โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อวสานออฟฟิศ 5 วัน? ผลสำรวจชี้ Remote work จะกลับมาอีกครั้ง หลังซีอีโอ Gen X และ Baby Boomers เกษียณงาน

TODAY

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ในขณะที่บางบริษัทยังเช็คชื่อพนักงานด้วยการสแกนนิ้วหรือตอกบัตรเข้าออฟฟิศตอน 9 โมงเช้า บริษัทคู่แข่งหลายๆ ที่อาจกำลังจ้าง ‘มือหนึ่ง’ ของวงการจากอีกซีกหนึ่งของโลกก็ได้ เพราะวัฒนธรรมการทำงานในปี 2026 กำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง

งานวิจัยใหม่ของสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ (National Bureau of Economic Research: NBER) เผยความจริงที่น่าตกใจว่า บริษัทที่ยังยึดติดกับการเข้าออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ ไม่ได้แค่กำลังล้าหลัง แต่กำลัง ‘ทำร้ายตัวเอง’อย่างช้าๆ ด้วย

[ หมดรุ่นผู้บริหาร Gen X และ Baby Boomers การทำงานทางไกลจะกลับมาอีกครั้ง? ]

ในฝั่งของสหรัฐอเมริกาจากการสำรวจพนักงานชาวอเมริกัน 8,000 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 64 ปี ตลอดปี 2025 พบว่า การทำงานแบบ ‘ยืดหยุ่น’ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่ก่อตั้งหลังปี 2015 (ไม่เกิน 11 ปี) กับบริษัทที่มีผู้บริหาร/ซีอีโออายุน้อย

ทีมนักวิจัยเผยว่า ผู้บริหารรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z มีแนวโน้มที่จะอนุญาตให้พนักงานทำงานจากระยะไกลมากกว่าผู้บริหารรุ่นก่อนๆ โดยความยืดหยุ่นในเวลาทำงานจะคล้ายกับช่วงที่โลกเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19

“ความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว” กำลังเป็นประเด็นที่หลายบริษัทในอเมริกา โดยเฉพาะบริษัทที่ก่อตั้งได้ไม่นานพูดถึงมากขึ้นในปี 2026 ขณะเดียวกันบริษัทที่มีชื่อเสียงหลายๆ แห่งก็เริ่มสนใจนโยบาย‘remote-first’ หรือ ‘fully remote’ ก็คือการทำงานทางไกล 5 วันต่อสัปดาห์

เช่น Airbnbที่ออกนโยบาย Live and Work Anywhere (ตั้งแต่ปี 2022) โดยกำหนดให้พนักงานสามารถเลือกทำงานจากต่างประเทศได้สูงสุด 90 วัน ซึ่งปี 2026 ก็ยังใช้นโยบายนี้อยู่

หรืออย่าง Spotify ที่ในปี 2026 ยังใช้นโยบาย Work From Anywhere โดยเปิดกว้างให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านหรือออฟฟิศก็ได้ รวมไปถึงสามารถเลือกทำงานในประเทศที่บริษัทมีสาขาอยู่ได้เช่นกัน

ทีมวิจัย NBER ยังเผยว่า เมื่อซีอีโออายุน้อยลง จำนวนวันที่พวกเขาสั่งให้พนักงานทำงานที่ออฟฟิศก็ลดลงตาม โดยจากข้อมูลสำรวจผู้ที่ทำงานภายใต้หัวหน้างานที่อายุประมาณ 20-30 ปีจะทำงานจากบ้านมากที่สุด

และแม้ว่าบริษัทใหญ่อย่าง Amazon และ JPMorgan ได้กำหนดให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเต็มเวลาก็ตาม พวกเขามองว่า เมื่อผู้นำอาวุโสเกษียณอายุ วันเวลาของการนั่งทำงานที่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ จะมีแนวโน้มหายไปพร้อมกับพวกเขา เพราะหลายบริษัทที่เป็นเจเนเรชั่นใหม่ หรือทายาทธุรกิจเจนใหม่ๆ จะเริ่มพิจารณาการทำงาน 3 วันต่อสัปดาห์มากขึ้น

Mark Dixon ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง International Workplace Group (IWG) มองว่า “ห้องทำงานในออฟฟิศเป็นสิ่งล้าสมัย สิ่งที่ต้องสนใจไม่ใช่พนักงานทำงานจากที่ไหน แต่คือเทคโนโลยี หรือ AI จะเข้ามาทำให้การทำงานสมูทมากขึ้นยังไง ผู้ชนะในโลกสมัยนี้คือผู้ที่ยอมรับเทคโนโลยีมากกว่า”

มีหลายคนที่สร้างธุรกิจบนพื้นฐานของ Slack, Zoom และเครื่องมือ AI ดังนั้นความยืดหยุ่นและเทคโนโลยีจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัท ไม่ใช่แค่ส่วนเสริมที่เพิ่มเข้ามา

ดังนั้น สำหรับ Dixon เขาชี้ว่า บริษัทที่เน้นการทำงานในสถานที่จริงมากกว่าการทำงานระยะไกลที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีความเสี่ยงสูงมากที่จะล้าหลังกว่าคู่แข่ง

Brian O’Kelley ผู้ก่อตั้ง AppNexus ซึ่งได้ขายให้กับ AT&T ด้วยมูลค่า 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 เขาได้เริ่มบริษัทใหม่ “Scope3” บริษัทที่ทำงานแบบระยะไกล ข้อได้เปรียบก็คือ เขามีโอกาสเลือกสรรบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก ทั้งยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เขาให้สัมภาษณ์กับ Fortune ไว้ว่า “บริษัทที่ดีที่สุดจะเลิกใช้สำนักงานและเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับพนักงานที่ไม่ต้องอยู่ประจำที่ ใครก็ตามที่ยังมีวัฒนธรรมการทำงานแบบต้องกลับไปออฟฟิศ มันเป็นการทำร้ายตัวเองอยู่”

สำหรับ Kelley เขากลับมองว่า การกระจายตัวของพนักงานข้ามเขตเวลาไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานของเขาพร้อมให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ยังทำให้ทีมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ได้ง่ายกว่า ซึ่งบริษัทแบบดั้งเดิมที่ทำงานในออฟฟิศอาจจะเสียโอกาสตรงนี้ไป

[ คนไทยเริ่มสนใจ WFH มากขึ้น จาก 2 คำค้นหายอดฮิตใน Jobsdb ]

Jobsdb by SEEK เผยรายงาน 5 อันดับคำค้นหางานที่ได้รับความนิยมสูงสุด (Top Keywords Search) ในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 โดยพบว่า ‘Marketing’ และ ‘Work from Home’ ครองความนิยมสูงสุดเป็น 2 อันดับแรกตามมาด้วย Data Analyst, HRและ Engineerซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลทั้งชีวิตทำงาน และชีวิตส่วนตัวมากกว่าเมื่อก่อน

แม้แต่ละคีย์เวิร์ดจะมีนัยยะต่อทิศทางตลาดแรงงานที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่สะท้อนจากคีย์เวิร์ดเหล่านั้นคือ แนวโน้มการจ้างงานและความต้องการของผู้สมัครงานในปัจจุบัน

ดวงพร พรหมอ่อน’ กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ได้กล่าวว่า “คีย์เวิร์ดการค้นหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานยุคใหม่ในไทยกำลังมองหา ‘ทักษะ โอกาสเติบโต และความยืดหยุ่น’ ควบคู่กัน ทั้งในมิติของการยกระดับทักษะให้สอดรับกับโลกดิจิทัล การบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่างคำว่า ‘Work from Home’ที่ไม่ได้แค่กระแสหรือติดเทรนด์อย่างเดียว แต่จะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจสมัครงานและเลือกองค์กรด้วย”

อย่างไรก็ตาม นอกจากคำว่า Work From Home ที่น่าสนใจแล้ว หมวดหมู่อาชีพจากคำค้นหาก็สำคัญ เพราะสะท้อนว่าสายงานไหนกำลังมา โดยสรุปได้ดังนี้

สายงานการตลาด (Marketing) ได้รับความสนใจมากที่สุด สอดคล้องกับทิศทางของหลายองค์กรที่เริ่มโฟกัสกับการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม

นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) กลายเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ มีองค์กรหลากหลายภาคส่วนและอุตสาหกรรมลงทุนกับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ทั้งการแข่งขัน คาดการณ์ และการวางกลยุทธ์

ทรัพยากรบุคคล (HR) ตำแหน่งนี้ได้ถูกยกระดับสู่หน้าที่เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร (Strategic HR) โดยมีบทบาทหลักในการเฟ้นหา และรักษาบุคลากร ตลอดจนพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของพนักงานยุคใหม่

สายงานด้านวิศวกรรม (Engineer) เป็นอีกหนึ่งในอาชีพที่หลายคนมองว่ามีความมั่นคง โดยพื้นฐานของสายงานด้านนี้ยังคงเป็นกำลังหลักในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งในตลาดแรงงานยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

.โลกของการสมัครในปัจจุบันทั้งในมุมของผู้สมัคร และบริษัทที่ประกาศรับต่างก็มีหลายข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทักษะ หรือประสบการณ์แบบเดิม แต่วัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่น รูปแบบงานให้เอื้อต่อการเรียนรู้และการเติบโต รวมถึงวิสัยทัศน์ผู้นำโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กำลังสร้างมิติการรับสมัครงานมากขึ้น

จากภาพรวมของคำค้นหางานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงความนิยมของผู้สมัครงานเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณให้องค์กรนำไปปรับใช้ในกลยุทธ์การสรรหาและบริหารบุคลากร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...