โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MK เคาะจ่ายปันผล 1 บาท หลังรายได้ปี 68 แตะ 1.5 หมื่นล้าน รับอานิสงส์โมเดลบุฟเฟต์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

MK ปิดรายได้รวมปี 68 ปิดที่ 15,421 ล้านบาท ชูความสำเร็จกลยุทธ์ "MK 299" ดันยอดขายสาขาเดิมช่วงพีคโต 3.4% กางแผนปี 69 ทุ่มงบขยาย "โบนัส สุกี้" ปูพรม 50 สาขาทั่วประเทศ เจาะตลาด Budget Buffet รับพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า บอร์ดอนุมัติปันผลครึ่งปีหลัง 0.5 บาทต่อหุ้น สะท้อนสถานะกระแสเงินสดแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง

27 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำปี 2568 โดยระบุว่าบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 15,421 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 บริษัทสามารถทำรายได้จากการขายได้ถึง 3,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% โดยมียอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) เติบโตขึ้น 1.3% ซึ่งเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่ตลาดการแข่งขันด้านราคาและความคุ้มค่า

ทิศทางของผลกำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 838 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Service Industry) ประกอบกับโครงสร้างต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ (Cost of Goods Sold) ที่ขยับตัวตามสัดส่วนการขายในรูปแบบบุฟเฟต์ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและการลงทุนในแบรนด์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังที่ 0.5 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับงวดครึ่งปีแรก ทำให้ทั้งปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น

ยุทธศาสตร์บุฟเฟต์: จุดเปลี่ยนโครงสร้างรายได้

หัวใจสำคัญที่ทำให้รายได้ในไตรมาสสุดท้ายฟื้นตัว คือการขยับตัวเข้าสู่เซกเมนต์บุฟเฟต์อย่างเต็มตัว ผ่านแคมเปญ "MK คุ้มเกินคุ้ม 299" ซึ่งสามารถดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มกว้างและเพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการ (Customer Frequency) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ "โบนัส สุกี้" (Bonus Suki) ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อรุกตลาด Budget Buffet ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับระดับราคาที่เข้าถึงง่าย (Price Sensitivity) โดยภายในปีเดียวสามารถขยายสาขาไปได้ถึง 15 แห่ง

"โมเดลธุรกิจบุฟเฟต์ของกลุ่มบริษัทฯ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มความคุ้มค่าที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ ซึ่งเห็นผลชัดเจนจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง"

แผนการลงทุนปี 2569: เร่งสปีด "โบนัส สุกี้" และบริหารประสิทธิภาพต้นทุน

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 กลุ่ม MK GROUP วางแผนเชิงรุกด้วยการเตรียมขยายสาขา "โบนัส สุกี้" เพิ่มเติมอีกกว่า 40-50 สาขาทั่วประเทศ โดยวางงบลงทุนก้อนใหญ่ต่อเนื่องจากงบก้อนแรก 500 ล้านบาทที่ใช้ไปในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ในกลุ่มร้านอาหารราคาประหยัดที่มีการเติบโตสูง

นอกจากแผนการขยายสาขา บริษัทยังมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Excellence) เพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบหลังบ้านและการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อลดการสูญเสียและรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารในระยะยาว

ต้นทุนและสมรภูมิการแข่งขันแรงกดดันที่ต้องเจอ

แม้รายได้จะมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่บริษัทต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่และการจ้างงานพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดรับกับปริมาณลูกค้าในโมเดลบุฟเฟต์ที่มีจำนวนมากกว่าร้านอาหารรูปแบบเดิม ซึ่งความท้าทายหลักในปี 2569 คือการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของยอดขายและการรักษาบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) ของกำไรสุทธิ ให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

"กลยุทธ์ในปี 2569 จะมุ่งเน้นการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน"

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...