โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจาะแก๊ง‘สติกเกอร์’ค้ายาไฮเทค พรางตา-ใต้ดิน เสิร์ฟนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เดลินิวส์

อัพเดต 31 มกราคม 2569 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
น่าจะพบเห็นผ่านตา แต่อาจไม่รู้ว่าเป็น“สติกเกอร์”ผิดกฎหมาย สแกนซื้อ-ขายยาเสพติด การหยิบเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย“อำพราง”สายตา สะท้อนความพยายามปรับเกมการค้าในยุคปัจจุบัน

“ทีมข่าวอาชญากรรม”ผ่ารูปแบบองค์กรอาชญากรรมนี้ กับ น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ยอมรับการขายและการเข้าหากลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ใช้สติกเกอร์ QR Code ไปแปะตามเสาไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวและกทม.ตอนใน จากปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม ป.ป.ส.วิเคราะห์องค์กรอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวว่า เป็นการหยิบยกเทคโนโลยีมาใช้อำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

แม้ที่ผ่านมาจะมีการทำงานร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและศึกษาวิธีการของขบวนการค้ายาเสพติดในโลกออนไลน์ ซึ่งมักเป็นการใช้สัญลักษณ์“อักขระ”พิเศษ หรือใช้อิโมจิ ไม่มีการโพสต์ข้อความสื่อโดยตรงว่าขายยาเสพติด แต่เมื่อพบวิธีการเช่นนี้ก็ประสานเเพลตฟอร์มช่วยคัดกรอง และสามารถขยายผลจับกุมได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็ต้องพัฒนาการหลบเลี่ยงจากเจ้าหน้าที่ จึงหลีกไปใช้ QR Code แปะตามเสาไฟฟ้าแทน ซึ่งประเภทของ QR Code มี 2 แบบ ได้แก่

1.กลุ่มปิด เพื่อทำปาร์ตี้ เมื่อสแกนเข้าไป ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมปาร์ตี้ยาเสพติด หรือปาร์ตี้แอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่พบเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างเคสหลังๆที่พบก็มีทั้งชาวรัสเซียและจีน ลักษณะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อพำนักตั้งรกรากถิ่นฐาน ประกอบกิจการในไทย มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยว และบางส่วนก็เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย

2.กลุ่มปิด เพื่อจำหน่ายยาเสพติดโดยเฉพาะ เมื่อสแกน QR Code เข้าไปจะเชื่อมถึงแอปพลิเคชั่น Telegram ซึ่งเป็นแอปฯค่อนข้างปกปิดความเป็นส่วนตัวสูง จากนั้นจะมีการพูดคุยและโอนจ่ายด้วยเหรียญดิจิทัล หรือบิตคอยน์ กลุ่มนี้จะทำงานแบบแบ่งหน้าที่กัน และ“คัตเอาท์”เป็นทอด ไม่ให้ขยายผลเจอ“ตัวการ”สำคัญ และแต่ละคนจะไม่มีโอกาสได้เจอกัน

ดังนั้น ถือเป็นความท้าทายที่ต้องเจาะขบวนการนี้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการสืบสวนผ่านเส้นทางการเงิน ต้องติดตามผ่านเหรียญดิจิทัลว่ากระจายไปยังบุคคลใดบ้าง การจับกุมเบื้องต้นก็เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงไปก่อน นั่นคือจับมือรับจ้างแปะ QR Code ตามเสาไฟฟ้า

“การสอบปากคำพบว่าถูกหลอกมาให้แปะ QR Code ด้วยค่าจ้างแผ่นละ 1 ดอลล่าร์ เพราะถูกอ้างว่า QR Code ดังกล่าวมีไว้ให้ชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวได้สแกน เพื่อเข้าร่วมปาร์ตี้ ดื่มสังสรรค์ทั่วไป และมีคนไทยรับหน้าที่ช่วยหาสถานที่ เราจึงต้องใช้การให้ปากคำต่าง ๆ เหล่านี้ไปขยายผลหาตัวการต่อไป”

สำหรับป.ป.ส.เริ่มสืบสวนสอบสวนเชิงลึกและพบเครือข่ายดังกล่าว มีความเคลื่อนไหวห้วงเดือนส.ค.68 ในพื้นที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มที่จัดทำสติกเกอร์ คือ เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวรัสเซียที่มีลักษณะกระทำความผิดโดยการติดสติกเกอร์สแกนสั่งซื้อผ่าน Telegram ที่มีรูปแบบกระทำความผิดเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด

กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขั้นตอนสั่งซื้อเริ่มจากการให้ผู้สั่งสแกนQR Code ที่นำไปติดไว้ตามจุดต่าง ๆ จากนั้นระบบจะนำเข้าสู่เว็บไซต์ หรือห้องแชตของ Telegram โดยตรง ซึ่งจะมี AI BOT ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการซื้อขายตลอด 24 ชม.

ผู้ซื้อสามารถระบุตำแหน่งที่ตั้ง ที่ต้องการให้จัดส่งยาเสพติดได้ เช่น จังหวัดและเขตพื้นที่ หรือเลือกประเภทและปริมาณ และเลือกสกุลเงินดิจิทัลที่จะจ่ายเป็นค่ายาเสพติด ระบบจะคำนวณราคาตามปริมาณที่สั่งซื้อให้โดยอัตโนมัติ เช่น

ไอซ์ 1 กรัม ราคา 55 USD หรือประมาณ 1,700 บาทไทย , เมฟิโดรน 1 กรัม ราคา 38-43 USD หรือประมาณ 1,200 บาทไทย , MDMA 1 กรัม ราคา 40 USD หรือประมาณ 1,300 บาทไทย , โคเคน 1 กรัม ราคา 70-80 USD หรือประมาณ 2,200-2,500 บาทไทย

ยาเสพติดดังกล่าวสามารถจ่ายได้ผ่านสกุลเงินดิจิทัล ทั้งบิตคอยน์ USTD หรือ ETH เป็นต้น โดยเมื่อเลือกสกุลเงินแล้ว AI BOT จะส่งที่อยู่กระเป๋าดิจิทัล(Wallet Address) ซึ่งระบบสามารถตรวจสอบยอดเงินเข้าแบบเรียลไทม์ และอนุมัติการทำธุรกรรมทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สลิปโอน และการส่งยาเสพติด ในส่วนผู้ทำหน้าที่ส่งจะนำไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ

จากนั้นส่งพิกัดและรูปถ่ายไปยังผู้ดูแลระบบ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบส่งข้อมูลให้แก่ผู้ซื้อไปรับตามสถานที่แจ้ง โดยห้วงปี 68 พบเครือข่ายดังกล่าวถูกจับกุม 5 ราย เป็นชาวรัสเซีย 4 ราย ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์ ส่วนชาวจีนอีกราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อไปให้นักท่องเที่ยวรายย่อยอีกทอด

“ขอให้ระวังรูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเรื่องยาเสพติด เช่น หากมีบุคคลไม่ว่าแปลกหน้า หรือรู้จักอยู่แล้ว มาขอฝากส่งของ หรือฝากถือของไปให้บุคคลที่สาม เพราะเห็นว่ากำลังเดินทาง ขอให้ตระหนักว่า“เราต้องรู้”ว่าสิ่งของข้างในคืออะไร อย่ารับฝากของ ถือของให้ใคร เพื่อระวังตัวเองว่าไม่ได้สนับสนุนหรือสมคบในการกระทำนั้น ๆ”

ทั้งนี้ หากมีใครมาจ้างนำ QR Code ไปแปะตามสถานที่สาธารณะก็ขอให้สอบถามให้ชัดเจนว่า QR CODE จะเชื่อมโยงไปยังลิงก์หรือเว็บไซต์เเพลตฟอร์มประเภทใด หรืออาจลองสแกนดูเบื้องต้น หากพบความผิดปกติ ให้ปฏิเสธทันที และแจ้งเบาะแส.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...