โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภาษีทรัมป์ ลดเหลือ 10% แค่ได้เปรียบระยะสั้น?

TODAY

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอัตราภาษีศุลกากรใหม่ 10% กับทั่วโลกทันที เพื่อแทนที่ภาษีนำเข้าเดิมซึ่งถูกศาลสูงสหรัฐฯ ตีตกไป

แม้ศาลจะสกัดมาตรการเดิม แต่เครื่องมือทางภาษียังมีอีกหลายทางเลือก การเปลี่ยนผ่านจากภาษีแบบเลือกประเทศ เปลี่ยนมาเป็นภาษีอัตราเดียวทั่วโลก 10% จึงทำให้บรรยากาศการค้าโลกเข้าสู่รอบใหม่ของความไม่แน่นอน

“วันนี้ ผมจะลงนามคำสั่งเพื่อเก็บภาษีทั่วโลก 10% ภายใต้มาตรา 122 นอกเหนือจากภาษีปกติที่เราเก็บอยู่แล้ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ออกมาแถลง

[ แล้วมาตรา 122 คืออะไร? ]

กฎหมายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Trade Act ปี 1974 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสามารถเก็บภาษีนำเข้าได้ในลักษณะ “ชั่วคราวและมีเงื่อนไข” เพื่อรับมือกับปัญหาดุลการชำระเงินระหว่างประเทศที่รุนแรง หรือสถานการณ์ที่กระทบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม อำนาจนี้ไม่ได้เปิดกว้างแบบไร้ขอบเขต เพราะมีข้อจำกัดชัดเจน ได้แก่ อัตราภาษีต้องไม่เกิน 15% ใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน และต้องมีเหตุผลรองรับว่ากำลังเผชิญปัญหาดุลการชำระเงินอย่างมีนัยสำคัญ

นั่นหมายความว่า มาตรา 122 เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้ได้ในระยะสั้น มากกว่าจะเป็นนโยบายถาวร แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการค้าโลกในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนกำลังเพิ่มสูงขึ้น

[ ความไม่แน่นอนนี้ อาเซียนได้ประโยชน์ระยะสั้น ]

ในความไม่แน่นอนนั้น อาเซียนกลับกลายเป็นภูมิภาคที่ได้อานิสงส์ระยะสั้นอย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้าคำตัดสิน หลายประเทศในภูมิภาคถูกตั้งภาษีตอบโต้ในระดับสูง

อย่างพม่าและลาวเคยถูกเรียกเก็บภาษีสูงถึง 40% ขณะที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย และไทยเราอยู่ที่ราว 19% อัตราเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อความสามารถแข่งขันของสินค้าในตลาดสหรัฐฯ อย่างมาก

และเมื่อศาลยกเลิกมาตรการดังกล่าว และทรัมป์ปรับมาใช้อัตราเดียว 10% เท่ากันทั้งหมด ความต่างระหว่าง 19–40% กับ 10% จึงกลายเป็นช่องว่างที่พลิกสถานการณ์ทันที ต้นทุนภาษีที่ลดลงช่วยให้สินค้าจากภูมิภาคนี้กลับมาแข่งขันได้มากขึ้น

บทความของ Nikkei Asia มีนักวิเคราะห์เรียกประเทศกลุ่มอาเซียนว่า “ผู้ชนะชั่วคราว” เพราะประเทศเหล่านี้เป็นกลุ่มที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงอยู่แล้ว การลดภาษียิ่งเปิดทางให้การส่งออกขยายตัวได้เร็วในช่วงรอยต่อก่อนมาตรการใหม่อื่นจะตามมา

แม้ภาพรวมดูผันผวน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียนไม่น่าจะสะดุดรุนแรง ผู้นำในภูมิภาคมีแนวคิดเชิงปฏิบัติ และยังเห็นความสำคัญของตลาดผู้บริโภคสหรัฐฯ ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง

การลงทุนจากบริษัทอเมริกันในภูมิภาคยังคงมีบทบาทระยะยาว อาจมีความล่าช้าหรือการชะลอตัวบางส่วนจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย แต่แนวโน้มใหญ่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนทิศ

[ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน ต้องเตรียมเจรจาบางส่วนใหม่ ส่วนจีนข้อจำกัดเยอะสุด ]

ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เคยให้คำมั่นว่าจะลงทุนมหาศาลในสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดภาษี อาจต้องเผชิญคำถามใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางกฎหมายของข้อตกลงเหล่านั้น คำตัดสินของศาลทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า ข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ตั้งอยู่บนฐานอำนาจที่มั่นคงเพียงใด นักเศรษฐศาสตร์บางรายเตือนว่า ดีลบางส่วนอาจต้องทบทวนหรือแม้แต่เจรจาใหม่ หากกรอบกฎหมายเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของญี่ปุ่น มีมุมมองว่าแรงกดดันอาจไม่รุนแรงนัก เพราะสิ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญจริงคือการผ่อนคลายภาษีภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะรถยนต์ ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศ

สำหรับจีนผลกระทบดูจำกัดกว่า เนื่องจากภาษีจำนวนมากที่สหรัฐฯ ใช้กับจีนตั้งอยู่บนกฎหมายมาตรา 301 ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้ อัตราภาษีบางรายการยังอยู่ในระดับสูงและครอบคลุมสินค้านำเข้าสัดส่วนใหญ่

สหรัฐฯ ยังสามารถเปิดการสอบสวนใหม่เกี่ยวกับประเด็นอุตสาหกรรมล้นตลาด แรงงานบังคับ เทคโนโลยีดิจิทัล หรือสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมได้ ทำให้แรงกดดันต่อจีนยังดำเนินต่อไปในกรอบเดิม

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เกมภาษีไม่ได้จบลงด้วยคำตัดสินของศาล แต่กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่กฎหมาย การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ผสมกันอย่างซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก

สำหรับผู้ส่งออกในอาเซียน นี่อาจเป็นหน้าต่างโอกาสที่เปิดอยู่ชั่วคราว โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครได้เปรียบในวันนี้ แต่คือใครจะใช้ช่วงเวลานี้ได้เร็วและคุ้มค่าที่สุด ก่อนที่กติกาใหม่จะถูกวางลงอีกครั้ง

ที่มา

  • https://asia.nikkei.com/economy/trade-war/trump-tariffs/southeast-asian-exporters-seen-as-net-winners-from-trump-tariff-ruling
    [* https://asia.nikkei.com/economy/trade\-war/trump\-tariffs/trump\-to\-respond\-with\-new\-10\-global\-tariff\-after\-supreme\-court\-ruling ]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...