลังให้อย่างชัดเจน Spotlight ชวนอ่านบทความฉบับเต็มใน Comment

พันธมิตรตบเท้าเข้าร่วม VS ชาติที่หันหลัง

ทำเนียบขาวได้ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการไปยัง 50 ประเทศเพื่อให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก "Board of Peace" โดยจนถึงขณะนี้มีผู้นำกว่า 35 ประเทศที่แสดงความสนใจ และมี 26 ประเทศที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "สมาชิกผู้ก่อตั้ง" (Founding Members) อย่างเป็นทางการแล้ว ในขณะที่มีอย่างน้อย 14 ประเทศที่ได้ปฏิเสธคำเชิญในครั้งนี้

  • สหภาพยุโรป: ความแตกแยกและความกังวลต่ออำนาจสหรัฐฯ

ยุโรปกำลังตกอยู่ในสภาวะแบ่งขั้วอย่างชัดเจนต่อกรณี Board of Peace ซึ่งกฎบัตรของคณะกรรมการค่อนข้างมีขอบเขตอำนาจกว้างขวาง โดยเฉพาะข้อที่ระบุไว้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการต่อไป แม้จะพ้นวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปแล้วก็ตาม

ในการประชุมนัดแรก มีสองประเทศสมาชิก EU อย่าง ฮังการี และ บัลแกเรีย ได้ตอบรับเข้าร่วมแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บัน ของฮังการี ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของทรัมป์จะเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีประเทศในยุโรปที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพ อย่าง โคโซโว และ แอลเบเนีย ที่เข้าร่วมในฐานะสมาชิกบอร์ดเช่นกัน

ขณะที่สหภาพยุโรปส่วนใหญ่ ประกาศชัดเจนว่า ยังไม่มีความประสงค์จะเข้าร่วม เนื่องจากความกังวลในตัวกฎบัตร โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ได้ปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมประชุมในวันนี้

แน่นอนว่า ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร และสเปน ต่างพร้อมใจกันปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตาม EU ได้ส่ง ดุบราฟกา ชูอิชา กรรมาธิการด้านเมดิเตอร์เรเนียน เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ โดยระบุว่า แม้จะยังมีข้อสงสัยในกฎบัตร แต่ EU พร้อมจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ในการผลักดันแผนสันติภาพสำหรับกาซา นอกจากนี้ อิตาลี ไซปรัส กรีซ และโรมาเนีย ยืนยันส่งตัวแทนเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ โดยประธานาธิบดี นิคูเซอร์ แดน แห่งโรมาเนียจะเดินทางมาร่วมงานด้วยตนเอง

  • ตะวันออกกลาง: การทูตเชิงรุกบนความสัมพันธ์อันตึงเครียด

มหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลางหลายประเทศตบเท้าเข้าร่วมบอร์ดของทรัมป์อย่างเป็นทางการ โดยอิสราเอล ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ กิเดียน ซาร์ เข้าร่วมประชุม แม้ว่าเขาจะแสดงความไม่พอใจที่มีการรวมเจ้าหน้าที่จากตุรกีและกาตาร์เข้าไว้ในคณะกรรมการบริหารกาซาก็ตาม

พันธมิตรสายอาหรับ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โมร็อกโก และบาห์เรน เป็นกลุ่มประเทศแรก ๆ ที่ตอบรับตั้งแต่เดือนที่แล้ว ตามมาด้วย อียิปต์ และประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอย่าง ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมขบวนด้วย ทั้ง ตุรกี จอร์แดน กาตาร์ และคูเวต โดยระบุว่า มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเองของปาเลสไตน์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ทาฮานี มุสตาฟา จากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป (ECFR) วิเคราะห์ว่า นี่คือเรื่องของการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และการพยายามไม่ทำให้คนที่มีอารมณ์แปรปรวนง่ายอย่างทรัมป์ต้องขุ่นเคือง พร้อมเสริมว่าที่ผ่านมาชาติอาหรับเหล่านี้เองก็ไม่ได้มีผลงานที่ดีนักในการเป็นกระบอกเสียงให้ปาเลสไตน์

  • เอเชียและโอเชียเนีย: การขยับขยายอิทธิพลสู่ตะวันออก

สำหรับภูมิภาคเอเชียกลาง:ประธานาธิบดีจาก คาซัคสถาน และ อุซเบกิสถาน ยืนยันเข้าร่วมในฐานะสมาชิก รวมถึงผู้นำจากอาร์เมเนีย และ อาเซอร์ไบจาน ก็กำลังเดินทางมายังวอชิงตันเช่นกัน

ขยับมาที่เอเชียใต้ ปากีสถานเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่เข้าร่วม โดยนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ เดินทางมาร่วมประชุมนัดแรกด้วยตนเอง ขณะที่อินเดียระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนคำเชิญ ปัจจุบันอินเดียยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมคณะกรรมการ และไม่ได้ส่งตัวแทนสังเกตการณ์แต่อย่างใด

ภูมิภาคโอเชียเนียนั้น นิวซีแลนด์ปฏิเสธคำเชิญโดยระบุว่า ต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนออสเตรเลียแจ้งว่า กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โต เลิม จะเข้าร่วมประชุมในฐานะสมาชิกบอร์ด ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในทีมประเทศที่ “กำลังพิจารณา”

แต่สำหรับอินโดนีเซียแล้ว การเดินทางมาวอชิงตันครั้งนี้มีความเสี่ยงทางการเมืองในบ้านเกิดสูงมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมากที่สนับสนุนเอกราชของปาเลสไตน์อย่างเหนียวแน่น การเข้าร่วมในบอร์ดที่นำโดยทรัมป์และมีอิสราเอลเป็นสมาชิกด้วย จึงถูกจับตามองว่าจะสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาวปาเลสไตน์ได้จริง หรือเป็นเพียงการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทรัมป์เท่านั้น

ท่าทีปาเลสไตน์ต่อการประชุมนัดแรก

ในระดับการเมือง กลุ่ม ฮามาส (Hamas) ได้แสดงท่าทีที่ซับซ้อนโดยประกาศยอมรับแผนการหยุดยิงและพร้อมจะโอนอ่อนอำนาจการบริหารให้แก่ “คณะกรรมการเทคโนแครต” (NCAG) เพื่อยุติการนองเลือด แต่กลับมีจุดยืนแข็งกร้าวในเรื่องการปลดอาวุธ โดยมองว่า ข้อกำหนดที่ให้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารทั้งหมดภายใต้การกำกับของกองกำลัง ISF คือความพยายามบังคับให้ปาเลสไตน์ "ยอมจำนน" มากกว่าการสร้างสันติภาพที่เท่าเทียม

ทางด้านอำนาจปกครองปาเลสไตน์ (Palestinian Authority - PA) ในเวสต์แบงก์ กลับรู้สึกถูกลดบทบาทอย่างรุนแรง เนื่องจากบอร์ดของทรัมป์เลือกที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่นำโดย ดร. อาลี ชาธ (Ali Sha’ath) ขึ้นมาบริหารกาซาโดยตรง แทนที่จะดึง PA เข้าไปมีส่วนร่วมแต่แรก ทำให้เกิดความกังวลว่านี่คือนโยบาย “แบ่งแยกเพื่อปกครอง” ที่จะยิ่งทำให้ความฝันในการรวมชาติและจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต้องห่างไกลออกไป

สำหรับประชาชนในฉนวนกาซา เสียงสะท้อนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและสับสน หลายคนมองว่า แผนการสร้างรีสอร์ตหรูและตึกระฟ้าของคุชเนอร์นั้น "แปลกแยก" จากความเป็นจริงที่พวกเขากำลังเผชิญ ซึ่งยังคงขาดแคลนทั้งอาหาร ยา และที่ซุกหัวนอน โดยชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ระบุว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการเร่งด่วนที่สุดไม่ใช่โครงการลงทุนระดับพันล้าน แต่คือความปลอดภัยจากการถูกโจมตีและสิทธิในการครอบครองที่ดินที่เป็นของบรรพบุรุษอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...