หนุ่มเสียชีวิตหลังตื่นมาดื่มน้ำ รตกใจผลชันสูตร เตือนคนแข็งแรง
กลายเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความตกใจในโลกโซเชียลของ จีน เมื่อชายวัยเพียง 40 ปี ต้องผู้เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากภาวะ “กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน” หลังตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อดื่มน้ำ โดยแพทย์ชี้ว่าประเภทของเครื่องดื่มที่เลือกดื่ม อาจเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้
รายงานระบุว่า นายโง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ตื่นขึ้นมาตอนเวลาประมาณ 02:00 น. ด้วยอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง เขาหยิบแก้วน้ำที่วางไว้ข้างเตียงดื่มจนหมด ก่อนจะนอนต่อ แต่ไม่นานหลังจากนั้นกลับมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง ครอบครัวรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน ทว่าแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และยืนยันว่าผู้เสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
ญาติเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมีสุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี ไม่เคยมีโรคประจำตัวร้ายแรง มีเพียงบางครั้งที่รู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย แต่ไม่ได้เข้ารับการตรวจอย่างจริงจัง แพทย์จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า “น้ำเย็นจัด” ที่ดื่มเข้าไปในช่วงที่ร่างกายกำลังพักผ่อน อาจกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างฉับพลัน จนหัวใจทำงานหนักเกินรับไหว
แพทย์เตือน 3 เครื่องดื่มเสี่ยง “ห้ามดื่ม” กลางดึก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่การไหลเวียนโลหิตและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ช้าลง การเลือกดื่มเครื่องดื่มบางประเภทอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่
น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด การดื่มน้ำเย็นในขณะร่างกายพักผ่อนอาจทำให้หลอดเลือดหดตัวทันที ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงและเพิ่มภาระต่อหัวใจ
น้ำเกลือหรือเครื่องดื่มที่มีโซเดียมสูง โซเดียมปริมาณมากในช่วงกลางคืน อาจทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มและความดันโลหิตแปรปรวน เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง
เครื่องดื่มน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวานหรือชานม อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เลือดหนืด ไหลเวียนช้าลง เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากตื่นมากลางดึกแล้วรู้สึกกระหายน้ำ ควร จิบน้ำอุ่นหรืออุณหภูมิห้องทีละน้อย ช้าๆ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่เย็นจัดหรือเครื่องดื่มรสหวาน นอกจากนี้ไม่ควรดื่มน้ำที่ทิ้งค้างคืนไว้นานเกินไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนว่า เรื่องเล็กๆ อย่างการเลือกดื่มน้ำผิดเวลาและผิดประเภท อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงได้
ข้อมูลจาก SOHA