โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มจพ.ระยอง MOU 8 โรงเรียน สร้างเครือข่าย STEM ยกระดับวิทย์-เทคสู่ EEC

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง (มจพ.ระยอง) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU กับโรงเรียนในสหวิทยาเขตระยอง 2 จำนวน 8 แห่ง ภายใต้กรอบ 'การสนับสนุนและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี' มุ่งเสริมสร้างเครือข่ายทางวิชาการและยกระดับการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) ในระดับภูมิภาค

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.พ.69 ที่โรงเรียนแกลงวิทยสถาวร อ.แกลง จ.ระยอง รศ.ดร.อัยยะ จันทรศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง (มจพ.ระยอง) รศ.ดร.ภาณุพงศ์ ในบาล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มจพ.ระยอง พร้อมคณะผู้บริหารฯ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU กับโรงเรียนในสหวิทยาเขตระยอง 2 จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนแกลงวิทยสถาวร, โรงเรียนวังจันทร์วิทยา, โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย, โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยา, โรงเรียนสุนทรภู่พิทยา, โรงเรียนเขาชะเมาวิทยา, โรงเรียนชำฆ้อพิทยา และโรงเรียนห้วยยางศึกษา นำโดยนายศักดา สรรเสริญ ผอ.โรงเรียนวังจันทร์วิทยา ประธานสหวิทยาเขตระยอง 2 และนายปรีชา นาคศิริ ผอ.โรงเรียนแกลงวิทยสถาวร นำผู้บริหารสถานศึกษา ลงนามฯ มีผู้บริหาร และครูของทั้ง 2 แห่ง เป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัย การจัดกิจกรรมทางวิชาการ โครงงานวิทยาศาสตร์ และวิทยาการคำนวณ ตลอดจนการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษา อันเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทจริง รวมทั้ง การเปิดเส้นทางการศึกษาต่อสู่ระดับอุดมศึกษา โดยคณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ยังได้นำเสนอหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ ได้แก่ สาขาวิชากระบวนการอุตสาหกรรมเคมีและสิ่งแวดล้อม, สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานและการจัดการในยุคดิจิทัล, สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลและการคำนวณเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม และสาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและธุรกิจอัจฉริยะ

ทั้งนี้ นักเรียนจากโรงเรียนในเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะได้รับการขยายโอกาสทางการศึกษาผ่านระบบโควตา ในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในหลักสูตรทั้ง 4 หลักสูตรดังกล่าวด้วย

รศ.ดร.อัยยะ เปิดเผยว่า การลงนามกับกลุ่มโรงเรียนในสหวิทยาเขตระยอง 2 ดังกล่าว มีประโยชน์ในหลายมิติ ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือกำลังคน ซึ่งประเทศไทยมีศักภาพด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แต่ขาดทรัพยากรบุคคลที่พัฒนาตามเทคโนโลยี ซึ่ง MOU ที่เกิดขึ้นนี้ ทาง มจพ.ระยอง เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตัวนักเรียนจะได้มีโอกาสสัมผัสตัวอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ที่พัฒนาความรู้ ความสามารถของนักเรียน รวมทั้งมีโอกาสได้รับโควต้าพิเศษเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยด้วย และในส่วนของครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ก็จะได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ผ่านการอบรมจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้บุคลากรทางการศึกษา ยังได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอีกด้วย พร้อมกันนี้ทางมหาวิทยาลัย ยังจะมีการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ และนานาชาติ ในการเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนการประกวดโครงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมเทคโนโลยีของโรงเรียนให้ก้าวไปสู่ตามเป้าหมายที่วางไว้อีกด้วย ทั้งเมื่อมีความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์แล้ว จะสามารถที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมิติต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดระยองอยู่ในพื้นที่ EEC อย่างไรก็ตามความร่วมมือที่เกิดขึ้นทาง มจพ.ระยอง ได้มีการขยายลงนามความร่วมมือกับโรงเรียนในสหวิทยาเขตระยอง 1 มาแล้ว 3 ฉบับๆ ละ 3 ปี มีการผลักดันนโยบายด้านการศึกษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องร่วม 9 ปีแล้ว ส่วนของโรงเรียนสหวิทยาเขตระยอง 2 เป็นการลงนามฉบับแรกซึ่งการลงนามดังกล่าว ทาง มจพ.ระยอง ได้มีการลงนามครบทุกโรงเรียนแล้ว และได้มีการเริ่มขยายไปพื้นที่ EEC จังหวัดใกล้เคียงแล้ว และมีอีกหลายโรงเรียนที่ได้เข้ามาหารือถึงความเป็นไปได้ในการลงนามความร่วมมือ

ด้าน รศ.ดร.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นการสร้าง 'กลไกเชื่อมโยงการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ' ที่ช่วยให้นักเรียนมองเห็นเส้นทางการศึกษาต่อและทักษะที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนบทบาทของคณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงบูรณาการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยบันทึกข้อตกลงมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี และมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...