โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

27 กุมภาพันธ์ ครบรอบ 30 ปี จักรวาลโปเกมอน ต้นกำเนิดวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์อันยิ่งใหญ่จากชายผู้รักในการสะสมแมลง

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ในค.ศ. 1996 ซาโตชิ ทาจิริ (Satoshi Tajiri) และลูกทีม Game Freak ได้ใช้เวลานานถึง 6 ปีในการพัฒนาวิดีโอเกมสำหรับ Nintendo ที่สะท้อนถึงวัยเด็กที่เขาชอบสะสมแมลงที่ชานเมืองในบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น วิดีโอเกมนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่จนต่อยอดเป็นวิดีโออีกหลายภาค กลายเป็นการ์ดสะสมมูลค่าสูง รวมถึงมีหนังสือการ์ตูน และอนิเมะ มากมายนับไม่ถ้วน โดยวิดีโอเกมนี้มีชื่อว่า Pokémon Red และ Pokémon Green นั่นเอง

เดิมทีแล้ว Game Freak ไม่ใช่บริษัทพัฒนาเกม แต่ทำนิตยสารเกี่ยวกับวิดีโอเกมเท่านั้น และเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ที่ไม่ได้มีทุนมหาศาลอะไรจนกระทั่ง ทาจิริ กับ เคน ซึงิโมริ (Ken Sugimori) คู่หูร่วมบริษัท เริ่มโปรเจกต์พัฒนาเกมที่มีชื่อว่า Capsule Monsters โดยช่วงนั้นกำลังเป็นช่วงขาลงของเกมบอย (เกมบอยเปิดตัวเมื่อปี 1989 แต่กว่าโปรเจกต์จะสำเร็จก็กินเวลาร่วมหลายปี) ทาจิริประสบปัญหามากมายเพราะภาพที่เขาคิดไว้สวนทางกับความสามารถในการเขียนโค้ดที่ค่อนข้างซับซ้อน ด้วยระยะเวลาพัฒนาที่กินเวลามากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตเขาถึงขั้นวิกฤต ทาจิริไม่มีเงินถึงขั้นย้ายไปอยู่กับครอบครัว และนำไปสู่การลาออกของพนักงานห้าคนระหว่างช่วงพัฒนาเกม

ในวันที่ทาจิริวางแผนนำเสนอโปรเจกต์ Capsule Monsters ให้กับ Nintendo ทางฝ่ายผู้บริหารดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่ทาจิริกำลังทำอยู่ แต่ด้วยจังหวะนั้นเองที่เขาได้รู้จักกับ ชิเงรุ มิยาโมโตะ (Shigeru Miyamoto) ผู้สร้างจักรวาล Zelda และ Mario ซึ่งเขาเห็นศักยภาพของโปรเจกต์ที่ภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นชื่อ Pokémon นี้ และแนะให้ทาจิริแบ่งเกมออกเป็นสองส่วนนั่นก็คือ Red กับ Green เพื่อให้ผู้เล่นแลกกันเล่นเพื่อสะสมโปเกมอนใน Pokédex ให้ครบ

Pokémon Red และ Green วางขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ บนคอนโซลเกมบอย หลายคนอาจคิดว่ายอดขายต้องพุ่งกระฉูดทันที แต่ไม่เลย เนื่องจากคนญี่ปุ่นเริ่มไม่สนใจเกมบอยกันแล้ว เพราะมีคอนโซลอื่นๆ ที่มาแรงกว่าเช่น PlayStation และ Nintendo 64 แต่จุดที่พลิกผันคือ มิว (Mew) ตัวโปเกมอนลับที่สร้างกระแสกันในหมู่เด็กๆ และเกมเมอร์คนอื่นๆ

มิว เกิดจากการเล่นขำๆ ของมิยาโมโตะ หลังจากรู้ว่ามีพื้นที่เหลือในการเติมข้อมูลในเกมประมาณ 300 ไบต์ เขาจึงสร้างตัวละคร มิว เขาไปเพื่อเป็นโปเกมอนตัวที่ 151 โดยไม่บอกทีมผู้บริหารอะไรใดๆ ให้กลายเป็นอีสเตอร์เอ็ก หลังจากที่วางขายแล้ว ด้วยเกมตัวแรกที่ค่อนข้างมีบัคมากพอควร ทำให้ผู้เล่นเจอ เจ้าเหมียวสีชมพูโดยบังเอิญ ทันใดนั้นเองก็เกิดกระแสปากต่อปาก เด็กในโรงเรียนเริ่มอวดกันว่าเขาเจอ ‘ตัวซีเคร็ต’ ในเกม ทำให้คนเริ่มแห่กันเล่นมากขึ้น รวมถึงการแบ่งเกมเป็นสองส่วนทำให้เกิด challenge กันขึ้นมา

การตลาดได้บูมขึ้นไปอีกหลังจากที่เกมวางขายในสหรัฐอเมริกาสองปีให้หลังในชื่อ Red และ Blue ดูเหมือนว่าเนื้อหาของเกมจะถูกใจชาวอเมริกันจน Nintendo ต้องรีบปั๊มทำมาร์เก็ตติ้งให้กับเกมอย่างหนักหน่วงโดยทันที ท้ายที่สุด Pokémon Red, Green, และ Blue มียอดขายกว่า 30 - 40 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก กลายเป็นวิดีโอเกมที่พูดถึงมากที่สุดเกมหนึ่ง และอยู่ในระดับเดียวกับเกมรุ่นพี่อย่าง Zelda และ Mario เลยทีเดียว

เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีเกมในตำนานขวัญใจนักสะสม ทั่วโลก Nintendo จึงฉลองจุดกำเนิดและความสำเร็จนี้ด้วยการนำ Pokémon Red และ Green มาพอร์ตลงเครื่อง Nintendo Switch กันอีกครั้งในชื่อใหม่คือ FireRed และ LeafGreen ในราคาเกมละ 29.99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 930 บาท)

นอกจากนี้มีการจัดแคมเปญเพื่อฉลองวันครบรอบวางขายหรือวันโปเกมอนนี้กันอย่างล้นหลาม เช่น Pokémon x McDonald’s มีการออกแบบกล่องชุดแม็คด้วยปิกาจู มีการคอลแลปกันกับ Uniqlo และ Adidas รวมถึงสถานที่สำคัญของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน (London Natural History Museum) มีการตั้งร้านป๊อปอัปขายเมอแชนไดส์ลิมิเต็ดอิดิชันจนถึงวันที่ 19 เมษายน และที่น่าตื่นเต้นคือสวนสนุกโปเกมอนแบบถาวร หรือ PokéPark Kanto ที่โตเกียว ได้ทำการเปิดเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยเป็นการเปิดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี โดยเฉพาะ

ปัจจุบัน Pokémon เป็นยิ่งกว่าวิดีโอเกม จากเกมบอยเล็กๆ ที่คนเกือบไม่สนใจตอนนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์ไปทั่วโลก มีตัวโปเกมอนน่ารักๆ ที่กลายเป็นไอคอนิกประจำเกมที่ถูกนำไปสร้างสรรค์ต่อนับไม่ถ้วน มีการสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมะพร้อมกับเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม ในช่วงขาขึ้นของเกมมือถือมีการทำ Pokémon GO ให้ทุกคน (รวมถึงคนรุ่นใหม่) ที่เป็นปรากฎการณ์ไปทั้งโลก มีการภาพยนตร์ Live Action มีสวนสนุก มีการ์ดเกมที่มีการสะสมอย่างจริงจัง โดยการ์ดที่มีมูลค่าที่สุดคือ Pikachu Ilustrator ที่มีราคาอยู่ที่ 16.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 500 ล้านบาท) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย ใครจะนึกว่าจากชายผู้รักในการสะสมแมลงในตอนนั้น จะกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้

อ้างอิง:

Time. The Ultimate Game Freak. https://time.com/archive/6951818/the-ultimate-game-freak/

Nintendo. Just Making The Last Train. https://iwataasks.nintendo.com/interviews/ds/pokemon/0/0/

บทความต้นฉบับได้ที่ : 27 กุมภาพันธ์ ครบรอบ 30 ปี จักรวาลโปเกมอน ต้นกำเนิดวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์อันยิ่งใหญ่จากชายผู้รักในการสะสมแมลง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...