โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สงครามการค้าโลก" ยกที่ 2 เมื่อภาษีทรัมป์ยังไม่ตัดจบ เตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหม่

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สงครามการค้าโลก” ยกที่ 2 เมื่อภาษีทรัมป์ยังไม่ตัดจบ เตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหม่

ล้มกระดานภาษีทรัมป์ จุดเปลี่ยนนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการใช้อำนาจภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ปี 1977 หรือ IEEPA เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าในวงกว้างต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยศาลระบุว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจโดยกำเนิดของประธานาธิบดีในยามสันติภาพ หรือช่วงเวลาปกติ

ศาลชี้ว่าการตีความ IEEPA ของฝ่ายบริหารเป็นการขยายอำนาจประธานาธิบดีเกินขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติไว้ และตลอดกว่า 50 ปีของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้เพื่อจัดเก็บภาษีศุลกากรในลักษณะครอบจักรวาลมาก่อน การตัดสินดังกล่าวทำให้มาตรการภาษีฐาน 10% ที่ทรัมป์เคยประกาศใช้กับคู่ค้าทั่วโลกภายใต้เหตุผลด้านความมั่นคงและดุลการค้า ต้องถูกยกเลิกไปโดยทันที

คำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่เหมือนฟ้าผ่าไปยังทรัมป์ และทรัมป์ก็ออกมาตอบโต้ทันทีเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศคำพิพากษา ทรัมป์ออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจต่อศาล โดยระบุว่าคำตัดสินดังกล่าว “ไร้สาระ” และยืนยันว่าจะเดินหน้ามาตรการภาษีต่อไป เขาประกาศใช้ “ภาษีทั่วโลก” Global Tariff ที่อัตรา 10% อีกครั้ง และต่อมาได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอีกถึงระดับ 15 % โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้า ปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีสามารถขึ้นภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส การดำเนินการดังกล่าวทำให้เกมภาษีของสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุด แม้ศาลจะจำกัดการใช้อำนาจผ่าน IEEPA แล้วก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...