NEXTOPIA ลบภาพห้างกินไฟ คว้ามาตรฐานดูแลธุรกิจและโลก
สยามพิวรรธน์ประกาศความสำเร็จของ NEXTOPIA หลังโครงการรีเทลต้นแบบกลายเป็น Multi-Tenant Retail Building แห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล 2 ด้านพร้อมกัน
ได้แก่ EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านอาคารสีเขียวของ World Bank และ Fitwel ระดับ 2 ดาว มาตรฐานด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของสยามพิวรรธน์และพันธมิตรกว่า 50 องค์กร ภายใต้แนวคิด Cocreating Communities for a Better World โดยปัจจุบันมีผู้เข้าใช้พื้นที่สูงสุดถึง 29,000 คนต่อวัน และถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี’93
ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า โจทย์ตั้งต้นของ NEXTOPIA คือการทำให้เรื่องความยั่งยืนกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงและเรียนรู้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยนำมาตรฐาน EDGE มาใช้เพื่อรับรองว่าโครงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในสามด้านหลัก ได้แก่ การใช้พลังงาน การใช้น้ำ และการใช้เทคโนโลยี
ในด้านพลังงาน โครงการออกแบบให้รองรับแสงธรรมชาติ ใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ถึง 47% ด้านน้ำ เลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำที่ใช้เทคโนโลยีเพิ่มฟองอากาศ ลดการใช้น้ำได้ 34%
และในด้านวัสดุ ใช้สีปลอดสารปรอทและตะกั่วที่ปล่อยสารระเหยต่ำมาก ควบคู่กับวัสดุรียูสและรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการก่อสร้างได้ถึง 59%
ส่วนมาตรฐาน Fitwel เข้ามาเติมเต็มในมิติคุณภาพชีวิต โดยประเมินว่าพื้นที่ช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจได้จริงหรือไม่ ทั้งในแง่คุณภาพอากาศ น้ำสะอาด บรรยากาศที่น่าเดิน และการส่งเสริมวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง
โครงการติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูงแบบ Displacement Air System ผสาน Dedicated Outdoor Air System เพื่อแยกและกำจัดอากาศเก่าและสารปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบบ Floor Radiant Cooling ที่ให้ความเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นและเชื้อโรค
“การดึงสองมาตรฐานนี้เข้ามาตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนไปพร้อมกัน”
ชนิสาระบุว่า สิ่งที่มีความหมายมากกว่าตัวรางวัลคือ การทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกฝ่าย ทั้งทีมสยามพิวรรธน์ Founding Partners ผู้ประกอบการในโครงการและชุมชนรอบข้าง โดยหวังให้แนวคิดและนวัตกรรมที่นำมาใช้ที่นี่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในโครงการอื่นต่อไป
โครงการยังส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้รองรับทุกคน ตั้งแต่ห้องน้ำมาตรฐาน ADA สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ไปจนถึงห้องให้นมบุตร รวมถึงพื้นที่สำหรับ Dots Coffee ร้านกาแฟที่บาริสต้าทุกคนเป็นผู้พิการทางสายตา และแกลเลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก
ในด้านนวัตกรรม โครงการนำระบบ District Cooling มาใช้ ซึ่งเป็นการรวมศูนย์การทำความเย็นแล้วกระจายออกไปยังแต่ละพื้นที่ ประหยัดพลังงานได้มากกว่าการที่แต่ละจุดดำเนินการแยกกัน พร้อมทั้งใช้ AI ช่วยคำนวณและปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา
ในโอกาสนี้ ชนิสาได้เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ที่ NEXTOPIA ด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
ทลายกรอบวิธีคิดเดิม
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต Chief of Nextopia และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (Sustainability) บอกเล่าว่า NEXTOPIA คือ Multi-Tenant Retail โครงการแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานทั้งสองควบคู่กัน โดยชี้ว่าเหตุที่โครงการอื่นไม่ทำเช่นนี้ เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก และส่วนใหญ่มักเลือกเน้นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เช่น โรงพยาบาลที่อาจเน้นด้านสุขภาวะของผู้ป่วย โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม หรืออาคารสีเขียวที่เน้นเฉพาะด้าน EDGE อย่างเดียว
สำหรับที่มาของนวัตกรรมในโครงการ เกิดจากการปฏิเสธวิธีการเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อทีมตระหนักว่าปัญหาในอดีตไม่อาจแก้ได้ด้วยกระบวนการและทีมชุดเดิม จึงเกิดกระบวนการ Cocreation ที่เปิดรับพันธมิตรซึ่งพร้อมร่วมสร้างสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน
จนนำมาสู่นวัตกรรมอย่างระบบ Radiant Cooling ที่ระบายความร้อนผ่านพื้น และการนำน้ำตกมาช่วยเพิ่มความเย็นสบายโดยไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา รวมถึงการออกแบบพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นอย่าง The Spiral บันไดโถงที่กระตุ้นให้ผู้ใช้เลือกเดินแทนการใช้ลิฟต์
และ The Forest Canopy กับ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลรวมถึงขยะจากท้องทะเลมาสร้างเป็นงานศิลปะ
“ถ้าเราใช้วิธีเดิมไม่ได้ แสดงว่าเราจ้างวิศวกรกลุ่มเดิมและดีไซเนอร์กลุ่มเดิมก็ไม่ได้เช่นกัน”
รศ.ดร.สิงห์กล่าวต่อว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการมีหลายระดับ โดยมีหมุดหมายใหญ่คือเป้า Net Zero ของสยามพิวรรธน์ในปี’93 แต่สิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จในวันนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือการได้พันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน
เพราะเมื่อทิศทางตรงกัน รูปแบบการทำงานก็เปลี่ยนจากการทำธุรกิจล้วน ๆ มาเป็นการทำธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน
ส่วนตัวชี้วัดที่สองคือ การตอบรับจากผู้ใช้พื้นที่ ซึ่งต้องวัดผลในระยะยาว ว่าคนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกจริง ๆ หรือไม่ว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ดีต่อสุขภาพ
รศ.ดร.สิงห์ยังเผยว่าโครงการกำลังเตรียมอัพเกรดจากระดับ 2 ดาวไปสู่ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Fitwel หลังจากที่ปัจจุบันโครงการก้าวสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน 100% แล้ว จากโซลาร์ ลม น้ำ และชีวมวล โดยเป็นผลจากการเจรจากับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ใช้เวลานาน และต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอย่างละเอียดทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ การรับรองทั้งสองมาตรฐานยังมีเงื่อนไขต้องต่ออายุทุก 2 ปี ซึ่งหมายความว่าโครงการต้องรักษาและพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
“ห้างสรรพสินค้าใช้พลังงานมหาศาล บางครั้งถูกเปรียบว่าใช้มากเท่าทั้งจังหวัด การที่ที่นี่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% จึงสำคัญมาก”
รศ.ดร.สิงห์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตอันใกล้ NEXTOPIA ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี’69 นี้ จะเป็นต้นแบบให้ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ทั้งหมดเดินตามให้ครบภายในปี’73
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : NEXTOPIA ลบภาพห้างกินไฟ คว้ามาตรฐานดูแลธุรกิจและโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net