MK เคาะจ่ายปันผล 1 บาท หลังรายได้ปี 68 แตะ 1.5 หมื่นล้าน รับอานิสงส์โมเดลบุฟเฟต์
MK ปิดรายได้รวมปี 68 ปิดที่ 15,421 ล้านบาท ชูความสำเร็จกลยุทธ์ "MK 299" ดันยอดขายสาขาเดิมช่วงพีคโต 3.4% กางแผนปี 69 ทุ่มงบขยาย "โบนัส สุกี้" ปูพรม 50 สาขาทั่วประเทศ เจาะตลาด Budget Buffet รับพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า บอร์ดอนุมัติปันผลครึ่งปีหลัง 0.5 บาทต่อหุ้น สะท้อนสถานะกระแสเงินสดแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง
27 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำปี 2568 โดยระบุว่าบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 15,421 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 บริษัทสามารถทำรายได้จากการขายได้ถึง 3,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% โดยมียอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) เติบโตขึ้น 1.3% ซึ่งเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่ตลาดการแข่งขันด้านราคาและความคุ้มค่า
ทิศทางของผลกำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 838 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Service Industry) ประกอบกับโครงสร้างต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ (Cost of Goods Sold) ที่ขยับตัวตามสัดส่วนการขายในรูปแบบบุฟเฟต์ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและการลงทุนในแบรนด์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังที่ 0.5 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับงวดครึ่งปีแรก ทำให้ทั้งปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น
ยุทธศาสตร์บุฟเฟต์: จุดเปลี่ยนโครงสร้างรายได้
หัวใจสำคัญที่ทำให้รายได้ในไตรมาสสุดท้ายฟื้นตัว คือการขยับตัวเข้าสู่เซกเมนต์บุฟเฟต์อย่างเต็มตัว ผ่านแคมเปญ "MK คุ้มเกินคุ้ม 299" ซึ่งสามารถดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มกว้างและเพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการ (Customer Frequency) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ "โบนัส สุกี้" (Bonus Suki) ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อรุกตลาด Budget Buffet ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับระดับราคาที่เข้าถึงง่าย (Price Sensitivity) โดยภายในปีเดียวสามารถขยายสาขาไปได้ถึง 15 แห่ง
"โมเดลธุรกิจบุฟเฟต์ของกลุ่มบริษัทฯ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มความคุ้มค่าที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ ซึ่งเห็นผลชัดเจนจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง"
แผนการลงทุนปี 2569: เร่งสปีด "โบนัส สุกี้" และบริหารประสิทธิภาพต้นทุน
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 กลุ่ม MK GROUP วางแผนเชิงรุกด้วยการเตรียมขยายสาขา "โบนัส สุกี้" เพิ่มเติมอีกกว่า 40-50 สาขาทั่วประเทศ โดยวางงบลงทุนก้อนใหญ่ต่อเนื่องจากงบก้อนแรก 500 ล้านบาทที่ใช้ไปในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ในกลุ่มร้านอาหารราคาประหยัดที่มีการเติบโตสูง
นอกจากแผนการขยายสาขา บริษัทยังมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Excellence) เพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบหลังบ้านและการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อลดการสูญเสียและรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารในระยะยาว
ต้นทุนและสมรภูมิการแข่งขันแรงกดดันที่ต้องเจอ
แม้รายได้จะมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่บริษัทต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่และการจ้างงานพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดรับกับปริมาณลูกค้าในโมเดลบุฟเฟต์ที่มีจำนวนมากกว่าร้านอาหารรูปแบบเดิม ซึ่งความท้าทายหลักในปี 2569 คือการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของยอดขายและการรักษาบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) ของกำไรสุทธิ ให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
"กลยุทธ์ในปี 2569 จะมุ่งเน้นการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน"