โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รัฐบาลถกหนักเลิกสัญญา ITD เพิ่ม TOR ล้อมคอกบิ๊กโปรเจ็กต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Photo by REUTERS/Chalinee Thirasupa

รัฐบาลถกอัยการสูงสุดหาช่องเลิกสัญญา “อิตาเลียนไทย” จ่อใช้กฎหมายปกครองลงดาบ “อนุทิน” ลั่นไม่ละเว้นคนทำผิด ร.ฟ.ท.เช็กยิบหวั่นเสียค่าโง่ แช่แข็งงานก่อสร้างโครงการอื่นทั้งหมดไว้ก่อน ด้าน ITD รอดูท่าทีรัฐ จ่อขอศาลคุ้มครอง ชี้โครงการรถไฟความเร็วสูงเหลืองานก่อสร้างไม่ถึง 10% เท่านั้น แต่ยอมรับต่อไปอาจประมูลงานยากขึ้น กรมบัญชีกลางออกกฎเหล็กใหม่ ห้ามผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดกรณีเครนถล่ม 2 จุด จากทีมงานก่อสร้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการหารือเพื่อหาทางออกในการยกเลิกสัญญา โดยเฉพาะใน 2 สัญญาที่เกิดเหตุเครนถล่มระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ สัญญา 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ของโครงการรถไฟความเร็วสูงและสัญญา 7 ของมอเตอร์เวย์ M 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว บริเวณ กม. 30 ถนนพระราม 2

จ่อใช้ กม.ปกครองเลิกสัญญา

“นายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณชัดสามารถดำเนินการได้ เพราะสัญญาทั้ง 2 ฉบับ เป็นสัญญาทางปกครอง มีหลักการสำคัญคือมีอำนาจเหนือข้อกฎหมายทั่วไป เพราะเป็นเรื่องของประโยชน์สาธารณะ เน้นการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก จากเหตุผลดังกล่าวรัฐมีความพร้อมที่จะบอกเลิกสัญญาเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม และได้เตรียมรับมือผลกระทบ แม้การบอกเลิกสัญญาอาจนำไปสู่การฟ้องร้องหรือการร้องเรียนจากเอกชน ซึ่งยืนยันว่าพร้อมจะรับสภาพและรับผิดชอบ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคาดว่าจะสรุปผลวันที่ 23 มกราคมนี้” นายพิพัฒน์กล่าว

รออัยการสูงสุดหาช่องทาง

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังหารือโดยขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา และอาจให้สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องเรียกค่าเสียหาย หากผู้ที่ได้รับความเสียหายจะเข้ามาเป็นโจทย์ร่วม รัฐบาลอาจจะให้การสนับสนุน เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว เรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสัญญาทางปกครองแบบนี้ไม่เหมือนสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจะไม่อยู่เฉย

เมื่อถามว่า การบอกเลิกสัญญาจะไม่ทำให้รัฐบาลเสียค่าโง่ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดดูข้อกฎหมาย และขอย้ำว่าสัญญาทางปกครองไม่ใช่สัญญาทางแพ่ง จึงต้องดูประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย จะใช้กฎหมายแพ่ง 100% ไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักทั่วไปที่ศาลปกครองยึด ต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดหาแนวทางในการบอกเลิกสัญญาให้ได้ และฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ยุติ

“ถามว่าบริษัทเอกชนฟ้องกลับได้หรือไม่ ไม่ได้มีข้อห้าม ก็ฟ้องแย้งกลับมาได้และต้องต่อสู้กันตามหลักฐานถึงการละเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก” นายบวรศักดิ์กล่าว

อนุทินยกความปลอดภัยวาระชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงรอบด้าน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม จะไม่ละเว้นยกเว้นการกระทำผิดแก่ผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายฝ่าฝืนกฎหมายหรือประมาทเลินเล่อ รัฐบาลจะใช้วิธีการทางกฎหมายโดยเคร่งครัด

“รัฐบาลมอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคม เร่งทบทวนปรับปรุงยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง ทั้งทางกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ และบทลงโทษ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะกำหนดให้ความปลอดภัยของแรงงาน และประชาชน เป็นวาระสำคัญของประเทศ” นายอนุทินกล่าว

ร.ฟ.ท.เช็กยิบสัญญาหวั่นค่าโง่

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกลางพิจารณาเขตอันตรายในการเดินรถของ ร.ฟ.ท.กำลังพิจารณารายละเอียดสัญญาก่อสร้างของอิตาเลียนไทยฯ ว่าจะสามารถยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ คาดว่าจะมีข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้

การจะยกเลิกสัญญามีหลายองค์ประกอบทั้งเงื่อนไขสัญญา พยานหลักฐานและพยานแวดล้อมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายฉบับ รวมถึงกฎหมายปกครองด้วย แต่ต้องยึด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างเป็นหลัก และไล่ดูทีละเงื่อนไข ว่ากรณีของอิตาเลียนไทยฯเข้าเกณฑ์ข้อไหนบ้าง อย่างไรก็ดี ใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างเองก็ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน จึงต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบและต้องระมัดระวังเรื่องค่าโง่ด้วย เนื่องจากเป็นสัญญาทางการปกครอง

“ขณะนี้การรถไฟฯให้ทุกสัญญาหยุดการก่อสร้างไว้ก่อนชั่วคราว รวมถึงสัญญาของอิตาเลียนไทยฯด้วย เพื่อตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย และยังไม่มีสัญญาไหนที่ได้รับอนุญาตให้เดินหน้าก่อสร้าง” นายอนันต์กล่าว

บัญชีกลางเพิ่มกฎห้ามประมูลงาน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า การยกเลิกสัญญาเป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมทางหลวง และผู้ว่าการการรถไฟฯ ที่จะเสนอมายังกระทรวง ถ้าหากตรวจสอบทั้ง 2 สัญญาแล้วพบว่าอิตาเลียนไทยฯทำผิดเงื่อนไขตามที่ระบุในสัญญา ส่วนสัญญาอื่น ๆ คงทำอะไรได้ยาก แต่ต่อไปการประมูลงานใหม่ ๆ อิตาเลียนไทยฯคงจะเข้าร่วมประมูลได้ยากขึ้น เนื่องจากกรมบัญชีกลางกำลังยกร่างประกาศเงื่อนในการประมูลงานเข้าไปในทีโออาร์เพิ่มเติม

โดยห้ามผู้รับเหมาที่มีประวัติเกิดเหตุร้ายแรงเข้าร่วมประมูลงาน และไม่ใช่เฉพาะอิตาเลียนไทยฯ ยังรวมถึงบริษัทรับเหมารายอื่น ๆ ด้วย คาดว่ากรมบัญชีกลางจะออกประกาศมาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีที่สั่งในที่ประชุมคณะกรรมด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

จับตา ITD ไร้งานใหม่-เงินสะดุด

“ตอนนี้อิตาเลียนไทยฯเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมรวม 10 โครงการ จำนวน 14 สัญญา อยู่ระหว่างสร้าง 12 สัญญา รอเซ็น 2 สัญญา รวมมูลค่ากว่า 113,126 ล้านบาท อาทิ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ทางด่วน ปรับปรุงรันเวย์สนามบิน ท่าเรือ เป็นต้น งานที่ประมูลและเซ็นสัญญาไปแล้วคงทำอะไรยาก แต่ต่อไปหากอิตาเลียนไทยฯไม่มีงานใหม่ในมือเพิ่ม คงจะกระทบกับสภาพคล่องอย่างมาก เพราะการที่บริษัทรับงานเยอะ ๆ ช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้มีเงินสดจากค่างานงวดแรก 15% มาหมุนเวียน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตามการยกเลิกสัญญา ถ้าข้อมูลไม่แน่นพอ อาจเป็นช่องโหว่ให้บริษัทเอกชนฟ้องกลับได้ และเมื่อยกเลิกไปแล้ว การหาผู้รับเหมารายใหม่มารับงานต่อ ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนและอาจจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมด้วย

ITD รอดูรัฐ-ขอศาลคุ้มครอง

แหล่งข่าวจาก บมจ.อิตาเลียนไทยฯกล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าถึงการตรวจสอบ 2 สัญญาก่อสร้างที่เกิดเหตุการณ์เครนถล่ม ตอนนี้สิ่งที่บริษัทเร่งดำเนินการคือเคลียร์พื้นที่ และดูแลมวลชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการที่รัฐจะยกเลิกสัญญาบริษัทนั้น ขอยืนยันว่าทุกอย่างต้องปฏิบัติไปตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจ เพราะไม่ใช่เจ้ากระทรวงและหน่วยงานคู่สัญญา

“ต้องดูกันให้ละเอียดว่าเงื่อนไขในสัญญาระบุไว้อย่างไร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายข้อไหน จู่ ๆ จะยกเลิกสัญญาและขึ้นแบล็กลิสต์เลยคงไม่ได้ และงานก่อสร้างรถไฟความเร็วที่เราทำ ยังเหลืองานแค่ 5-6% การรถไฟฯต้องดูเงื่อนไขจะยกเลิกสัญญาทำได้หรือไม่ แต่ถ้าจะมีการใช้กฎหมายปกครองมาดำเนินการต่อเรื่องนี้ บริษัทจะยื่นต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวเช่นกัน” แหล่งข่าวกล่าว

โครงการอื่นไม่มีเหตุยกสัญญา

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วน 14 โครงการของบริษัทที่กระทรวงคมนาคมให้หยุดการก่อสร้างไว้นั้น ถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีอะไร คงเดินหน้าต่อ รวมถึงงานก่อสร้างโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่บริษัทประมูลได้ ยังไม่มีเหตุที่ให้ยกเลิกสัญญา และอยากให้มีการแยกแยะ อย่าเหมารวมจนบริษัทไม่สามารถรับงานใหม่ได้

“2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้บริษัทยื่นประมูลงานใหม่ ๆ ยากขึ้น แต่งานใหม่ ๆ จากตอนนี้ไปถึงกลางปีนี้ ยังไม่มีเปิดประมูล ต้องรอรัฐบาลใหม่ ขณะเดียวกันลุ้นผู้ถือหุ้นกู้พิจารณาอนุมัติการยืดเวลาจ่ายหนี้หุ้นกู้ของปี 2569 วงเงิน 14,455 ล้านบาท ออกไปอีก 3 ปี จะประชุมวันที่ 27 มกราคมนี้ด้วย”

นายกก่อสร้างสะท้อนปมอีกมุม

น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ต้องไปย้อนดูต้นตอของปัญหาในภาพรวม แต่มีเสียงสะท้อนว่าราคากลางงานภาครัฐต่ำเกินไป ทำให้ผู้รับเหมาประมูลงานได้รักษาคุณภาพได้ยาก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐถึงเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายครั้ง โดยพบว่าเกิดจากฐานราคากลางของรัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลงมา 20 ปีแล้ว ขณะที่งานก่อสร้างยากขึ้นและรัฐได้ออกกฎระเบียบมากมายให้ผู้รับเหมาทำ

“เวลามีข้อกำหนดมากมาย แต่ราคาไม่เพิ่ม เป็นการยากที่ผู้รับเหมาจะทำได้ตามมาตรฐาน ตามหลักวิศวกรรมที่ควรจะเป็น แต่ราคาไม่ใช่สาเหตุเดียวของปัญหา แต่รากเหง้าของปัญหามีเรื่องการบริหารสัญญา และสัญญาไม่เป็นธรรมที่ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นปัญหาสะสมมานาน” น.ส.ลิซ่ากล่าว

จี้จับตารับเหมาต่างชาติในไทย

น.ส.ลิซ่ากล่าวว่า กรณีมีการพูดถึงผู้รับเหมาต่างชาติที่เข้ามารับงานในประเทศไทย มีทั้งดีและไม่ดี ขณะที่การเข้ามาเป็นนอมินีก็เยอะ แต่ทำไมไม่มีใครไปดูหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นทุกอย่างพอเกิดเหตุการณ์ขึ้น เมื่อมีการหาสาเหตุ และเยียวยาจะจบไป แต่ตัวแกนปัญหาจริง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไข

ส่วนการรับเหมาช่วงนั้น เป็นปกติของงานรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งผู้รับเหมาหลักต้องตรวจสอบ เลือกที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ซึ่งการจ้างช่วงเป็นการจ้างงานเฉพาะด้าน เช่น งานเสาเข็มก็ต้องจ้างรับเหมาช่วงงานเสาเข็ม หากผู้รับเหมาหลักไปตอกเข็มเอง จะทำให้ไม่ปลอดภัยได้ ปัญหาการจ้างช่วงจึงไม่ใช่ปัญหา นอกจากนี้ปัญหาที่เกิดก็ขึ้นอยู่กับผู้มีหน้าที่คุมงานก่อสร้างด้วย ทางจากเอกชนและภาครัฐ

ฝากรัฐบาลใหม่ดูแลก่อสร้าง

น.ส.ลิซ่ากล่าวว่า ภาพรวมตลาดก่อสร้างไทยในปี 2569 ยังไม่ดี ตามสภาพเศรษฐกิจที่ไม่โต จากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง ธนาคารเข้มงวดการปล่อยกู้ ยิ่งเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ กับผู้รับเหมาแบบนี้ ยิ่งทำให้แบงก์ปล่อยกู้ยากขึ้น การประกันการทำงานก็สูงขึ้น เบี้ยก็สูงขึ้น มีผลกระทบกันถ้วนหน้า อยากเสนอให้พรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งหรือเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ ต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างจริงจัง และพัฒนาผู้รับเหมาเป็นมืออาชีพให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศและประชาชน

สมาคมมี 6 ข้อเสนอเร่งด่วน 1.จัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยค่า K ยังสะสมอยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท 2.แก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน 3.ขอซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีเงินทุนในการทำงาน ไม่หยุดชะงัก ลดปัญหาทิ้งงาน 4.ออกระเบียบกำหนดระยะเวลาการบริหารสัญญาที่ชัดเจน

5.บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ใช้นอมินีและไม่ได้มีตัวตนจริงในประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานงานและความปลอดภัย 6.สร้างกลไกให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้างจริง ได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็น เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวดเร็วและใช้ได้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐบาลถกหนักเลิกสัญญา ITD เพิ่ม TOR ล้อมคอกบิ๊กโปรเจ็กต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...