โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาย 80 กินข้าวหมูติดคอดับสลด ลูกเศร้าเตือนอุทาหรณ์ อย่าปล่อยผู้สูงอายุอยู่ลำพัง

เดลินิวส์

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.31 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สลด! ยายวัย 80 ปี พิการขาอยู่บ้านลำพัง กินข้าวหมูติดหลอดลมหมดสติ กู้ภัยไปถึงปั๊มหัวใจแต่ไม่ทันการณ์เสียชีวิตแล้ว ลูกหลานเศร้าฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์อย่าปล่อยผู้สูงอายุอยู่คนเดียว

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุหญิงสูงวัยเสียชีวิตเนื่องจากมีหมูชิ้นเข้าไปอุดระบบทางเดินหายใจ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งในอ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้ประสานอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวบริเวณแคร่ด้านหลังบ้านพบร่างนางประคอง อายุ 80 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ แพทย์ทำการตรวจสอบไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

ด้านลูกสาวผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุแม่ของตนซึ่งเป็นผู้พิการขาซ้ายขาดได้โทรมาเรียกตนให้กลับมากินข้าวด้วยกัน แต่เนื่องจากตนเองกำลังเก็บร้านจึงเดินทางมาทีหลัง เมื่อมาถึงพบแม่นอนหมดสติอยู่บนแคร่ด้านหลังบ้าน ตนพยายามเรียก แต่ก็ไร้การตอบสนองจึงโทรแจ้งแพทย์จากรพ.สต.เข้ามาช่วยทำการปั๊มหัวใจ ใช้เวลานานกว่า 20 นาทีแต่ก็ไม่เป็นผล

โดยในระหว่างทำการปั๊มหัวใจ ตนสังเกตเห็นว่ามีหมูชิ้นยาวและปลาหมึกอย่างละ 1 ชิ้น โผล่ออกมาจากปากของแม่ ประกอบกับในที่เกิดเหตุพบชามข้าวและกระบอกน้ำที่แม่ใช้เป็นประจำล้มคว่ำอยู่จึงเชื่อว่า ในระหว่างที่แม่กำลังทานข้าวเย็นได้ทานหมูและปลาหมึกจากต้มพะโล้เข้าไปและน่าจะเกิดติดคอ เนื่องจากแม่ไม่มีฟันจึงน่าจะเคี้ยวหมูไม่ละเอียดและเกิดติดคอจึงพยายามจะหยิบกระบอกน้ำมาดื่ม แต่เนื่องจากขาพิการจึงไปหยิบกระบอกน้ำไม่ทันและขาดอากาศหายใจเสียชีวิตในที่สุด

"อยากจะฝากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นอุทาหรณ์ไปถึงผู้ที่ปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพัง จริงๆ แล้วควรจะมีผู้ดูแลอยู่กับผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...