โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลแพ่งยกคำร้องคดีฟอกเงิน ทนายตั้ม ขณะคดีอาญาเดินหน้าต่อ สืบพยาน 3 มี.ค.นี้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันนี้ (24 ก.พ. 69) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน

วันนี้ (24 ก.พ. 69) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยนายคมสัน โพธิ์คง นักกฎหมาย อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมแถลงข่าวภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องในคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ ทนายตั้ม

คดีฟอกเงิน ศาลแพ่งยกคำร้อง แต่คดีอาญายังดำเนินต่อ

อาจารย์ปานเทพ กล่าวว่า คดีฟอกเงินดังกล่าวเป็นคดีแพ่งที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล อันสืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่า พฤติการณ์เข้าข่าย ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (18) ในชั้นไต่สวน ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม อาจารย์ปานเทพ ยืนยันว่าเคารพคำพิพากษาของศาล และไม่ก้าวล่วงดุลพินิจศาล ขณะเดียวกันทราบว่าอัยการอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อ และยังไม่มีคำสั่งคืนทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ย้ำว่าคดีแพ่งไม่อาจลบล้างคดีอาญาได้ โดยคดีอาญาหลักยังคงดำเนินอยู่ และมีกำหนดเริ่มสืบพยานปากแรกในวันที่ 3 มีนาคมนี้

คดีอาญา 71 ล้านบาท และความคืบหน้าการคืนเงิน

สำหรับคดีอาญาหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินจำนวน 71 ล้านบาท มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลอกลวงให้ลงทุน การนำเงินไปใช้โดยมิชอบ การสร้างพยานหลักฐานเท็จ รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมถอนเงินจากธนาคารจำนวน 39 ล้านบาท ได้แยกคดีออกมาต่างหาก ภายหลังให้การรับสารภาพและคืนเงินครบจำนวน 19 ล้านบาท โดยชำระผ่านแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 19 ล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคม 2568

ต่อมา ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งฝ่ายผู้แถลงระบุว่า แม้จะรอการลงโทษ แต่ถือว่าศาลวินิจฉัยว่ามีความผิด

ประเด็นใบเสร็จซื้อรถเบนซ์

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมีการออกใบเสร็จรับเงินในราคาสูงกว่าที่บริษัทได้รับจริง คือออกใบเสร็จ 12.9 ล้านบาท ขณะที่บริษัทได้รับเงินจริง 11.4 ล้านบาท จำเลยที่ 6 และ 7 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ ให้การรับสารภาพว่าออกใบเสร็จตามคำร้องขอ โดยเข้าใจว่าผู้ซื้อเป็นทนายตั้ม ต่อมาทราบว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลอื่น จึงได้เข้าขอขมาและแสดงความรับผิดชอบต่อศาล โดยผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีต่อ อย่างไรก็ตาม คดีอาญาในส่วนที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา

เงื่อนไขการประกันตัว

สำหรับประเด็นการประกันตัว อาจารย์ปานเทพระบุว่า ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์เสี่ยงหลบหนี การยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือการข่มขู่พยานเป็นหลัก มิได้พิจารณาเฉพาะผลของคดีแพ่ง โดยพนักงานอัยการและทนายโจทก์ร่วมมีสิทธิคัดค้านการประกันได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลในแต่ละช่วงเวลา

อาจารย์ปานเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ศาลแพ่งจะยกคำร้องในคดีฟอกเงิน แต่กระบวนการยุติธรรมในคดีอาญายังดำเนินต่อไป และยังมีหลายประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในชั้นศาล ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายได้รับเงินคืนบางส่วนแล้ว ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกฝ่ายจะเดินหน้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยเคารพคำพิพากษาและดุลพินิจของศาลในทุกขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...