“อภิสิทธิ์” บุกสุโขทัย เตือนรับเงินพันเท่ากับขายอนาคตวันละ 1 บาท ชูนโยบาย “เกิดจนตาย”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดสุโขทัย ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังอย่างคึกคัก โดยนายอภิสิทธิ์ได้ชูนโยบาย "ล้างบ้านเมืองให้สะอาด" ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง
นายอภิสิทธิ์เริ่มต้นด้วยการเตือนสติชาวสุโขทัยเรื่องการซื้อเสียง โดยระบุว่าการรับเงิน 1,000 บาท เพื่อแลกกับอนาคตประเทศ 4 ปี หากนำมาหารเฉลี่ยจะเท่ากับว่าเราขายสิทธิ์ขายเสียงไปในราคาไม่ถึงวันละ 1 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยกับความสูญเสียที่จะตามมาจากการทุจริตคอร์รัปชันของกลุ่มทุนสีเทาที่ใช้เงินซื้ออำนาจมาเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมาย
"ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลพวกท่านตลอดไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ในด้านนโยบายสังคม นายอภิสิทธิ์ประกาศรื้อระบบกองทุนเงินคนพิการที่มีงบค้างอยู่กว่าหมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นไปที่การ "จ้างงานจริง" มากกว่าการจ่ายค่าปรับ พร้อมเปิดตัวเลขสวัสดิการใหม่:
เบี้ยความพิการทั่วไป: เพิ่มจาก 800 บาท เป็น 1,600 บาท
กลุ่มเยาวชนผู้พิการ (ต่ำกว่า 18 ปี): เพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท
ระบบ Matching: สร้างฐานข้อมูลเชื่อมโยงคนพิการกับสถานประกอบการทั่วประเทศ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า นโยบายของพรรคไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้าง "ความมั่นคงในชีวิต" ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเน้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ทั้งเรื่องเรียนฟรีจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ และการปรับปรุง "อารยสถาปัตยกรรม" (Universal Design) ในอาคารราชการทุกแห่งเพื่อให้ผู้พิการและผู้สูงวัยเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม
"พี่น้องมั่นใจได้ว่าเราไม่ได้พึ่งมาพูดตอนหาเสียง แต่เราทำมาต่อเนื่องและจะต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ถ้าอยากได้บ้านเมืองสุจริตและชีวิตที่มั่นคง ขอให้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 เข้าไปทำงาน" นายอภิสิทธิ์กล่าว