โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ชวนชม ‘สร้อยสยาม’ ไม้เถาหนึ่งเดียวในโลก บานสะพรั่งรับวาเลนไทน์-ตรุษจีน ชูไฮไลต์ซุ้มสีชมพูที่เชียงใหม่-พิษณุโลก

The Reporters

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันนี้ (12 ก.พ. 69) นายวัฒนา ศักดิ์ชูวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นฤดูกาลผลิดอกของ "สร้อยสยาม" หรือที่รู้จักในชื่อ ชงโคสยาม และ เสี้ยวแดง ซึ่งเป็นพรรณไม้เลื้อยเนื้อแข็งในสกุลชงโคที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก โดยพบครั้งแรกที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาองค์การสวนพฤกษศาสตร์นำพันธุ์มาปลูกขยายพันธุ์ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้ทั้งสองแห่ง

นายวัฒนา อธิบายลักษณะทางพฤกษศาสตร์ว่า สร้อยสยามเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งที่เลื้อยได้ไกล 5–8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกลึกคล้ายใบชงโคทั่วไป ส่วนดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยสีชมพูงดงาม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยแต่งรั้วหรือซุ้ม โดยพรรณไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 ในเขตเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก

"ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เป็นช่วงฤดูกาลออกดอกของสร้อยสยาม ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามและถ่ายภาพซุ้มดอกไม้ที่ห้อยระย้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกลายเป็นจุดไฮไลต์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และญี่ปุ่น เมื่อมีการแชร์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียจึงสร้างความสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ตามรอยมาชมความงาม"

ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ กล่าวเชิญชวนทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมความงามของดอกสร้อยสยามในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์นี้ เพื่อเก็บภาพความประทับใจกับดอกไม้สีแดงอมชมพูซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...