โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พลังศรัทธา 1 ล้าน! แห่ช่วย ‘น้องบูม’สู้ชีวิตอยู่ลำพัง ปิดยอดในคืนเดียว-เจ้าตัวลั่นขอตั้งใจเรียน

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มกราคม 2569 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
น้ำใจคนไทยหลั่งไหล! ยอดบริจาคช่วย

วันที่ 20 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี โดยมีการประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนชายรายหนึ่ง หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปและมีผู้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก โดยมีรองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูแนะแนว นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี น.ส.สุนทรีย์ อึ้งเกลี้ยง นักสังคมสงเคราะห์ อบจ.นนทบุรี และนายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ภายหลังการเผยแพร่เรื่องราวเพียงข้ามคืน มีเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามากว่า 1 ล้านบาท จนต้องประกาศปิดรับบริจาค โดยใช้เวลาประชุมร่วมกันกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงแนวทางการดูแลช่วยเหลือในระยะยาว

น้องบูม เปิดเผยว่า ตนเริ่มใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเริ่มทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยทำงานควบคู่กับการเรียนทุกวันหลังเลิกเรียน ผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ได้โดดเด่น แต่มีความตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่

น้องบูมกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกกังวลว่าตนสมควรได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ เนื่องจากยังมีอีกหลายคนที่ลำบากมากกว่า เมื่อทราบยอดเงินบริจาคก็รู้สึกตกใจอย่างมาก หลังจากนี้ตั้งใจจะปรับการใช้ชีวิตใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นหลัก พร้อมขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเป็นกระบอกเสียง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือครั้งนี้ ตนอาจต้องเผชิญความลำบากมากกว่านี้

ด้าน นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ เมศ เจ้าชายน้อย กล่าวว่า ได้รับการประสานจากผู้อำนวยการศูนย์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี และได้ลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เห็นว่าน้องเป็นเด็กขยัน อดทน มีความพยายามในการดำรงชีวิต แต่ยังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานหลายอย่าง ภายในห้องพักมีเพียงที่นอนและอุปกรณ์ทำอาหารเล็กน้อย เนื่องจากต้องนำรายได้ไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละเดือน

ภายหลังโพสต์เรื่องราวลงในเฟซบุ๊ก มีประชาชนติดต่อสอบถามและร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือโดยตรงเข้าบัญชีของน้อง ยอดรวมปัจจุบันประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ทุกฝ่ายคาดไม่ถึง ตัวน้องเองรู้สึกเกรงใจและเป็นห่วงผู้อื่นที่ลำบากกว่า แต่ก็ซาบซึ้งใจต่อความเมตตาของสังคม พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือ

ขณะที่ นางวาริน วีระสุนทร กล่าวว่า หลังรับทราบเรื่อง ได้ลงพื้นที่ดูแลทั้งด้านการศึกษา ความเป็นอยู่ และความปลอดภัย พร้อมนำข้าวสาร อาหารแห้ง และอุปกรณ์เครื่องครัวเบื้องต้นมาช่วยเหลือ โดยรูปแบบการใช้ชีวิตของน้องยังคงเป็นไปตามปกติ คือช่วงเช้าเข้าเรียน และช่วงเย็นทำงานพาร์ทไทม์

นางวาริน ระบุว่า น้องมีความฝันอยากเป็นทหาร จึงได้ประสานงานเพื่อวางแผนสนับสนุนด้านการเงินในอนาคต เนื่องจากยอดเงินบริจาคมีจำนวนมาก จึงได้ประชุมทีมสหวิชาชีพ ทั้งโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสม และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยจะมีการฝากเงินในลักษณะสลักหลัง น้องจะไม่สามารถเบิกเงินก้อนใหญ่ได้จนกว่าจะอายุครบ 19 ปี หรือเมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ส่วนเงินจำนวนหนึ่งจะกันไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันจนกว่าจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งนี้ เพื่อให้น้องสามารถใช้ชีวิตและศึกษาต่อได้อย่างมั่นคง และลดความกังวลจากยอดเงินบริจาคจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...