ชมภาพ “วงแหวนแห่งไฟ” จากอวกาศ! ดาวเทียม Proba-2 ขององค์การอวกาศยุโรป จับภาพสุริยุปราคาวงแหวนสุดตระการตา
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ดวงจันทร์ได้เคลื่อนที่มาอยู่ในแนวเส้นตรงระหว่างดวงอาทิตย์และโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนสุดตระการตา ซึ่งแม้บนพื้นโลกจะมีผู้คนเพียงหยิบมือที่ได้เห็น แต่ดาวเทียม Proba-2 ขององค์การอวกาศยุโรปสามารถเก็บภาพความสวยงามของปรากฏการณ์นี้จากอวกาศมาให้พวกเราได้ชมกันอย่างใกล้ชิด
ปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนเกิดขึ้นจากการที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นรูปวงรี เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่มาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในขณะที่ตัวมันเองอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากโลก ทำให้ขนาดปรากฏของดวงจันทร์บนท้องฟ้าดูเล็กกว่าปกติ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าพาดผ่านหน้าดวงอาทิตย์ จึงไม่สามารถบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ได้มิดทั้งหมด เผยให้เห็นขอบของดวงอาทิตย์สว่างจ้าล้อมรอบเงาดำของดวงจันทร์ ลักษณะคล้ายกับ "วงแหวนแห่งไฟ" ที่งดงาม
การบันทึกภาพปรากฏการณ์ครั้งนี้มาจากมุมมองที่เหนือชั้นไปอีกขั้น โดยดาวเทียม Proba-2 ขององค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ที่กำลังโคจรอยู่รอบโลก สามารถมองเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ถึงสี่ครั้งด้วยกัน ภาพวงแหวนแห่งไฟที่สมบูรณ์แบบที่สุดถูกถ่ายไว้ได้เมื่อเวลา 11:31 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด กล้องที่ใช้บันทึกภาพคือเครื่องบันทึกภาพในย่านรังสีอัลตราไวโอเลตแบบสุดขีด หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า SWAP ซึ่งทำหน้าที่จับภาพที่ความยาวคลื่น 17.4 นาโนเมตร ทำให้เรามองเห็นรายละเอียดของชั้นบรรยากาศรอบนอกของดวงอาทิตย์ที่ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้
สำหรับมุมมองบนโลกนั้น ผู้คนส่วนใหญ่พลาดโอกาสชมความงามนี้ เนื่องจากแนวคราสวงแหวนพาดผ่านเพียงบริเวณทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนทางตอนใต้สุดของประเทศชิลี อาร์เจนตินา และทวีปแอฟริกาตอนใต้ ยังสามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้ในรูปแบบของสุริยุปราคาบางส่วนได้
แม้ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะจำกัดอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ในอนาคตอันใกล้ องค์การอวกาศยุโรปกำลังเตรียมพร้อมรับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นมากขึ้น โดยเฉพาะทวีปยุโรปที่จะได้เป็นพยานในปรากฏการณ์ถึงสามครั้งในรอบสองปีข้างหน้า ได้แก่ สุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมองเห็นความมืดมิดได้จากเกาะกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสเปน ตามมาด้วยสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งจะพาดผ่านตอนใต้ของสเปน แอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง และปิดท้ายด้วยสุริยุปราคาวงแหวนในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2571 ที่จะครอบคลุมพื้นที่อเมริกาใต้ โปรตุเกส และสเปน ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้สังเกตการณ์บนพื้นโลก แต่ยังเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมให้นักดาราศาสตร์ได้ใช้เครื่องมือล้ำสมัยบนอวกาศศึกษาพฤติกรรมของดวงอาทิตย์เพิ่มเติม เพื่อไขความลับของระบบสุริยะของเราต่อไป
👨🚀 ข้อมูลอ้างอิง: ESA
- Annular solar eclipse seen from space